วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้‘พินัยกรรม’ พ่อเฒ่าใจบุญ บัญชีเงิน1.4ล. มอบรพ.สงฆ์ แบ่งถวายวัด

เผยพินัยกรรมพ่อเฒ่าใจบุญที่พบเป็นศพเสียชีวิตอยู่ในที่พักหลังกุฏิวัดอโศการาม เมืองปากน้ำ มีเงินเก็บในบัญชีธนาคาร 1.4 ล้านบาท มอบให้โรงพยาบาลสงฆ์ 7 แสนบาท และถวายวัด 7 แสนบาท แถมมีที่ดินอีก 200 ตารางวาที่อยุธยา โอนไว้ที่ลูกศิษย์พระ ตำรวจตรวจพบทะเบียนสมรสมีชื่อภรรยาอยู่ จ.อุดรธานี ยังมีชีวิตอยู่ เตรียมเรียกมาสอบปากคำรับศพไปดำเนินการ ส่วนพินัยกรรมต้องรอทนายความมาเปิดอ่าน ก่อนดำเนินการตามเจตจำนงของผู้ตาย พร้อมตรวจเอกสารอื่นๆอย่างละเอียด ทั้งเงินในบัญชีธนาคารและโฉนดที่ดิน

กรณีพบศพนายองอาจ ราชวงษ์ พ่อเฒ่าวัย 84 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน เลขที่ 46/31 ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ เสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำที่พักอยู่หลังกุฏิวัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสมุทรปราการ คาดว่าลื่นล้มเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 วัน ตรวจพบเอกสารของผู้ตายมีเงินฝากธนาคารกว่า 1,340,000 บาท และสำเนาโฉนดที่ดินใน จ.เชียงใหม่ 2 ไร่ รวม 2 แปลง สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเคยรับราชการเป็นพนักงานขับรถกรมสรรพสามิต หลังเกษียณอายุราชการมาขออาศัยอยู่ที่วัด ทุกวันจะออกเก็บขวดน้ำและของเก่าขายนำเงินไปถวายวัด ที่ผ่านมาเคยบริจาคเงินสร้างสะพานและซื้อข้าวของให้วัดมาแล้ว 7-8 ล้านบาท

ความคืบหน้าการจัดการทรัพย์สมบัติมรดกของผู้เฒ่าใจบุญ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. นางพจนีย์ ดิรัตนะโภคา อายุ 62 ปี และนายจารึก ดุสิตสวัสดิ์ อายุ 65 ปี เข้าพบ ร.ต.อ.สหัสพล พุ่มอิ่ม รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อสอบถามรายละเอียดเรื่องการจัดงานศพ นางพจนีย์กล่าวว่า รู้จักกับนายองอาจมานานหลายปี เนื่องจากเคยขับรถให้คุณพ่อที่กรมสรรพสามิต หลังเกษียณอายุราชการทราบว่านำที่ดินที่ จ.นครสวรรค์ ไปขายไม่รู้ว่าได้เงินเท่าไหร่ ก่อนจะมาอยู่ที่วัดอโศการาม บอกว่าจะมาปฏิบัติธรรมช่วงบั้นปลายชีวิต หลังจากมาอยู่ที่วัดก็เดินทางมาเยี่ยมบ้าง นายองอาจเคยเล่าให้ฟังว่าเงินที่ได้จากการขายที่ดินมอบให้วัดหลายล้านบาทและอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เนื่องจากไม่มีภาระอะไรต้องเป็นห่วง ถ้าเป็นอะไรไปเงินที่เหลือรวมทั้งทรัพย์สินที่มีจะบริจาคให้วัดทั้งหมด จนมาทราบข่าวว่านายองอาจเสียชีวิต จึงมาสอบถามรายละเอียดเรื่องการจัดงานศพ หากไม่มีใครรับดำเนินการจะเป็นธุระจัดการให้ ไม่ได้มาเพื่อหวังผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น

ด้านพระสุพล พลสัมปันโน พระลูกวัดวัดอโศกราม เผยว่า ผู้ตายมาขออาศัยอยู่ที่วัดตั้งแต่ปี 44 ทุกวันจะถีบจักรยานออกหาของเก่ามาสะสมไว้และตระเวนทำบุญใส่บาตรเนื่องจากเป็นคนชอบทำบุญ กระทั่งปี 54 มาปรึกษากับตนว่ามีเงินเก็บอยู่ 1.4 ล้านบาทไม่รู้จะทำอะไร จึงแนะนำให้บริจาคทำบุญโดยทำพินัยกรรมเอาไว้ ก่อนจะหาทนายความให้ ระหว่างทำพินัยกรรม มีตนและพระลูกวัดอีก 1 รูป เป็นพยานลงลายมือชื่อไว้ในพินัยกรรม ทำต่อหน้าหลวงพ่อทอง จันทสิริ อดีตเจ้าอาวาสที่มรณภาพไปแล้ว รายละเอียดของพินัยกรรมนายองอาจแบ่งเงินเป็น 2 ส่วน มอบให้โรงพยาบาลสงฆ์ 7 แสนบาท และวัดอโศการาม 7 แสนบาท เงินทั้งหมดได้ถอนออกมาจากบัญชีธนาคารออมสินนำไปฝากไว้ที่ธนาคาร ธ.ก.ส. นอกจากนี้ผู้ตายยังมีโฉนดที่ดินเนื้อที่ 200 ตารางวาอีก 1 แปลง อยู่ที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ที่จะโอนไว้กับตนเมื่อปี 56 แต่เป็นพระสงฆ์ไม่สามารถทำนิติกรรมได้ ต้องโอนไว้กับลูกศิษย์ที่มักคุ้นกันเป็นคนรับแทน จนกระทั่งนายองอาจมาเสียชีวิต

ร.ต.อ.สหัสพล พุ่มอิ่ม รอง สว.เจ้าของคดี กล่าวว่า ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดพบทะเบียนสมรสของผู้ตายระบุภรรยาชื่อนางเพ็ญศรี บัวรอด อยู่บ้านเลขที่ 164 หมู่ 9 ต.เมืองเพีย อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ยังมีชีวิตอยู่ จะติดต่อให้เดินทางมาให้ปากคำและรับศพไปบำเพ็ญกุศล ส่วนเรื่องมรดกของผู้ตายทราบว่าได้ทำพินัยกรรมไว้ ต้องรอทนายความผู้จัดการมรดกมาเปิดอ่านก่อน หากพินัยกรรมเป็นของจริงที่ผู้ตายทำไว้ มรดกทั้งหมดจะถูกมอบให้กับผู้มีสิทธิตามที่เขียนไว้ในพินัยกรรม ตรวจสอบบัญชีธนาคารออมสินของผู้ตายพบว่ามีการถอนเงินออกไป 1.4 ล้านบาทจริง แต่ยังไม่ทราบว่าเงินทั้งหมดนำไปฝากเข้าบัญชีใหม่ของธนาคารใด ส่วนสำเนาโฉนดที่ดินที่พบจะประสานสำนักงานกรมที่ดินช่วยตรวจสอบว่าได้โอนไปให้ใครแล้วบ้าง ทุกอย่างจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด

เผยพินัยกรรมพ่อเฒ่าใจบุญที่พบเป็นศพเสียชีวิตอยู่ในที่พักหลังกุฏิวัดอโศการาม เมืองปากน้ำ มีเงินเก็บในบัญชีธนาคาร 1.4 ล้านบาท มอบให้โรงพยาบาลสงฆ์ 7 แสนบาท และถวายวัด 7 แสนบาท... 21 มิ.ย. 2559 07:58 21 มิ.ย. 2559 09:26 ไทยรัฐ