วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มนุษย์ทุเรียน

โดย น้าเน็ก

อ่านแต่ชื่อแล้วชวนหลงนึกไปว่านี่เป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ต่อจากสายพันธุ์นีแอนด์เดอร์ธัลและโฮโมเซเปี้ยนหรือเปล่า คือมนุษย์ทุเรียน ซึ่งคงจะอ้วน หนาม แหลม แถมยังเหม็นยังงี้ ไม่น่าเป็นที่ต้องการ น่าเอายาฆ่าหญ้าพ่นใส่ให้ท่วมมากกว่า (เดี๋ยวสิ ใช่เหรอ)

ฤดูกาลผลไม้ระยะนี้ เป็นช่วงที่เราจะอวดความร่ำรวยกันด้วยปริมาณเงาะ ทุเรียน มังคุดครับ เจอหน้าเพื่อนฝูงต้องถามก่อนเลยว่าปีนี้กินเงาะหรือยัง ถ้ายัง เป็นโอกาสให้พูดออกไปอย่างอหังการเบอร์สุดว่า กูกินล้าว! จะได้ความสะใจมากเป็นพิเศษ (แต่ถ้าตัวเองก็ยังไม่ได้กินนี่ให้ข้ามๆ ไป)

ในบรรดาคนรู้จัก เชื่อกันว่าถ้าใครได้กินเงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกองเหล่านี้ตั้งแต่ต้นฤดูกาล ถือว่ามีฐานะ จัดว่าชีวิตอุดมสมบูรณ์ เพราะราคาสวยงามระยับมาก ตามปริมาณที่ออกสู่ท้องตลาดน้อย ยิ่งคนไหนที่บ้านมีญาติมีสวน ได้กินฟรีอีก อันนี้ชนะไปเลย เข้าขั้นมีบุญ

ราชินีแห่งผลไม้ไทยเรายกให้มังคุด แต่ถ้าราชา คิดว่าน่าจะยกให้ทุเรียน
และคงสามารถแบ่งประชากรของประเทศได้เป็นสองพวกใหญ่ คือคนกินทุเรียน กับไม่กินทุเรียน ที่ชอบก็ชอบสุดจิตสุดใจไปเลย หนึ่งปีมีหนเดียว ชั้นต้องได้กิน มีสเปกส่วนตัวชัดเจน

ชอบห่ามๆ ชอบสุกๆ ชอบทุเรียนหนังๆ เหนียวๆ หรือชอบแบบปลาร้า อร่อยแบบเป็นปัญหาสังคมกันไป แล้วไง ไม่สน ก็กูชอบหนิ ถ้าเป็นคนจีน กินเสร็จแล้วต้องไปยืนเรอหน้าบ้านดังๆ แปลว่ากูรวยมาก มีนัยแอบแฝงได้อีก

ส่วนคนที่ไม่ชอบก็ไม่ชอบไปเลย ไม่มีการอยู่ในช่วงทำความรู้จักหรือช่วงปรับตัวใดๆ ทั้งสิ้น ทีนี้ในความไม่ชอบ มันก็ยังแบ่งได้อีกหลายชั้น
อย่างน้องสาวผมก็ไม่ชอบ แต่ยังพอสมานฉันท์กันได้ คือไม่กินแหละ ไม่ชอบรสชาติ รสสัมผัสแบบนี้ แต่ใครจะมานั่งกินใกล้ๆ ก็ไม่ว่านะ ไม่มีปัญหากับกลิ่น อยากเขมือบแค่ไหนก็เชิญ แค่กินแล้วอย่าตดใส่ อย่ารมแก๊สพิษกันทีหลังก็พอ
กับอีกแนวคือรังเกียจขั้นแอดวานซ์ไปเลย ไม่สมาคม เจอเมื่อไรวงแตกเมื่อนั้น จบ

คือผมเป็นทีมทุเรียนครับ … ความชอบสวนทางกับคนรอบข้าง พานทำตัวลำบากอยู่บ่อยๆ ด้วยความที่มันไม่เหมือนสับปะรด ฝรั่ง แตงโม ที่นึกอยากซื้อมานั่งกินเล่นในรถสักหน่อยงี้ ทำไม่ได้ มันจะทิ้งซากอารยธรรมไว้ให้คนรุ่นหลังได้กลิ่น ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกล ขนาดตัวเองยังรับไม่ค่อยได้ก็มี ตอนกินก็ดีนะ แต่พอสามวันผ่านไป กลิ่นยังติดในรถ กลายเป็นความอุบาทว์เสียความมั่นใจ ทำไมมันไม่หอมเหมือนทีแรกวะ
โชคดีที่โลกนี้เกิดคาเฟ่ทุเรียนขึ้นมา หมายถึงร้านที่ขายแต่ทุเรียนโดยเฉพาะ
มีบริการแกะ แพ็ก เสิร์ฟถึงโต๊ะ นั่งกินในร้านได้เลยเหมือนคาเฟ่เบเกอรี่ชิคๆ คูลๆ ทั่วไป แกจะบริโภคให้เข็มขัดระเบิดเลยก็ได้จ้ะ เอาสิ ไม่ต้องหอบไปกินที่อื่นให้เป็นภาระสังคม นับเป็นคุณูปการมากๆ

จะกินทุเรียนซักพู ยังต้องเป็นวาระแห่งชาติขนาดนี้
เห็นได้ชัดว่ามันคือราชาแห่งผลไม้หน้าตาน่าเกลียดที่มีคนรักสุด เกลียดสุดอันดับต้นๆ ของจริง ทั้งที่หนามก็เยอะ แกะก็ยาก คอยจะฝากแผลยับเยินให้เรื่อยๆ ไม่มีดีเลยในสายตาของคนที่เกลียด เหม็นก็เท่านั้น กินแล้วก็อ้วนอึ่ง เรอทั้งวันเหมือนหลอดลมรั่ว
แต่ในมุมของคนที่ชอบ ก็ยังเพียรสรรหามากินไม่ว่าจะแพง หนาม เหม็นแค่ไหน
แม้ต้องแลกมากับการมือแหกเลือดเข้าเลือดออกกี่หนก็ตาม เนื้อในทองอร่ามก็ยังเป็นที่หมายปอง
ผลไม้สวรรค์สร้างชัดๆ ทำได้ทั้งน้ำกะทิทุเรียน ข้าวเหนียวทุเรียน ไอติมทุเรียน
สารพัดสิ่งที่ทุเรียนสามารถแปลงร่างได้ เป็นต้นเหตุให้เอวพองออกกันไม่สิ้นสุด ต่อให้ต้องวิ่งบนลู่อยู่สามชั่วโมงเพื่อเบิร์นทุเรียนทอดหนึ่งกำมือก็ยอม

จะว่าไป มนุษย์ก็คงเหมือนกัน …
มีคนมากมายที่ภายนอกดูไม่สวยงาม หน้าตาไม่เป็นที่นิยม ปราศจากแลนด์มาร์กไว้ดึงดูด แต่ภายในอาจสุกใส อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและอร่อยเกินคาดก็ได้ (ส่วนที่ข้างนอกไม่เอาไหน ข้างในยังต๊ะติ๊งโหน่งอีกก็มีเยอะ ไม่ใช่ไม่มี ได้แต่เศร้าใจว่าพระเจ้าช่างไม่สร้างอะไรให้กับมึงเลยนะครับเนี่ย)

คนเหล่านี้ถ้าใครรักก็รักหมดใจ ใครเกลียดก็เกลียดเข้าไส้ไปเลย สุดโต่งหมดทุกทาง
ซึ่งในความจริงก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก ที่จะโน้มน้าวให้ผู้อื่นยอมเปิดใจกว้างขนาดนั้นเพื่อมองลึกลงไปข้างใน เพราะคนสมัยนี้ลำพังแค่เห็นหน้า ก็ช่างแม่งเถอะเรื่องใจเสียกว่าครึ่ง จะด้วยหน้าตาดีจนเหมารวมให้เสร็จว่าจิตใจคงประเสริฐตาม หรือเพราะดูขุนโจรจนผวา สันดานต้องเถื่อนทมิฬหินชาติแน่ๆ ก็แล้วแต่

หลายครั้งก็นึกเสียดายกับความผิวเผินพวกนี้เหมือนกัน
เราไม่ใช่คำว่าคนดี เพราะคนดีมันเป็นนิยามที่ซับซ้อนเกินกว่าจะจับต้องหรืออธิบายให้เห็นภาพที่เป็นกลาง แต่ใช้คำว่าคนน่าคบแทนจะเหมาะกว่า … คนน่าคบอีกมากมายที่เปลือกนอกอาจดูไม่เอาไหนจึงถูกมองข้ามไปอย่างเย็นชา
ด้านนึงก็เจ็บใจแทน แต่อีกมุมก็ทำความเข้าใจได้ว่ามันคงเป็นเรื่องธรรมดา นี่อาจเป็นการคัดกรองของธรรมชาติในอีกรูปแบบหนึ่ง

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เราคงไม่สามารถทำให้ใครหันมารักได้ทุกคน ดีที่สุดที่สามารถทำได้คือเข้าใจและพอใจ
หมายถึงทำความเข้าใจว่ากูเกิดมาเพื่อเป็นทุเรียน ก็จงพอใจที่เป็นทุเรียน
และมีความสุขในความทุเรียนนี้ ไม่ใช่เพื่อเจียมเนื้อเจียมตัวว่าเรามันก็แค่อ้วนหนาม
แต่จงเป็นทุเรียนอ้วน หนาม แหลม และอร่อยอย่างภาคภูมิ
อย่าพยายามทำตัวเป็นเงาะหรือมังคุดให้เสียชาติทุเรียน เราต่างมีดีในเวอร์ชั่นของตัวเอง

แม้จะไม่ได้เกิดมาเพื่อไปนอนแช่น้ำเชื่อมในกระป๋องเช่นเงาะ แต่ทุเรียนก็คือทุเรียน
ไม่มีทางที่ใครจะเอาเงาะมาทำน้ำกะทิเงาะ หรือทำเงาะทอดกรอบแล้วอร่อยเท่ากูแน่ๆ
ถึงจะหนาม แหลม เหม็น แต่ทุเรียนก็มีคุณค่าในความรู้สึกของคนที่รักมัน

ไปคาเฟ่ทุเรียนอีกรอบดีกว่า…

น้าเน็ก & น้องเนิฟ

น้าเน็ก

20 มิ.ย. 2559 15:26 ไทยรัฐ