วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มหาวิทยาลัยมหิดลไขปริศนา "ทำหมันยุงลาย" เคลียร์ปมคาใจสังคม : ล้อมคอก....4 โรคร้าย!

...ทำหมันยุงลาย!!!

แม้จะไม่ใช่เรื่องฮอตในวันนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สร้างปัญหาคาใจให้กับสังคมในหลากหลายประเด็น ถึงความเป็นไปได้ในการลดจำนวนยุงลายว่าจะทำได้จริงหรือไม่?

ล่าสุดทาง ศูนย์วิจัยเพื่อความเป็นเลิศ พาหะและโรคที่นำโดยพาหะ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงพื้นที่นำยุงลายตัวผู้ที่ผ่านการทำหมัน 2 ขั้นตอนลงไปปล่อยในพื้นที่นำร่อง โรงเรียนบ้านหนองสทิต หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.
2559 ที่ผ่านมา

โดยการทำหมันยุงลาย 2 ขั้นตอนนั้น ขั้นตอนแรกเริ่มจากการใช้วิธีทางเทคโนโลยีชีวภาพ ฉีดเชื้อแบคทีเรียร่วมอาศัยสกุลโวบาเกีย 2 สายพันธุ์ ซึ่งสกัดได้จากยุงลายสวนเข้าไปในยุงลายบ้าน เพื่อพัฒนายุงลายบ้านเป็นสายพันธุ์ที่สามารถทำให้ยุงลายในธรรมชาติเป็นหมันได้ และขั้นที่สองจะใช้วิธีการฉายรังสีปริมาณอ่อนเพื่อทำให้ยุงลายบ้านเป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาใหม่สามารถต้านเชื้อไวรัสไข้เลือดออกได้ด้วย ก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ โดยจะปล่อยเฉพาะยุงลายตัวผู้ออกสู่ธรรมชาติ และเมื่อยุงลายตัวผู้ที่ผ่านการทำหมันไปผสมพันธุ์กับยุงลายตัวเมีย จะส่งผลให้ยุงตัวเมียที่ผ่านการผสมพันธุ์เกิดการไข่ฝ่อ ทั้งยุงลายตัวเมียตัวที่ถูกผสมพันธุ์ก็จะเป็นหมันตามไปด้วย ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยลดประชากรยุงลายลงได้

และแน่นอนว่าการจับยุงมาทำหมันจนกระทั่งถึงกระบวนการปล่อยยุงลายตัวผู้ที่เป็นหมันในพื้นที่นำร่องแห่งแรกของโลก ก่อนที่จะนำไปสู่การขยายผลในพื้นที่อื่นๆต่อไปนั้น นับเป็นเรื่องใหม่ จึงค่อนข้างจะทำใจให้เชื่อได้ยากถึงผลสำเร็จในการลดประชากรยุงลาย และนำมาซึ่งหลากหลายคำถามจากสังคม ทีมข่าวสาธารณสุข ขอทำหน้าที่แกะรอยพร้อมหาคำตอบเพื่อไขข้อสงสัยในประเด็นคำถามต่างๆ

ทำไมจึงเลือกนำร่องโครงการปล่อยยุงลายทำหมันที่ อ.แปลงยาว?

รศ.ดร.ปัทมาภรณ์ กฤตยพงษ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อความเป็นเลิศ พาหะและโรคที่นำโดยพาหะ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล เล่าว่าสาเหตุที่เลือก อ.แปลงยาว เพราะเป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิประเทศ สภาพสังคม และสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการเก็บข้อมูล เนื่องจากอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านอื่นๆ ประมาณ 500 เมตร และตามนิสัยของยุงลายแล้วจะอยู่ติดบ้าน แต่หากจะบินไปที่อื่นก็จะบินในระยะประมาณ 100-200 เมตรเท่านั้น ดังนั้น อ.แปลงยาวจึงถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด

ทำไมจึงปล่อยเฉพาะยุงลายตัวผู้ และยุงลายตัวผู้ที่ถูกปล่อยไปจะสามารถสู้กับยุงลายเจ้าถิ่นได้หรือไม่ รวมถึงยุงที่ปล่อยจะมีผลกระทบกับชาวบ้านหรือไม่?

“การปล่อยเฉพาะยุงลายตัวผู้ เนื่องจากเป็นยุงที่ไม่ดูดเลือดคน จะกินเพียงน้ำหวานจากธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งสามารถสู้กับยุงลายเจ้าถิ่นได้อย่างแน่นอน เนื่องจากก่อนหน้าที่มหาวิทยาลัยมหิดลจะมีการนำยุงมาปล่อยได้มีการลงพื้นที่และทำการเก็บข้อมูลมาก่อนแล้วประมาณ 1 ปี ทำให้ทราบถึงปริมาณของยุงใน อ.แปลงยาว ว่าในแต่ละบ้านจะมีจำนวนยุงมากน้อยเพียงใด ส่งผลให้สามารถคำนวณจำนวนยุงที่จะปล่อยได้ว่าควรจะปล่อยกี่ตัว ซึ่งในการปล่อยยุงที่ทำหมันนั้น จะต้องปล่อยยุงให้มากกว่ายุงที่มีอยู่ประมาณ 10 เท่า แต่ยุงที่เพิ่มขึ้นจะไม่มีผลใดๆกับชาวบ้าน เนื่องจากยุงตัวผู้จะกินแต่น้ำหวานจากธรรมชาติเท่านั้น” รศ.ดร.ปัทมาภรณ์ ฉายภาพชัดเจนถึงคำตอบต่อประเด็นปัญหานี้

คำถามต่อมาคือการปล่อยยุงลายที่ทำหมันแล้วในพื้นที่เปิดจะได้ผลเหมือนการทำวิจัยในห้องทดลองที่สามารถทำให้จำนวนยุงลดลงจริงหรือไม่?

รศ.ดร.ปัทมาภรณ์ ระบุว่า จากการทำวิจัยในห้องทดลองพบว่ายุงตัวเมียที่ผสมพันธุ์กับยุงตัวผู้ที่ผ่านการทำหมันจะทำให้ไข่ฝ่อ 100% และทำให้ยุงลายตัวเมียเป็นหมันด้วย ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะทำให้จำนวนยุงลายในพื้นที่ลดลงและช่วยลดจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโรคที่นำโดยยุงลายลงได้อีกด้วย ส่วนวิธีการประเมินว่าได้ผลหรือไม่นั้นจะดูจากไข่ของยุงในกับดักไข่ยุงที่ทางทีมวิจัยได้นำไปติดตั้งไว้ซึ่งจะรู้ผลภายใน 3 เดือน โดยภายหลังจากปล่อยครั้งแรกก็จะมีการติดตามผลตลอด รวมถึงจะมีการปล่อยยุงทำหมันทุกสัปดาห์ แต่จะปล่อยมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับจำนวนยุงในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้เราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของจำนวนยุงในแต่ละสัปดาห์ด้วย

ส่วนประเด็นคำถามซึ่งเป็นข้อวิตกกังวลและห่วงใยเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศนั้น รศ.ดร.ปัทมาภรณ์ ย้ำชัดว่า ยุงที่ผ่านการทำหมัน 2 ขั้นตอน จะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน เพราะยุงจะมีวงจรชีวิตอยู่ได้ 2-3 สัปดาห์เท่านั้น และในธรรมชาติก็ยังมียุงอีกหลายชนิด ดังนั้น จึงไม่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศแน่นอน

ทีมข่าวสาธารณสุข เห็นด้วยอย่างยิ่งทั้งขอเอาใจช่วยในการคิดค้นหาวิธีในการกำจัดยุงลาย เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธว่า “ยุงลาย” ถือเป็นเพชฌฆาตตัวร้ายที่ร้ายยิ่งกว่าเสือ เพราะเป็นพาหะนำโรคร้ายถึง 4 โรคทั้งโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือไข้ชิคุนกุนยา โรคไข้ซิกา และโรคไข้เหลือง

ซึ่งความเจ็บป่วยด้วยโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนั้น ถือเป็นมหันตภัยร้ายของสังคม เพราะแต่ละโรคจะส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ ตั้งแต่เจ็บป่วยเล็กน้อย พิการ ที่เลวร้ายกว่านั้นคือบางรายรุนแรงถึงขั้นต้องสังเวยชีวิตกันเลยทีเดียว และที่สำคัญคือนับวันความสูญเสียจากโรคที่นำโดยยุงลายก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากฝากไว้ คือ การต้องเฝ้าระวังและติดตามผลอย่างใกล้ชิด รวมถึงความเอาจริงเอาจัง ไม่ปล่อยปละละเลยเพราะหากเกิดข้อผิดพลาดในช่วงของการทดลองครั้งนี้ นอกจากจะไม่ทำให้จำนวนยุงลายลดลงแล้ว อาจจะเป็นการเพิ่มจำนวนยุงลายอีกด้วย

คุณอนันต์ที่หวังจากยุงลายตัวผู้ที่เป็นหมัน ที่จะให้เป็นพระเอกในการลดจำนวนประชากรยุงลาย อาจกลายเป็นผู้ร้ายที่ก่อให้เกิดโทษมหันต์กันเลยทีเดียว.

ทีมข่าวสาธารณสุข

...ทำหมันยุงลาย!!! แม้จะไม่ใช่เรื่องฮอตในวันนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สร้างปัญหาคาใจให้กับสังคมในหลากหลายประเด็น ถึงความเป็นไปได้ในการลดจำนวนยุงลายว่าจะทำได้จริงหรือไม่?... 20 มิ.ย. 2559 10:47 20 มิ.ย. 2559 10:49 ไทยรัฐ