วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชามติอังกฤษ/ประชามติไทย

วันพรุ่งนี้ ชาวอังกฤษ จะไปใช้สิทธิ ออกเสียงประชามติ เรื่องสำคัญของชาติ จะออกจากสหภาพยุโรป หรืออยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป มีการรณรงค์หาเสียงสนับสนุน และคัดค้านกันอย่างเปิดเผย ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี พรรคการเมือง ประชาชน ไปจนถึงสื่อมวลชน ก็มีการประกาศจุดยืนสื่ออย่างชัดเจน ว่าสนับสนุน หรือคัดค้าน เป็นบรรยากาศประชาธิปไตยที่น่าชื่นชม ไม่ต้องกลัวติดคุก

ผลจากประชามติครั้งนี้ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของชาวอังกฤษทุกคน

อีกเดือนกว่า ชาวไทยก็จะได้ใช้สิทธิ ออกเสียงประชามติ เรื่องจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับกึ่งประชาธิปไตย แต่บรรยากาศแตกต่างจากอังกฤษลิบลับ วันก่อน นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ส่งนักข่าวลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ไปรับการอบรมครู ค เพื่อกลับไปประชาสัมพันธ์เรื่องรัฐธรรมนูญในพื้นที่ของตัวเอง อ่านแล้วก็เห็นใจ ทุกคนมีแต่ความหวาดกลัว กลัวจะมีคนแอบถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน

แม้แต่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ให้สัมภาษณ์ ก็ไม่กล้าให้บอกชื่อ

ผู้ใหญ่บ้านภาคกลางคนหนึ่ง เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่แล้ว ครู ข คือ หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ เช่น สัสดีอำเภอ วัฒนธรรมอำเภอ เกษตรอำเภอ ฯลฯ ได้นัดประชุม อบรมครู ค คือ กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ แต่ละหมู่บ้านมีตัวแทนอีก 4 คน สำรอง 2 คน

ในการอบรม ครู ข ก็จะอ่านสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้ ครู ค ฟัง โดยสลับกันอ่านคนละหมวด บางช่วงก็มีพาวเวอร์พอยต์ให้ดู แต่ไม่มีการอธิบายอะไรเพิ่มเติม เขาบอกว่า ครู ก ก็อบรมพวกเขามาอย่างนี้ ครู ค ก็คงไปอ่านให้ชาวบ้านฟังต่อเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าไปอธิบายเพิ่มแล้ว จะอธิบายถูกหรือเปล่า จะกลายเป็นการชี้นำหรือเปล่า เพราะกฎหมายห้ามชี้นำ จึงไม่มีใครกล้าทำอะไรมากกว่านี้

ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่เขาอ่านให้ฟัง เป็นวิชาการทั้งนั้น ตนพอมีความรู้อยู่บ้าง บางเรื่องยังไม่เข้าใจ เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แล้วชาวบ้านจะรู้เรื่องได้ยังไง เหมือนครูสอนหนังสือ แต่ห้ามเด็กถาม หรือเด็กถามแล้วตอบไม่ได้ จะมีประโยชน์อะไร

ผู้ใหญ่บ้านอีกคนบอกว่า ถ้าคุยกันส่วนตัวกับคนคุ้นเคย คงพออธิบายเพิ่มเติมได้บ้าง แต่ถ้าคุยกันเป็นกลุ่ม หรือในการอบรม ก็คงพูดอะไรไม่ได้ เดี๋ยวนี้ถ่ายคลิปเก็บเป็นหลักฐานกันได้ง่ายๆ เราไม่รู้ว่าใครชอบทหาร ใครไม่ชอบทหาร หรือจะมีใครหาเรื่องเราหรือไม่ ทางที่ดีก็ทำได้แค่อ่านข้อความในคู่มือที่เขาแจกมาให้ชาวบ้านฟัง เขากำชับมาว่า ห้ามตีความ ห้ามขยายความ อาจจะกลายเป็นการชี้นำ ซึ่งกฎหมายห้ามทำ

ยิ่งอบรมประชาสัมพันธ์ ความกลัวก็ยิ่งขยายไปทั่ว

กำนันท่านหนึ่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับการอบรม ครู ค ไปเมื่อสัปดาห์ก่อนเล่าว่า จากการลงพื้นที่ 10 หมู่บ้านในตำบล ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะถามเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานที่เขาจะได้ประโยชน์ เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และเบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ ก็ยังดีที่รัฐบาลไม่ยกเลิกเบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุไปเสียก่อน

ผมเข้าใจความรู้สึกของชาวบ้านดี ประเทศไทยวันนี้ไม่เพียงตกอยู่ใน “กับดักรายได้ปานกลาง” แต่ยังตกอยู่ใน “กับดักความยากจน” โดยเฉพาะ เกษตรกรหลายสิบล้านคน ที่ลำบากมาหลายปี จากพืชผลราคาตกต่ำ ทำให้ มีหนี้สินรุงรัง จนไม่รู้จะใช้หนี้หมดได้เมื่อไหร่ อนาคตก็ยังไม่รู้จะแก้ปัญหาได้อย่างไร

สิ่งที่เขาต้องการก็เรื่องพื้นๆที่ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นบ้าง ไม่ว่าจะเป็น 30 บาทรักษาทุกโรค เบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ แม้จะได้เพียงน้อยนิดเดือนละ 600 บาท ไม่คุ้มภาษีที่จ่ายมาตลอดชีวิต แต่ก็มีความหมายมากสำหรับคนยากจน เรื่องนี้เป็นประชานิยมที่จำเป็น ประชานิยมแบบนี้ประเทศที่เจริญแล้วก็ทำกันทั้งนั้น เป็นประชานิยมที่ดี ไม่ใช่ประชานิยมเลวร้ายไปหมด

เมื่ออยากจะได้ กลิ่นอายประชาธิปไตย ก็ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นบ้าง ให้รู้ว่าอะไรดีจริง ดีไม่จริง ประชาชนเขาคิดเป็นนะครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

21 มิ.ย. 2559 11:26 ไทยรัฐ