วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดักคอผู้ไม่หวังดี บิ๊กตู่โทร. สายตรงบันคีมูน

เตรียมส่งคนไปแจงอีกระลอก ‘ตู่-จตุพร’ยกแกนนำร้องยูเอ็น ประวิตรแนะนปช.ร่วมมือกกต.

“บิ๊กตู่” ยกหูฟ้อง “บัน คี มูน” มีพวกจ้องป่วนโรดแม็ป ร่ายยาวครึ่งชั่วโมงสถานการณ์ บ้านเมือง-กรอบการจัดทำประชามติ-เดินหน้าสู่เลือกตั้ง หวังเคลียร์ปมที่ยังคาใจ ไล่พวกหาเรื่องให้ไปอยู่ในส้วม เย้ยตอนนี้ทำเก่ง พอจับดำเนินคดีหน้าซีดทุกตัว เอาเวลาไว้เตรียมสู้คดีเถอะ “บิ๊กป้อม” แนะ นปช.ไปคุยกับ กกต.จะมีส่วนร่วมอย่างไร กร้าวห้ามเปิดศูนย์ปราบโกงฯทุกจังหวัด สั่ง ปอท.จับตาป่วนในโลกโซเชียล นปช.ไม่สน “ตู่” ยกคณะฟ้อง UNOHCHR จี้หยุดคุกคามชาวบ้านยืดอกรับเอง “เต้น” โวยเวที กกต.จัดให้แต่พวกเดียวกัน ตอกย้ำภาพ คสช.คุมเกมประชามติ พท.ไขลานรณรงค์ใช้สิทธินอกเขต ข้องใจไล่บี้ นปช.เจตนาไม่บริสุทธิ์ ปธ.กกต.ไม่ขัดข้อง นปช.ช่วยเป็นหูเป็นตา “ปู” โพสต์เซอร์ไพรส์เบิร์ธเดย์ 49 ปี “บิ๊กตู่” ป้องจีที 200 ไม่เกี่ยวคนซื้อ “บิ๊กป้อม” พร้อมให้ สตง.ตรวจสอบ “พิศิษฐ์” รับลูกจ่อส่ง ศอตช.-ป.ป.ช.

จากกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สกัดกั้นการจัดตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติของกลุ่ม นปช. ทั่วประเทศ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เปิดเผยว่ายกหูโทร.เคลียร์กับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ป้องกันการเข้าใจผิด

“บิ๊กตู่” ยกหูเคลียร์เลขาฯยูเอ็น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งาติ (คสช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษระหว่างเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน CONNEXT ED (The Leadership Program for School Partner) ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐาน และการพัฒนาผู้นำ ว่าวันนี้ต้องสร้างสมดุลระหว่างสติปัญญาและจิตใจ เพื่อสร้างมาตรฐานบ้านเมืองเข้มแข็ง เริ่มเห็นรอยยิ้มของทุกคนทำให้มีกำลังใจมากขึ้น ตั้งแต่เช้ามาเจอแต่สิ่งดีๆ เพราะได้คุยกับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทางโทรศัพท์ประมาณ 30 นาที ส่วนใหญ่ตนเป็นคนพูดประมาณ 25 นาที เลขาฯยูเอ็นตอบรับ พยายามอธิบายทุกอย่างให้เข้าใจ ไม่อยากให้กังวล ทุกคนให้โอกาสตนชี้แจงเสมอ ทุกคนยินดีกับเราที่จะทำงานเพื่อประเทศไทยและมิตรประเทศ

อย่าแตกแยกเพราะคนไม่กี่คน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ไปอินเดียมาขอแบ่งบุญให้กับทุกคน มีโอกาสไปสวดมนต์ใต้ต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ สวดเสร็จก็ฮือฮาเพราะมีฝนตกลงมา หลายเดือนแล้วที่ฝนไม่ตก ไม่รู้จะเป็นหวัดหรือเปล่า ไม่เป็นไรสู้ได้ ไม่ต้องกลัวป่วยไม่ได้ ไม่มีป่วย เป็นทหารมาเกือบ 40 ปี ไม่เคยลาป่วยสักครั้ง แต่วันนี้มีคนพยายามจะทำให้ป่วยอยู่เรื่อย ไม่มีทาง มียาดียาของตนอยู่ที่ใจ อย่าทำให้ประเทศชาติถอยหลัง หรือติดกับดักตัวเองเหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องของกฎหมาย แต่คิดว่ามันต้องดีขึ้น ที่ผ่านมาเราทิ้งโอกาสให้เป็นวิกฤติ อย่าไปสร้างความขัดแย้ง อย่าไปคล้อยตามบางคนไม่ได้หวังดีกับเรา ไม่ได้อวดอ้างว่ารักชาติอยู่พวกเดียว แต่อย่าลืมว่าแผ่นดินนี้พวกตนสละชีวิตรักษาเอาไว้ให้พวกท่าน จะปล่อยให้ใครมาทำลายไม่ได้ ทหารของตนทั้ง 3 เหล่าทัพ ตายไปไม่รู้กี่คน บรรพบุรุษไทยร่วมกันต่อสู้ แล้วเราจะมาแตกแยกแบ่งแยกก็เพราะคนไม่กี่คนหรือ กฎหมายอยู่ตรงไหนก็ว่ากันตรงนั้น

ไล่พวกจ้องป่วนให้ไปอยู่ในส้วม

นายกฯกล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดการศึกษาต้องสอนให้คนเคารพกฎหมาย จึงจะแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันได้ ยืนยันอีกครั้งจะไม่ยอมให้เกิดการทุจริตเด็ดขาด ถ้ามีให้ฟ้องร้องขึ้นมาจะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ศาลจะเป็นผู้ตัดสิน แต่ถ้ามาต่อต้านศาลยุติธรรมคงไม่ใช่ ปล่อยให้มีการเกี้ยเซียะคงไม่ได้ และไม่คิดจะไปเกี้ยเซียะกับใคร ประเทศชาติต้องเดินหน้า เรื่องทะเลาะเบาะแว้งให้ไปอยู่ข้างหลังโน่น ไปอยู่ในส้วมข้างส้วม อะไรที่เดินหน้าต้องออกทางประตูหน้า ทุกคนต้องร่วมมือพร้อมใจปฏิรูป คนที่จะมาเป็นผู้นำต้องดูว่ามีคุณธรรมจริยธรรมหรือเปล่า หวังอย่างยิ่งว่าทั้ง 12 องค์กรที่มาร่วมสานพลังประชารัฐ น่าจะทำให้เกิดผลได้ภายในปี 2560 ตั้งศูนย์ประชารัฐในกว่า 7,000 หมู่บ้านให้ได้ เพื่อให้คนกลับไปทำงานที่บ้านเกิด ไม่ใช่มารวมกันอยู่ที่ กทม. เพราะวันนี้ใน กทม.ไม่สามารถรับคนเพิ่มได้อีก ต้องทำเมืองอื่นให้เป็นเมืองใหญ่

ลั่นวันนี้ไม่ต้องพูดประชาธิปไตย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถามว่าคนทั้งประเทศต้องการให้ไม่มีความสงบหรือเปล่า ใครอยากให้ตั้งศูนย์อะไรนั่นขึ้นมาหรือไม่ เคยถามประชาชนว่าอยากมีไหม วันนี้ทุกประเทศมองว่าประเทศไทยมีเสถียรภาพที่สุด ไปมาทุกประเทศกล้ารับรองด้วยศักดิ์ศรีและชีวิต “ตอนนี้โลกเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ขอให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์หากน้ำท่วม ไม่ให้เกิดเลยคงไม่ได้ เพราะพื้นที่ประเทศไทยต่ำ โดยเฉพาะ กทม.ยังไงก็ท่วม ถ้าไม่อยากให้ท่วมก็ไปอยู่ที่อื่น เพราะทำไม่ทัน ไปหาที่อยู่สูงๆเอาแล้วกัน คงไม่ไล่ไปดาวอังคารหรอก ต้องมาช่วยกันทำให้ประเทศสูงขึ้นเพราะมันต่ำอยู่แล้ว ถ้ามีคนไม่ดีมันก็หนักแผ่นดินมากขึ้น จมลงไปเพราะไอ้คนไม่ดีเหล่านี้ อย่าลืมว่าผมมีอำนาจตามกฎหมาย วันนี้ไม่ต้องมาพูดเรื่องประชาธิปไตย กำลังทำให้ก็เดินหน้าไป จะมาอะไรกับผมนักหนา”

เหน็บเอาเวลาไปเตรียมสู้คดีเถอะ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์หันไปพูดกับพิธีกรในงานว่า “เรียนจบต่างประเทศมาหรือไม่ เมืองนอกมีตั้งศูนย์ปราบโกงจับโกงแบบนี้ไหม ถ้าไม่มีแล้วทำอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นแบบนั้น ไม่ให้มีคนคิดประหลาดแปลกๆแบบนี้ ทำเพื่อตัวเองกันทั้งสิ้น ความใหญ่เยอะแยะไปหมดยังออกมาแสดงปัญญาอีก โน่นไปเตรียมสู้คดีกันโน่น เดี๋ยวคดีใหม่มาอีก จะวุ่นวายอีก ประชาชนเดือดร้อนอีกถูกชักจูงชักนำมา ส่วนนักเรียนก็บอกว่าครูพามา ฉะนั้น ครูต้องไปดูอย่าให้เกิด เคยเห็นในคลิปนะที่สอนเด็กในห้องพูดว่าเผด็จการ มีนะบางโรงเรียน เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน แต่ไม่โกรธ โกรธไม่ได้ เพราะเขาไม่เข้าใจ

ฟ้อง “บัน คี มูน” มีพวกจ้องป่วน

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการต่อสายพูดคุยกับนายบัน คี มูน เลขาฯยูเอ็น ว่า ไม่มีอะไรมาก ปกติพูดคุยกันอยู่แล้ว นัดกันล่วงหน้าจึงได้พูดคุยกันถึงสถานการณ์บ้านเมืองของเรา การเตรียมการต่างๆ รวมทั้งระยะเวลาการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ การเข้าสู่การเลือกตั้ง ยืนยันไปว่าทุกอย่างเดินไปตามโรดแม็ปที่วางไว้ เล่าให้เลขาฯยูเอ็นฟังถึงความเคลื่อนไหวของคนที่ไม่หวังดี ซึ่งเขารับทราบมาทั้งหมดแล้ว แต่ตนเป็นกังวลไม่อยากให้เกิดความไม่เข้าใจ ท่าทีของนายบัน คี มูน ก็ดี และตนจะส่งคนไปพบพูดคุยอีกเร็วๆนี้ เราทุกคนต้องช่วยกันทำให้ความเข้าใจไม่คลาดเคลื่อน การเสนอข่าวของสื่อต้องระวังด้วย ส่วนความเคลื่อน ไหวของกลุ่มคนที่พยายามไปร้องกับทางตัวแทนยูเอ็นนั้น ได้บอกกับเลขาฯยูเอ็นว่ายังมีการเคลื่อนไหวลักษณะนี้อยู่ เล่ารายละเอียดให้ฟัง และขอบคุณในความเป็นห่วงและกังวลต่างๆ ซึ่งต่างประเทศพูดอย่างนี้จริงๆไม่ได้โกหก

มั่นใจให้แสดงความเห็นเต็มที่แล้ว

เมื่อถามว่านายบัน คี มูน แสดงความเป็นห่วงเรื่องใดเป็นพิเศษ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า นายบัน คี มูน เป็นห่วงเรื่องเดียว คือ เรื่องการแสดงความคิดเห็น อธิบายไปแล้วว่าเรามีอยู่แล้ว เปิดทุกพื้นที่เกือบทุกจังหวัด แต่ปัญหาคือบางพรรคการเมืองไม่ร่วมมือ ก็ถามเลขาฯยูเอ็นก็เงียบไป แต่ก็รับฟัง เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจว่าที่ผ่านมาได้เปิดช่องทางให้แสดงความคิดเห็นแล้วหรือ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า ยังไม่เต็มที่อีกหรือวันนี้ จะเอาอะไรกันอีก ให้ออกมาเดินตามถนนเอาไหม บอกมาเดี๋ยวจะให้ แล้วพวกคุณต้องช่วยกันรับผิดชอบด้วย วันนี้การพูดในสื่อห้ามหรือยัง หรือจะให้ห้ามจะเอาแค่ไหนอีก ที่ผ่านมาพูดสร้างสรรค์ให้ตนบ้างไหม นั่นหรือคือประชาธิปไตย

เย้ยถูกจับดำเนินคดีหน้าซีดทุกตัว

เมื่อถามว่าถึงรัฐบาลและ คสช.ห้าม แต่ก็ยังพยายามไปใช้ช่องทางขยายความทางโซเชียล พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เขากำลังพิจารณากันอยู่ จะจับกุมตาม พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้อง ไม่กลัวคุกบ้างก็แล้วไป คสช.ดูแลอยู่ ดำเนินการร่วมกับฝ่ายกฎหมาย ส่วนพวกหนักแผ่นดินที่พูดบนเวที ไม่ได้ว่าใคร สื่อก็ไปหากันเอง ยืนเปล่าๆเฉยๆหนักพื้น ไม่ทำอะไรดีแต่ขัดขาขัดแข้ง กฎหมายอีนุงตุงนังเต็มไปหมด คอยดูถึงเวลากระบวนการยุติธรรมเรียกตัวหน้าซีดกันทุกตัว ทีอย่างนี้เก่งกันทุกคน เมื่อถามว่าต้องดำเนินคดีตามกฎหมายและระงับธุรกรรมทางการเงินแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.) หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า กำลังดูอยู่ สามารถดำเนินคดีได้ทุกอัน

“บิ๊กป้อม” แนะ นปช.ไปคุยกับ กกต.

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสกัดไม่ให้กลุ่ม นปช.เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ว่า ดีแล้ว ที่ผ่านมาเคยบอกแล้วว่าตั้งไม่ได้ แต่ไม่ได้ห้ามเรื่องการตรวจสอบ เพราะมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่แล้ว อยากให้ไปร่วมมือกับ กกต. ไม่ได้ห้ามให้ประชาชนมีส่วนร่วม กกต.จะได้วางรูปแบบว่ามีแนวทางอย่างไร นปช.ไม่ต้องมาดำเนินการเอง ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาวุ่นวาย ไม่ได้บอกว่าไม่ให้ป้องกันการทุจริต แต่จะทุจริตอย่างไรยังมองไม่ออก จะโกงอย่างไรได้ เพราะทุกอย่างมีขั้นตอน มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ตามที่ กกต.กำหนด นปช.ต้องไปคุยกับ กกต.ว่ามีวิธีการอย่างไร ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. โจมตี พล.อ.ประยุทธ์ว่าเป็นคนสับปลับนั้น คิดว่าเขาคงไม่เข้าใจ นายกฯบอกว่าตั้งได้แต่ผิดกฎหมาย แล้วจะตั้งได้อย่างไร ส่วนตนบอกมาตั้งนานแล้วว่าตั้งไม่ได้

กร้าวห้ามเปิดศูนย์ปราบโกงทุก จว.

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส่วนที่ นปช.จะไปเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียนั้น ถ้ามีการบิดเบือนต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ยืนยันว่าศูนย์ปราบโกงฯไม่มีเปิดในทุกจังหวัด ถ้ามีต้องถูกจับกุม มีเจ้าหน้าที่คอยติดตามอยู่ ส่วนที่ นปช.จะไปหารือกับทางยูเอ็นนั้น ก็คุยไป แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในประเทศ และ คสช.ไม่ได้ไปละเมิดสิทธิมนุษยชนนปช. เราทำตามกฎหมาย คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ขอร้องว่า นปช.อย่าออกมาปั่นป่วนเลย รอให้ถึง วันที่ 7 ส.ค. ทำประชามติเสร็จก็ว่ากันไป และยืนยันว่าวันที่ 7 ส.ค. ยังมีการลงประชามติ ทุกอย่างต้องเดินตามกรอบโรดแม็ป หากไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายจนไม่สามารถลงประชามติได้ การเผยแพร่บนโลกออนไลน์เกี่ยวกับเอกสารที่อ้างว่าเป็นแผนการดำเนินการกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล ที่ระบุว่าเป็นของมณฑลทหารบกที่ 38 (กกล.รส.มทบ.38) โดยเฉพาะข้อความให้ดำเนินการจับตายแกนนำฮาร์ดคอร์หัวรุนแรงหากมีการขัดขืน ว่า ยังไม่เห็น พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ดำเนินการตรวจสอบอยู่ แต่ยืนยันว่า คสช.ไม่เคยมีคำสั่งดังกล่าว บ้านเมืองมีกฎหมาย ไม่ทำอะไรที่เฮงซวย ทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล และต้องมีพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถทำอะไรแบบนั้นได้

สั่ง ปอท.จับตาไปป่วนโลกโซเชียล

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การเข้าปิดศูนย์ปราบโกงฯของ นปช. ถือว่าได้รับความร่วมมืออย่างดี ขณะนี้ทุกคนมุ่งหวังให้การทำประชามติสะท้อนความต้องการของประชาชนจริงๆ การเปิดศูนย์ฯของ นปช.แค่ต้องการสร้างกระแส น่าจะหวังผลอย่างอื่นมากกว่า

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ภาพรวมการปิดศูนย์ฯของ นปช.ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น หากจะเคลื่อนไหวรณรงค์เรื่องประชามติควรกระทำร่วมกับ กกต. เป็นเรื่องปกติที่จะมีแรงต้าน แต่ตำรวจไม่กังวล และเตรียมจัดสัมมนาเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของตำรวจช่วงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปตำรวจ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับตำรวจทั่วประเทศ

ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กรณีที่แกนนำ นปช.จะไปใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการปราบโกงประชามติ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ บก.ปอท.ตรวจสอบและจับตาการเคลื่อนไหวของ นปช. ว่ากระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 61 หรือไม่ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท ทั้งนี้ศาลอาจสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง มีกำหนดไม่เกิน 5 ปี

นปช.ไม่สนลุยฟ้อง UNOHCHR

วันเดียวกันเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก แกนนำกลุ่ม นปช. นำโดย นาย จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ เดินทางเข้าพบผู้ประสานงานสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชน ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์) หลังยื่นหนังสือเรียกร้องให้เข้าร่วมกับศูนย์ปราบโกงประชามติเพื่อตรวจสอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกจับตาจากเจ้าหน้าที่ทหารจาก บก.ทบ. อยู่มีรั้วติดกับสำนักงานยูเอ็น นำโดรนทหารบินขึ้นจับภาพแกนนำกลุ่ม นปช.ไว้

จี้หยุดคุกคามชาวบ้านยืดอกรับเอง

ด้านนายจตุพรกล่าวว่า มาตามนัดหมายของยูเอ็น เพื่อรายงานเรื่องการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ และเรื่องการละเมิดสิทธิ์ด้านอื่น ขณะนี้ นปช.เปิดศูนย์ฯได้แล้ว 47 จังหวัด อีก 29 จังหวัดไม่สามารถเปิดได้ แต่ชะตากรรมแนวร่วม นปช.ที่สวมเสื้อสีดำมีสัญลักษณ์ศูนย์ปราบโกงฯที่ถ่ายภาพพิธีเปิดศูนย์ฯนำมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ขณะนี้ถูกทหารใช้ภาพถ่ายเหล่านี้เรียกตัวไปข่มขู่คุกคาม แม้ส่วนใหญ่ได้รับการปล่อยตัว แต่มีบางส่วนถูกดำเนินคดีต้องขึ้นศาล ทหาร จึงอยากฝากถึงนายกฯว่าแม้ท่านจะเสียสัตย์ แต่สิ่งที่ยังควรมีอยู่คือความเป็นมนุษย์ ขอให้หยุดคุกคามประชาชน แล้วให้มาคุกคามตนและแกนนำนปช.แทน นอกจากนี้ ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์ขอให้นปช.ทำหนังสือส่งตรงถึงนายบัน คี มูน เลขาฯยูเอ็น โดยจะนัดวันยื่นหนังสืออีกครั้ง

ด้าน นพ.เหวงกล่าวว่า ผู้แทนยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์ แนะให้ นปช. ทำหนังสือเรียกร้องการตรวจสอบการทำประชามติ และการถูกละเมิดสิทธิ์กับคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทยด้วย

โวยเวที กกต.จัดให้แต่พวกเดียวกัน

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ต้องการมาเล่าความจริงให้ยูเอ็นฟังว่า บรรยากาศการทำประชามติของไทยไม่เหมือนที่ไหนในโลก การมีส่วนร่วมของประชาชนถูกตีค่าเป็นขบวนการนอกกฎหมาย นปช.ไม่ได้ต้องการเอาเรื่องนี้มาประจาน แต่ไม่รู้จะไปร้องเรียนใคร และขอตั้งข้อสังเกตผ่านสื่อมวลชนว่า จากหลักฐานที่ กกต.ได้ลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ การจัดสรรเวลาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ และวิทยุใช้ชื่อรายการ “7 สิงหาประชามติร่วมใจ” ในผังรายการจัดเวลาให้แต่บุคคลของ กกต. กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กปปส. และบุคคลที่มีแนวโน้มเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นแผนหาเสียงที่วางกลยุทธ์ไว้อย่างแยบคาย เปิดพื้นที่ให้คนฝ่ายเดียว ปิดพื้นที่คนอีกฝ่าย ยิ่งกว่ามัดมือ มัดเท้า ปิดตา และคลุมถุงชน แล้วจะให้เราไปร่วมกับเวทีของ กกต.ได้อย่างไร ถ้ารัฐจริงใจก็ควรยุติการไล่ล่าประชาชนที่จะมีส่วนร่วมดีกว่า

ตอกย้ำภาพ คสช.คุมเกมประชามติ

นางธิดากล่าวว่า นปช.นำภาพการเปิดศูนย์ปราบโกงไปนำเสนอต่อยูเอ็น โดยเฉพาะกลยุทธ์ของรัฐที่มาคุกคามปิดศูนย์ปราบโกงฯ เช่น ที่ จ.ปทุมธานี เมื่อมีการเปิดศูนย์ฯแล้วถูกเจ้าหน้าที่รัฐนำภาพบนเฟซบุ๊กไปตามจับ บังคับให้บอกชื่อแกนนำ หลอกล่อแกนนำออกมาให้ถูกจับ และต้องขึ้นศาลทหารด้วย

ด้านนายนิสิตกล่าวว่า วันนี้คนควบคุมการจัดทำประชามติไม่ใช่ กกต. แต่เป็น คสช. จึงเป็นแค่การออกเสียงประชามติของบุคคลกลุ่มเดียว ไม่ใช่ของคนทั้งประเทศ เชื่ออีกไม่นานจะมีมาตรการข่มขู่คุกคามประชาชนอย่างหนักอีก มั่นใจแนวโน้มมีการโกงประชามติแน่นอน

พท.ไขลานรณรงค์ใช้สิทธินอกเขต

ที่สำนักงาน กกต. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. และ กกต. เพื่อขอให้เร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดที่จะหมดเขตวันที่ 30 มิ.ย. มีนายพลวัตน์ พิรติชัยธนกุล ผอ.สำนักเลขานุการ กกต. เป็นผู้รับหนังสือ โดยนายวิชาญกล่าวว่า เวลาอีกเพียง 10 วันในการลงทะเบียนนอกเขตจังหวัด อาจไม่เพียงพอเนื่องจากประชาชนยังไม่รับทราบเท่าที่ควร มีจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตจังหวัดจนถึงขณะนี้เพียงหลักพันคนเท่านั้น กกต.และรัฐบาลควรประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ พรรคเพื่อไทยจึงได้ขออนุญาตจัดทำแผ่นประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด ตามรูปแบบของ กกต. จำนวน 10,000 แผ่น เพื่อช่วยรณรงค์ให้กับ กกต.อีกทางหนึ่ง

ชี้ คสช.ได้ประโยชน์เต็มๆ เนื้อๆ

อีกด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ลงเฟซบุ๊ก “หรือกำลังคิดโกง” ระบุว่า นายกฯเคยตั้งคำถามว่าจะมีใครได้ประโยชน์จากการโกงประชามติ คำตอบคือนายกฯและพรรคพวกที่ได้ประโยชน์ เพราะแม้ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติ คสช.และหัวหน้าคสช. ก็ยังคงมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว รวมถึงมีอำนาจตามมาตรา 44 ต่อไปอีกอย่างน้อย 15-17 เดือน และยังมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการไปสรรหา ส.ว.อีก 250 คน ส่วนคนที่เสียประโยชน์จากรัฐธรรมนูญนี้คือประชาชน เช่น เสียสิทธิการเลือก ส.ส. ที่เคยกาได้สองบัตรก็เหลือบัตรเดียว เสียสิทธิการเลือก ส.ว. ที่เคยเลือกได้จังหวัดละคนก็หายไป คสช.และรัฐบาล จึงกระทำทุกทางที่จะจัดการกับผู้ที่คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการส่งกำลังไปขัดขวางการตั้งศูนย์ปราบโกงฯ จึงถือว่าเป็นคนล้มละลายทางความเชื่อถือ ทั้งยังกลัวการตรวจสอบจากประชาชน เปรียบกับสำนวนไทยเป็น “วัวสันหลังหวะ” จึงขอยืมคำพูดที่ท่านชอบพูดบ่อยๆว่า “ถ้าไม่ผิดแล้วกลัวอะไร” มาปรับใช้ว่า “ถ้าไม่คิดจะโกงแล้วกลัวอะไร”

ข้องใจไล่บี้ นปช.เจตนาไม่บริสุทธิ์

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ทหารเข้าปิดศูนย์ปราบโกงฯ เห็นได้ว่า คสช.ใช้อำนาจลักษณะนี้หลายครั้ง ตั้งแต่การตรวจสอบทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ การขุดลอกคลองของ อผศ. ข้ออ้างที่ คสช.เข้ามายึดอำนาจว่า เพราะมีคอร์รัปชันเยอะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ คสช.ใช้อำนาจปิดกั้นไม่ให้ตรวจสอบการคอร์รัปชันทุกเรื่อง เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมเกิดข้อครหาแน่นอน เอากำลังทหารไปปิดกั้นขนาดนี้ แสดงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ การตรวจสอบผิดตรงไหน ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวปลุกระดมต่อต้านรัฐบาลหรือ คสช.เลย ยิ่งปิดกั้นต่างประเทศหรือนักลงทุนยิ่งแคลงใจ ทำให้การลงทุนชะงัก เศรษฐกิจไม่ฟื้น ฉะนั้นขอให้คสช.ทบทวน และขอให้แถลงให้ประชาชนทราบด้วยว่า คนถูกจับไปเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. มีกี่คน ผิดกฎหมายข้อไหน เอาไปไว้ที่ไหน

อย่าใช้ประชามติฟอกขาว รธน.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลไม่สามารถตอบคำถาม 8 ข้อของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้ เท่ากับรัฐบาลยอมรับว่าตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศทำให้เศรษฐกิจเสื่อมถอยจริง ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความไม่มั่นใจของต่างประเทศ ดังนั้น อย่าทำให้ประชาชนรู้สึกว่า การทำประชามติเป็นเหมือนการฟอกขาวรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่ประชาคมโลกไม่ยอมรับ และต้องอธิบายต่อประชาคมโลกที่ไม่เข้าใจว่าการตั้งศูนย์ปราบโกงฯผิดตรงไหน

ซัด กปปส.อิงเผด็จการเพราะมีเอี่ยว

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีผู้พยายามจุดประเด็นเห็นควรรับรัฐธรรมนูญแม้ไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เพื่อใช้ขจัดระบอบทักษิณนั้น หากประชาชนไม่ได้สัมผัสจากชีวิตจริงเปรียบเทียบเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ว่าระหว่างบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยกับบ้านเมืองเป็นเผด็จการ ปรากฏว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทุกวันนี้ทุกภาคส่วนต่างเดือดร้อนกับภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ยิ่งพี่น้องเกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศถึงขั้นลำบาก ยากแค้น หนี้สินรุงรัง ดังนั้น ท่านที่ยังคิดอิงแอบเผด็จการ เพื่อประโยชน์ส่วนตน ท่านถามพี่น้องประชาชนที่เคยเลือกท่านแล้วหรือยัง

“ถาวร” สวนรื้อปมทุนสามานย์

ด้านนายถาวร เสมเนียม อดีตแกนนำ กปปส. กล่าวตอบโต้นายชวลิตว่า ประเทศไทยที่ตกต่ำเป็นเพราะระบอบทักษิณเข้ามาครอบงำ เป็นประชาธิปไตยสามานย์ที่ใช้ทุนเข้ามาซื้อเสียง จนถูกยุบไปแล้ว 2 พรรค คือ พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน นายชวลิตรู้จักสองพรรคนี้หรือไม่ และยังมีซากเดนเหลืออยู่มาก กปปส.จึงต้องออกมาชุมนุม จนมาถึงการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง ซึ่ง กปปส.ยอมรับได้หากจะไม่มีการเลือกตั้งจนกว่าจะมีการเร่งปฏิรูป 5 ด้านที่จำเป็น เพราะรัฐบาลนี้ปฏิรูปล่าช้า กปปส.จะขอยอมรับรัฐธรรมนูญนี้ไปก่อน หากปล่อยช้าประเทศชาติจะยิ่งเสียหาย ส่วนกลุ่มที่อ้างว่าจะจับโกงประชามตินั้น ถามว่ามีความจริงใจแค่ไหน เพราะเห็นปรากฏเป็นข่าวที่จังหวัดนครพนม ว่า มีแกนนำ นปช.ว่าจ้างชาวบ้านหัวละ 200 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินคดีเร่งสาวถึงผู้บงการอยู่

“นคร” ซัดแค่วาทกรรมผู้สยบยอม

นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พวกที่กล่าวอ้างว่าทุนสามานย์ทำลายระบอบประชาธิปไตยนั้น เป็นเพียงแค่วาทกรรมทางการเมืองที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นข้ออ้างในการทำลายระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่นักการเมืองบางคนบางพรรค ไปสยบยอมและสมรู้ร่วมคิดกับฝ่ายเผด็จการมาทำลายบ้านของตนเอง หากใครโกง ใครทุจริต ก็ควรเอาผิดกับบุคคลนั้นและผู้เกี่ยวข้องให้เด็ดขาดและจริงจัง แต่ไม่ควรอ้างว่ามีบางคนทุจริตคดโกงแล้วทำลายระบอบประชาธิปไตยทิ้ง ถึงเวลาแล้วที่พวกเราฝั่งประชาธิปไตย จะร่วมกันเพื่อปกป้อง รักษา และพัฒนาประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยสากล

ไม่ขัดข้อง นปช.ช่วยเป็นหูเป็นตา

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึง กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แนะนำให้กลุ่มนปช.มาคุยกับ กกต. เพื่อตรวจสอบกระบวนการออกเสียงประชามติ ว่า การตรวจสอบกระบวนการออกเสียงประชามติเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนต้องช่วยกันดูแล หากพบเห็นสามารถแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่นตาสับปะรดของสำนักงาน กกต. หรือแจ้งมาที่สำนักงาน กกต.โดยตรง หากกลุ่ม นปช.ต้องการเข้ามาช่วยทำงานในด้านนี้ กกต.ก็ไม่ขัดข้อง เพราะถือเป็นประชาชนทั่วไป แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่มีเจตนาแอบแฝงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ส่วนกรณีที่อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ กกต.รณรงค์ให้ประชาชนมาลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดนั้น กกต.กำลังเร่งดำเนินการอยู่ ได้ส่งหนังสือไปยังหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสภานายจ้าง ให้ช่วยอำนวยความสะดวกกับลูกจ้างที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด ในการลงทะเบียนใช้สิทธินอกเขต ต้องขอบคุณ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพราะถือว่ามาช่วย กกต.ในการรณรงค์

“มีชัย” วอนเครือข่ายช่วยเผยแพร่

ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดเวทีสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ แก่คณะกรรมการศูนย์พัฒนา การเมืองภาคพลเมืองสถาบันพระปกเกล้าทั้ง 49 ศูนย์ ทั่วประเทศ โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวบรรยายพิเศษเรื่อง “เจตนารมณ์และสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ” ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเขียนหลักการสำคัญมี 4 ประเด็นหลัก คือ 1.สิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน 2.เน้นปราบปรามการทุจริต 3.ปฏิรูปการศึกษา และ 4.ปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม รวมถึงระบบราชการที่ต้องปฏิรูปด้านวิธีปฏิบัติที่ดี เน้นบริการประชาชนเป็นหลัก กรธ.ส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการ ไม่มีใครเป็นนักการเมือง ไม่มีความสามารถสู้รบกับนักการเมืองที่จ้องทำลายได้ เราจนปัญญา อาศัยแต่ความสุจริตเป็นที่ตั้ง อธิบายและพูด และอยากให้ช่วยกันเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนเข้าใจ

ดักคอ กกต.อย่าปัดสวะปมร้อน

นายมีชัยให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการเคลื่อนไหว ของกลุ่ม นปช. จะเป็นอุปสรรคในการลงประชามติหรือไม่ว่า ถ้าทำผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็คงจัดการ แต่ถ้าไม่ผิดกฎหมายก็คงไม่มีใครว่าอะไรได้ เราทำตามกติกาสากลไม่ได้ทำอะไรที่ผิดแปลกไป ประชาชนเวลานี้ฉลาดขึ้น คงไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ เราต้องวางใจ อะไรที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จเราต้องคอยแก้ไข สื่อมวลชนเองก็ต้องระวังการนำเสนอด้วย ส่วนการดำเนินการกับผู้นำข้อมูลเท็จตรงนี้เราพยายามบอก กกต.ที่เป็นผู้ดูแล ซึ่งต้องคุยกัน เพราะเห็นว่า กกต.ทำท่าเหมือนจะโยนมาให้ กรธ.แจ้งความเอง ตรงนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กกต.น่าจะเป็นผู้ที่กลั่นกรองได้

“อุเทน” บี้ “สมคิด” จับตาเกมล่อแมลงเม่า

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ขอย้ำให้นายกฯและหัวหน้า คสช. ยกเลิกการทำประชามติและประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นสากล ไม่เช่นนั้นจะยิ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งตามมา ส่วนกรณีประเทศอังกฤษกำลังจะจัดการลงประชามติเพื่อตัดสินใจว่า จะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ในวันที่ 23 มิ.ย.นั้น เรื่องนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง รัฐบาลและโดยเฉพาะนักลงทุนที่อยู่ในตลาดเงินและตลาดหุ้น ไม่ควรตื่น ตระหนก อย่าตกเป็นเหยื่อของบุคคลหรือกลุ่มทุนที่จ้องจะหาประโยชน์จากเรื่องนี้ และขอให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ต้องตรวจสอบในตลาดเงินและตลาดหุ้น อย่าปล่อยให้นายทุนใหญ่ดูดเลือดเนื้อนักลงทุนรายย่อยอีก โดยใช้กลไกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด

“ปู” โพสต์เซอร์ไพรส์เบิร์ธเดย์ 49 ปี

วันเดียวกัน ที่บ้านซอยโยธินพัฒนา 3 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เปิดบ้านให้ญาติสนิทและคนใกล้ชิด เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้า ที่จะมีอายุครบ 49 ปี ในวันที่ 21 มิ.ย. อาทิ น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ ชินวัตร และสามี นาย กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกฯ และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต รมช.คลัง คณะทำงานด้านกฎหมาย อาทิ นายพิชิต ชื่นบาน นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง และเพื่อนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์มอบหนังสือ “สวดมนต์ ได้บุญ” เป็นของที่ระลึก และยังโพสต์ภาพและข้อความลงเฟซบุ๊กว่า “ขอบคุณคำอวยพรวันเกิดล่วงหน้าปีนี้มีเซอร์ไพรส์อวยพรวันเกิดให้ด้วยค่ะ มีความสุขมากและดีใจที่ได้เจอคนเก่าๆ ไม่ได้เจอกันนานก็มาพบกันวันนี้ ขอบคุณมากนะคะ”

นายกฯสานความร่วมมือไทย–เขมร

อีกเรื่อง ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายปรัก สุคน รมว.ต่างประเทศกัมพูชา เข้าหารือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จากนั้น พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯฝากความระลึกถึงสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการถึงแก่อนิจกรรมของนายใส่ ภู่ทอง กรรมการบริหารพรรคประชาชนกัมพูชา พร้อมขอบคุณกัมพูชาที่สนับสนุนและมอบหมายผู้แทนเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานร่วม 3 ฝ่ายเพื่อศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะ สมของการเดินเรือตามแนวชายฝั่งไทย-กัมพูชา-เวียดนามครั้งที่ 1 เมื่อเดือน มี.ค.59 ที่ผ่านมา ส่วนการเปิดจุดผ่านแดนถาวรใหม่ที่บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบทนั้น จะเร่งรัดการก่อสร้างสะพานข้ามแดนให้ได้โดยเร็ว และขอให้กัมพูชาตรวจสอบปัญหาสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และการลักลอบตัดไม้พะยูงตามแนวชายแดนไทยด้วย

เร่งเชื่อมคมนาคมแก้ค้ามนุษย์

ต่อมานายปรัก สุคน เข้าพบนายดอน ปรมัตถ์-วินัย รมว.ต่างประเทศ เพื่อแนะนำตัวที่รับตำแหน่งใหม่ พร้อมแถลงร่วมสองฝ่าย โดยนายดอนกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายติดตามการสร้างความเชื่อมโยงทั้งทางบก เรือ และอากาศให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น เร่งเปิดด่านผ่านแดนบ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท พัฒนาเชื่อมต่อทางรถไฟและเร่งลงนามความตกลงการเดินเรือชายฝั่งไทย กัมพูชา เวียดนาม พร้อมยินดีจะร่วมกันแก้ปัญหาและรับมือความท้าทายในภูมิภาค และเตรียมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีในเดือน ส.ค.นี้ด้วย

ขณะที่นายปรัก สุคน กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายพร้อมจะพัฒนา ยกระดับมูลค่าการค้าให้ถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯภายในปี 2020 และยกระดับด่านผ่านแดน 4 แห่ง ให้เป็นจุดผ่านแดนระหว่างประเทศ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเน้นย้ำความร่วมมือด้านแรงงานเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงานกัมพูชาในไทย และช่วยขจัดการค้ามนุษย์และแรงงานทาสยุคใหม่ด้วย

“ซูจี” เยือนไทยจ่อถกเรื่องแรงงาน

วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่ข่าวสารนิเทศกรณีนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ตามคำเชิญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.ระหว่างวันที่ 23-25 มิ.ย. พร้อมรัฐมนตรีสำคัญ อาทิ นายเต็ง ส่วย รมว.แรงงาน ตรวจคนเข้าเมืองและประชากร นายจ่อ วิน รมว.กระทรวงวางแผนและการคลัง และนายจ่อ ติน รัฐมนตรีแห่งรัฐว่าด้วยกิจการต่างประเทศเมียนมา โดยนางอองซาน ซูจี จะเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับนายกฯที่ทำเนียบรัฐบาล อาทิ ความร่วมมือด้านแรงงานการพัฒนาและความเชื่อมโยง และจะลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน ความตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงาน และความตกลงว่าด้วยการข้ามแดนเพื่อประโยชน์ร่วมกันของภาคเอกชนไทยและแรงงานเมียนมาในไทยด้วย และมีกำหนดเยี่ยม ชุมชนแรงงานเมียนมาที่ จ.สมุทรสาคร และเยี่ยมผู้หนีภัยการสู้รบที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน จ.ราชบุรี

“บิ๊กตู่” ป้องจีที 200 ไม่เกี่ยวคนซื้อ

เมื่อเวลา 12.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีศาลประเทศอังกฤษสั่งยึดทรัพย์สินมูลค่า 7.9 ล้านปอนด์ (ราว 395 ล้านบาท) จากนายเจมส์ แมคคอร์มิค ผู้ต้องหาคดีจำหน่ายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด (GT 200) ปลอม โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ย้อนถามผู้สื่อข่าวเสียงดุว่า “เขาตัดสินว่ายังไง ถ้าตัดสินผู้ค้า ผู้ผลิตแล้วเยียวยาคนซื้อหรือไม่ ให้ไปดู เขาฟ้องคนซื้อหรือไม่ เพราะเขาซื้อกันทั้งโลก” เมื่อถามต่อว่า จะตรวจสอบเพิ่มหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “จะตรวจสอบอะไรอีก งดใช้ไปตั้งนานแล้ว ทิ้งถังไปแล้วมั้ง พอเขาพิสูจน์ว่าใช้ไม่ได้ ก็ไม่ใช้ แต่ขอให้นึกถึงครอบครัวและคนที่ตายเพราะระเบิด บ้าง” เมื่อถามย้ำว่า จะเรียกร้องค่าเสียหายหรือไม่ นายกฯตอบว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบแต่ถ้าร้องได้ก็ร้อง

“บิ๊กป้อม” พร้อมให้ สตง.สอบได้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ครม.สั่งยุติการใช้งานไปแล้ว เครื่องจีที 200 ก็ใช้ได้ผล กองทัพอากาศนำมาใช้หน่วยแรก จากนั้นหน่วยอื่นนำมาใช้ก็มีผลงาน เรื่องนี้จบไปโดยไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะขอตรวจสอบกรณีนี้ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ต้องให้ตรวจสอบเพราะเราจัดซื้อโปร่งใส ไม่ได้ทำด้วยคนคนเดียว รวมถึงยุทโธปกรณ์ทั้งหมดต้องมีคณะกรรมการจัดซื้อจัดหาและคณะกรรมการตรวจรับ ให้ไปตรวจดู ดำเนินการตรวจรับ และขั้นตอนการดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำมาตลอดก็ทำกันแบบนี้ หากมีการทุจริต ก็ต้องลงไปดูในรายละเอียด ตามขั้นตอนแล้ว ต้องทำให้ครบ

ผู้ว่าฯ สตง.รับลูกจ่อส่ง ศอตช.–ป.ป.ช.

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สตง. กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ติดตามตั้งแต่มีข่าวการตรวจสอบประสิทธิภาพและสาธิตการทำงานในไทยแล้ว พบว่าเป็นการทำให้ส่วนราชการหลงเชื่อคำโกหก จนหลายหน่วยงานจัดซื้อ การกระทำของภาคเอกชนน่าเชื่อว่ามีการทุจริต สตง.จึงแจ้งถึงส่วนราชการต่างๆ ให้ทยอยดำเนินคดีกับผู้จัดจำหน่ายแล้ว เมื่อศาลอังกฤษตัดสินแล้ว สตง.จะติดตามความคืบหน้าคดีที่ส่วนราชการดำเนินการ ทั้งคดีอาญาและการเรียกค่าเสียหายว่า เรื่องไปถึงไหนแล้ว และจะส่งเรื่องนี้ให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย เมื่อถามว่า ที่พบว่ามีการทุจริตนั้น เฉพาะในส่วนของเอกชนใช่หรือไม่ นายพิศิษฐ์ตอบว่า จากคำพิพากษาของศาลอังกฤษชี้ชัดว่า บริษัทแม่มีการทุจริต บริษัทลูกที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ก็น่าจะผิดด้วย แต่ในส่วนราชการหลักฐานพบว่าการจัดซื้อเป็นเพราะหลงเชื่อคำโฆษณาจึงยังไม่มีการดำเนินการ

“เหลิม” ค้าน “วิชา” นั่งอนุฯสอบแจกเงิน

ช่วงบ่าย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายโอภาส สร้อยสน ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. คัดค้านการแต่งตั้งนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เป็นอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิมกับพวกรวม 36 ราย ออกมติ ครม.จ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองปี 2548-2553 โดยไม่มีอำนาจและไร้กฎหมายรองรับ โดยนายโอภาสกล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิมให้นำคำคัดค้านการตั้งนายวิชาเป็นอนุกรรมการไต่สวน ซึ่งตามกฎหมาย ป.ป.ช. เมื่อกรรมการ ป.ป.ช.พ้นวาระไปแล้ว ตาม กฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 12 และ 46 ไม่ควรตั้งเป็น อนุกรรมการอีก จึงรวบรวมเอกสาร คัดค้านยื่นต่อ ป.ป.ช. เชื่อว่าจะมีผู้คัดค้านเพิ่มอีก

“ประยุทธ์” แจงยังแค่กรณีศึกษา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงแนวคิดการยกเลิกยาบ้าออกจากบัญชียาเสพติดว่า ไม่ใช่แนวคิด แต่เป็นผลจากการประชุมร่วมสมัยพิเศษของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเรื่องยาเสพติด หรือ UNGASS 2016 ที่ผ่านมา เขาหารือมาอย่างนี้ เราต้องกลับเอามาศึกษา ในเมื่อเขาเสนอมา เราก็ต้องมาดูว่าเราควรทำอย่างไร ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย แค่รับมาศึกษาเพราะเขามองในแง่ที่ว่าประเทศเขาและประเทศเรามันคนละอย่าง ประเทศ เราไม่เหมือนประเทศเขาที่จะสามารถลดอันนี้ไปใช้อันนั้นได้ แต่ประเทศเขา เขาคุมได้ ประเทศไทยมีกฎหมายยังคุมไม่ได้สักอันเลย อยากได้แบบเขาหมดแต่ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง จะเป็นไปได้อย่างไร

“บิ๊กตู่” ยกหูฟ้อง “บัน คี มูน” มีพวกจ้องป่วนโรดแม็ป ร่ายยาวครึ่งชั่วโมงสถานการณ์ บ้านเมือง-กรอบการจัดทำประชามติ-เดินหน้าสู่เลือกตั้ง หวังเคลียร์ปมที่ยังคาใจ ไล่พวกหาเรื่องให้ไปอยู่ในส้วม เย้ยตอนนี้ทำเก่ง พอจับดำเนินคดี... 21 มิ.ย. 2559 08:15 21 มิ.ย. 2559 08:15 ไทยรัฐ