วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลานคนเมืองโมเดล ลดช่องว่างได้ตรงจุด

โดย ซูม

ข่าวเล็กๆข่าวหนึ่งบนหน้า 1 ไทยรัฐ ฉบับเมื่อวานนี้ทำให้ผมรู้สึกมีความหวังมีกำลังใจจนลืมความทุกข์ใจจากข่าวหน้า 1 ที่เป็นข่าวใหญ่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัดพระธรรมกายหรือความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งดูจะคุกรุ่นขึ้นมาอีกแล้ว...ลงไปได้เยอะ

ข่าวที่ไทยรัฐเขาพาดหัวเอาไว้ว่า “แจกอาหาร ลานคนเมือง คนไร้บ้าน...เทรนด์ใหม่ของคนใจบุญ” นั่นแหละครับ

พร้อมกับเดินเนื้อข่าวในรายละเอียดทำให้ทราบว่าช่วงหัวค่ำเกือบทุกวันที่ “ลานคนเมือง” หน้า กทม.ซึ่งมีคนไร้บ้านไปอาศัยหลับนอนอยู่เยอะเป็นจำนวนหลายร้อยคนนั้น... จะปรากฏภาพให้เห็นว่ามีคนใจบุญกลุ่มหนึ่งหิ้วอาหารและน้ำดื่มต่างๆมาแจกให้รับประทาน

ข้าราชการก็มี ดาราก็มี สาวขายบริการก็มี หลากหลายอาชีพ หิ้วกล่อง หิ้วถุงสลับกันมาแทบทุกวัน

จนกระทั่งมาถึงวันที่ผู้สื่อข่าวไทยรัฐไปพบเห็นด้วยตา ปรากฏว่าเป็นสุภาพสตรีวัยกลางคน กับญาติมิตรกลุ่มหนึ่ง ขับรถกระบะบรรทุกขนมจีนมา 110 กิโลกรัม พร้อมด้วยแกงอีก 2 หม้อใหญ่ น้ำดื่มหลายร้อยขวดพร้อมด้วยชามโฟม ประมาณ 400 ใบ มาตั้งโต๊ะแจกจ่าย

โดยมีคนไร้บ้านมายืนเข้าคิวรับแจกอย่างเป็นระเบียบไม่มีแซงคิว ไม่มีทะเลาะเบาะแว้ง และเมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ก็เอาขยะไปทิ้งอย่างเรียบร้อย พร้อมทั้งช่วยกันเก็บกวาดจนเกลี้ยง

ผู้ใจบุญบอกกับนักข่าวของเราว่าทำอย่างนี้มาปีกว่าๆแล้ว และเหตุที่มาแจกอาหารด้วยวิธีนี้เพราะมั่นใจว่าถึงตัวคนจนผู้รับแจกแน่นอน ต่างกับเวลาเอาเงินไปบริจาค หรือแม้แต่สิ่งของ ที่เอาไปบริจาคแก่องค์กรการกุศลอื่นๆจะเกิดความไม่แน่ใจว่า ถึงมือผู้รับแจกหรือเปล่า

ถือว่าเป็น “เทรนด์” หรือ “แนวโน้มใหม่” ของการทำบุญ

ที่ผมบอกว่าผมอ่านแล้วรู้สึกมีความหวังมีกำลังใจ ขึ้นมาอักโข ก็เพราะผมเป็นคนคิดมาก ชอบวิตกกังวลในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นแต่กลัวว่าจะเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ

โดยเฉพาะในเรื่องผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้คนตกงาน ผู้คนสูญเสียรายได้ อันจะทำให้ไม่มีอาหารการกินรับประทาน ซึ่งถ้ามีจำนวนมากๆ อดอยากกันมากๆ เขาจะใช้ชีวิตอยู่กันได้อย่างไร จะลำบากยากแค้นขนาดไหน?

แม้ใจหนึ่งผมจะเชื่อว่าเศรษฐกิจบ้านเรา คงไม่ตกต่ำถึงขนาดที่เคยเกิดในยุค ค.ศ.1930 ในแถบยุโรปและอเมริกา ที่ผู้คนตกงานเป็นเบือ อดอยากยากเข็ญเป็นเบือเป็นภาพที่ยังโจษขานกันจนถึงทุกวันนี้

แต่ก็อดฟุ้งซ่านไม่ได้ว่า ถ้ามันเกิดขึ้นเราจะรับมืออย่างไร? จะช่วยเหลือเจือจานคนตกงานคนอดอยากอย่างไร?

เมื่อ 4-5 ปีก่อน เศรษฐกิจสหรัฐฯตกต่ำมาก ผู้คนตกงานมาก ตอนผมไปดู “ซุปเปอร์โบว์ล” ก็ถือโอกาสถามคนไทย ที่อยู่ที่โน่นว่ารัฐบาลอเมริกันแก้ปัญหาอาหารการกินของคนตกงานอย่างไร?

เพื่อนๆตอบว่าที่โน่นมีระบบ “ธนาคารอาหาร” ซึ่งมีทั้งแบบที่รัฐบาล ให้เงินองค์กรการกุศล ไปทำโรงอาหาร แบบโรงทานบ้านเรา เพื่อให้คนตกงานที่ขึ้นทะเบียนมารับอาหารไปรับประทาน

นอกจากนี้ ก็ยังมีองค์กรการกุศล มาขอรับอาหารเหลือขาย จากร้านอาหารต่างๆ เพื่อไปแจกจ่ายคนตกงาน ซึ่งเพื่อนๆผมที่เปิดขายอาหารไทย ก็ช่วยบริจาคอาหารเหลือที่ไม่บูดอยู่บ่อยๆ

เห็นของเขามีระบบ มีวิธี แต่ของเราไม่มี ผมก็ห่วงว่าถ้าเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนักขึ้นจริงๆ เราจะจัดการอย่างไรดีหนอ ถึงจะไม่ให้คนตกงานอดตาย

เมื่ออ่านข่าว “เทรนด์ใหม่” ของการทำบุญที่ผู้ใจบุญ นำไปเลี้ยง คนไร้บ้าน หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Homeless ดังกล่าวแล้ว จึงรู้สึกใจชื้นขึ้นว่าคนไทยจะไม่ทิ้งกันแน่นอน

ผมขอชื่นชม บุคคลหลายๆกลุ่มอาชีพที่ข่าวไทยรัฐเขียนถึงไว้ ณ ที่นี้ อีกครั้ง และก็ขอบคุณล่วงหน้าไปถึงบรรดาผู้มีทรัพย์อันดับสูงๆของประเทศไทย ที่นิตยสารฟอร์บจัดไว้ว่ารวยอันดับโน้น อันดับนี้ของประเทศด้วยนะครับ

ประเทศไทยเราคงไม่ซวดเซตกต่ำอย่างที่ผมห่วงหรอก แต่ถ้าเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมา อย่าลืมจัดอาหารไปแจกคนจนคนตกงานด้วย หรือจะช่วยอย่างอื่นๆให้เขาลืมตาอ้าปากได้ก็จะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง

ขออย่าปล่อยให้เป็นภาระของคนใจบุญที่มีเงินแค่เหลือกินเหลือใช้ระดับกลางๆ แต่ใจถึงหอบหิ้วไปแจก อย่างที่ข่าวไทยรัฐเขียน ถึงวานนี้ แต่ฝ่ายเดียวก็แล้วกันครับ.

“ซูม”

21 มิ.ย. 2559 11:20 ไทยรัฐ