วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวบ้านที่กาญจนบุรี ค้านเอกชนสร้างฟาร์มหมู เชื่อกระทบสิ่งแวดล้อม

ชาวบ้าน ต.กลอนโด จ.กาญจนบุรี ร่วมตัวกันคัดค้านบริษัทเอกชนซื้อที่ดินกว่า 300 ไร่ทำฟาร์มหมูขนาดใหญ่ คาดจะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้าน ขณะที่แกนนำ อ้าง โดนข่มขู่หลังร่วมคัดค้าน

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.59 นางอุษา ชาวศรีทวน อายุ 52 ปี นายสมนึก ผิวสุข อายุ 63 ปี แกนนำพร้อมด้วยชาวบ้านหมู่ 4 หมู่ 6 และหมู่ 11 ต.กลอนโด เดินทางไปรวมตัวกันที่ หอประชุมโรงเรียนวัดหนองบัว หมู่ 4 ต.กลอนโด อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี เพื่อรับฟังคำชี้แจงจากบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่เตรียมดำเนินการก่อสร้างฟาร์มหมูขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 300 ไร่ ในเขตพื้นที่หมู่ 6 ต.กลอนโด

ทั้งนี้ นายวิเชียร เอกศิริวรานนท์ กำนันตำบลกลอนโด ได้ออกมากล่าวกับชาวบ้านที่หน้าเวทีว่า จากกรณีชาวบ้าน ม. 6 ชุมชนหนองบัวบริเวณพื้นที่ที่มีผลกระทบ และม. 4 ม. 11 หมู่บ้านข้างเคียง จำนวน 222 คน และเจ้าอาวาสวัดหนองบัว รวมทั้งโรงเรียนวัดหนองบัว โดยผู้บริหาร คณะครูนักเรียน ได้มาร้องขอให้ตนคัดค้านการสร้างฟาร์มเลี้ยงสุกร ถึงศูนย์ดำรงธรรม อ.ด่านมะขามเตี้ย ซึ่งตนก็ได้ดำเนินการแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ข้อร้องเรียนของผู้ที่คัดค้านรวม 4 ข้อคือ 1.ให้ตรวจสอบการทำประชาคมที่ลงมติผ่านให้สร้างฟาร์มเลี้ยงสุกร ที่จัดขึ้นบริเวณศาลาประชาคม ม. 6 เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ข้อที่ 2.หมู่บ้านข้างเคียงที่มีผลกระทบก็สมควรที่จะให้มีการทำประชาคมด้วย เพราะราษฎรม. 11 เคยได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ที่ ม. 3 ที่พื้นที่ใกล้เคียงกับม. 11 มาแล้ว โดยผ่านการทำประชาคมเฉพาะ ม. 3 เท่านั้น ส่วนข้อที่ 3.ให้ตรวจสอบระยะจัด ว่าขอบเขตพื้นที่ฟาร์มมีความห่างจากบ้าน ชุมชน วัด และโรงเรียน ตามระเบียบกฎหมายที่กำหนดเอาไว้หรือไม่ และ ข้อที่ 4.ให้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีหน่วยงานทหาร หน่วยงานภาครัฐ และให้นำชาวบ้านที่ลงชื่อคัดค้าน รวมทั้งตัวแทนวัด ตัวแทนโรงเรียน และเด็กนักเรียน ที่ออกมาคัดค้าน ไปเยี่ยมชมกิจการ และระบบฟาร์มจริง

อย่างไรก็ตาม ได้มีโทรศัพท์ไปข่มชู่ชาวบ้านให้ยุติการเคลื่อนไหวคัดค้าน นี่คือรายละเอียดทั้งหมดที่ชาวบ้านร้องขอให้ตนดำเนินการ ซึ่งก็ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และมาทราบภายหลังว่าเอกสารดังกล่าวทาง อ.ด่านมะขามเตี้ย ได้ส่งต่อมาให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลกลอนโด ซึ่งก็สร้างความสงสัยให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

โดยหลังจากที่นายวิเชียร เอกศิริวรานนท์ กล่าวกับชาวบ้านแล้วเสร็จ ก็ได้เชิญตัวแทนจากอำเภอด่านมะขามเตี้ย ไปที่หน้าเวที เพื่อพูดคุยกับชาวบ้าน แต่ก็มีการโต้เถียงกันเล็กน้อย นายวิเชียร จึงร้องขอให้ชาวบ้านนั้นใจเย็นๆ และเชิญตัวแทนของอำเภอออกไปและดำเนินการพูดคุยกับชาวบ้านต่อ

นางเบญจมาศ ลิขิตวัฒนกิจ ผอ.โรงเรียนวัดหนองบัว จึงมาพบกับชาวบ้านเพื่อแจ้งให้ทราบว่า ตัวแทนของบริษัทขอยกเลิกการชี้แจง เนื่องจากทราบว่ามีชาวบ้านเป็นจำนวนมากมารวมตัวประท้วง สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เมื่อเป็นเช่นนั้นนางเบญจมาศ จึงตัดสินใจโทรศัพท์ประสานกลับไปหาตัวแทนของบริษัท และร้องขอให้รีบเดินทางมาชี้แจงกับชาวบ้าน โดยไม่ต้องกลัวว่าชาวบ้านจะทำร้ายเอา พร้อมกับขอรับรองด้วยเกียรติของ ผอ.โรงเรียน และการันตีความปลอดภัยเนื่องจากมีทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่ สุดท้ายตัวแทนของบริษัทจึงได้ตอบตกลงที่จะเดินทางมาชี้แจง โดยขอเวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที

ทั้งนี้ตลอดเวลานางเบญจมาศ ได้พูดคุยโทรศัพท์ผ่านไมโครโฟนเพื่อให้ชาวบ้านได้รับทราบไปด้วย จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.30 น. ได้มีตัวแทนจากบริษัทฯเป็นชาย 2 คน เดินทางมาถึงพร้อมกับพยายามอธิบายเพื่อชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการด้านธุรกิจฟาร์มหมูให้ชาวบ้านทั้งหมดได้เข้าใจ รวมทั้งอธิบายเกี่ยวกับการกำจัดมูลของหมูที่ชาวบ้านเกรงว่าอาจจะส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านว่าจะนำไปใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า แต่ชาวบ้านต่างก็ไม่ยินยอมตัวแทนบริษัทจึงเดินทางกลับทันที โดยไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น

นางเบญจมาศ กล่าว่า ตนทราบเพียงแต่ว่าจะมีการสร้างฟาร์มหมูขนาดใหญ่ขึ้นในพื้นที่ แต่ไม่ทราบว่าฟาร์มหมูจะสร้างที่จุดใด ซึ่งไม่นานมานี้ตนก็ได้ลงชื่อคัดค้านการสร้างฟาร์มหมู และก็ได้รับการติดต่อจากทางบริษัทว่าจะขอเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งตนก็แปลกใจ จึงสอบถามไปว่าทำไมต้องมาชี้แจง ตัวแทนของบริษัทก็ตอบกลับมาว่า ผอ.ลงชื่อคัดค้าน จึงขอเข้ามาชี้แจงให้ทราบ และก็มาทราบภายหลังว่า หนังสือคัดค้านทางอำเภอส่งกลับมาที่ อบต.กลอนโด เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงตัดสินใจนัดหมายให้ตัวแทนของบริษัทมาชี้แจงให้กับชาวบ้านที่คัดค้านได้รับทราบข้อมูลพร้อมๆ กัน โดยจะขอเป็นคนกลางและจะไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

"แต่ในความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว คำว่าฟาร์มหมู จะต้องมีภาวะของกลิ่นมารบกวนอย่างแน่นอน นอกจากปัญหาเรื่องกลิ่นแล้วจะต้องมีปัญหาเรื่องของแมลงวันตามมา เพราะปัจจุบันในพื้นที่ก็มีฟาร์มเลี้ยงไก่ด้วย เมื่อเด็กนักเรียนเข้าไปทานอาหารที่โรงอาหารจะพบว่ามีแมลงวันอยู่เป็นจำนวนมาก และหากมีฟาร์มหมูขึ้นมาอีก เด็กๆ นักเรียนที่มีอยู่กว่า 100 คน จะต้องได้รับผลกระทบกับการเรียนอย่างแน่นอน" นางเบญจมาศกล่าว

ด้านนางอุษา ชาวศรีทวน แกนนำ กล่าวว่า บริษัทดังกล่าวชื่อบริษัท อินเทคสุกร ฟาร์มหมู ทราบว่ามาจากนครปฐม ซื้อที่ดินเพื่อสร้างฟาร์มหมูประมาณ 350 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 6 โดยมีการทำประชาคมเฉพาะพื้นที่หมู่ 6 เท่านั้น โดยที่ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงไม่ได้มีส่วนร่วม คือหมู่ 4 และหมู่ 11 ทั้งที่มีพื้นที่ใกล้เคียงกันและอยู่ห่างจากฟาร์มหมูที่กำลังดำเนินการนำรถแบ็กโฮไปขุดบ่อเพียงประมาณ 400 เมตรเท่านั้น ซึ่งตนและชาวบ้านจะพร้อมใจกันคัดค้านไม่ให้มีการสร้างฟาร์มหมูขึ้นอย่างเด็ดขาด หากการคัดค้านไม่ได้ผล คงต้องเดินทางเข้าพบรัฐบาลเพื่อร้องคัดค้านต่อไป 

ส่วนนายสมนึก ผิวสุข ชาวบ้านหมู่ 6 กล่าวว่า ฟาร์มดังกล่าวมากว้านซื้อที่บริเวณโดยรอบที่ดินของตนไปหมดแล้ว ส่วนที่ดินของตนอยู่ตรงกลางและด้านหน้าติดกับถนนใหญ่ ทางเจ้าของก็พยายามขอซื้อที่ดินของตน แต่ตนไม่ยอมขาย เพราะต้องการเก็บที่ดินเอาไว้ทำกินและให้กับลูกหลาน และตนก็คัดค้านไม่ให้มีการสร้างฟาร์มหมูมาโดยตลอด เพราะหากสร้างเสร็จก็คงจะทนดมกลิ่นของขี้หมูไม่ได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม นายสมนึก อ้างว่า เมื่อไม่กี่วันมานี้ ได้รับโทรศัพท์จากชายลึกลับคนหนึ่ง โดยใช้เบอร์โทรจากตู้โทรศัพท์ เมื่อรับสายก็ได้รับเสียงข่มขู่ว่า จะกินข้าวต่อหรือกินอย่างอื่นแทน พร้อมให้หยุดคัดค้านการก่อสร้างฟาร์มหมู ซึ่งได้พยายามสอบถามว่าเป็นใคร แต่ก็วางสายโทรศัพท์ไป ซึ่งได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้ทุกคนทราบแล้ว

ชาวบ้าน ต.กลอนโด จ.กาญจนบุรี ร่วมตัวกันคัดค้านบริษัทเอกชนซื้อที่ดินกว่า 300 ไร่ทำฟาร์มหมูขนาดใหญ่ คาดจะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้าน ขณะที่แกนนำ อ้าง โดนข่มขู่หลังร่วมคัดค้าน 20 มิ.ย. 2559 19:34 ไทยรัฐ