วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ.ร.ก.การประมง2558 คุมเข้มครอบจักรวาล

พระราชกำหนด การประมง พ.ศ.2558 เป็นเรื่องใหญ่ที่ควรรู้ เพราะเกี่ยวพันกับภาพรวมการประมงทั้งหมด ทั้งบนบก ในน้ำ...พื้นที่น้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม และกิจกรรม กิจการอื่นๆ

อดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง บอกว่า คำว่าทำการประมง ในน้ำจืด บนเขา ลำธาร ลำคลอง หนอง บึง แหล่งน้ำทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำ ก็ต้องดูแล ควบคุมเช่นกัน ไม่เฉพาะแต่การทำประมงในทะเลที่คิดกัน...ซึ่งมีตั้งแต่ประมงชายฝั่งขนาดเล็ก...จับมาเป็นจำนวนมากในเชิงพาณิชย์...ประมงนอกน่านน้ำทะเลสากล ฯลฯ

อีกภาพหนึ่งที่ พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 ครอบคลุมไปถึงก็คือ...“การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ”

วันนี้...กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคำนึงถึงเพราะการเพาะเลี้ยงกลายเป็นอาชีพทั่วประเทศมีทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ มีตลาดทั้งใน...นอกประเทศ ที่มีชื่อเสียงมากก็คือ “กุ้ง”

สิ่งที่ใครหลายคนอาจจะไม่รู้ กฎหมายการประมงใหม่ยังคุมไปถึงกระบวนการผลิตด้วย “จับปลามาแล้ว...เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมาแล้ว ปลาที่จะส่งต่อไปสู่ตลาด โรงงานอุตสาหกรรม ส่งออกต่างประเทศ กฎหมายดูไปถึงความปลอดภัยผู้บริโภค และยังรวมไปถึงการนำเข้าสัตว์น้ำมาบริโภค แปรรูป”

ที่สำคัญ ยังครอบคลุมเรื่องสิ่งแวดล้อม ดูแลอนุรักษ์ทรัพยากร

พุ่งเป้าเรื่องใหญ่ที่อยู่ในความสนใจ “ประมงทะเล” กระแส “ประมงพื้นบ้าน” กับ “ประมงพาณิชย์” เดิมเรามีกฎหมายคุมแต่โบราณมาก สมัยที่ยังไม่มีคำว่า “IUU” การทำประมงผิดกฎหมาย ไร้การควบคุม ไม่มีแนวคิดเรื่องเหล่านี้เลย “ทรัพยากรเยอะ ปลาเยอะก็อยากให้คนมีอาชีพ มีรายได้ รัฐบาลเองก็ได้ภาษีพัฒนาประเทศไปพร้อมๆกัน ทำให้คนเข้ามาในอุตสาหกรรมจับปลาเยอะ...ไม่เฉพาะในประเทศ ด้วยเครื่องมือดีขึ้น จับได้มากขึ้น ติดต่อต่างประเทศง่ายขึ้นก็นำไปสู่การส่งออกทั้งวัตถุดิบ แปรรูป...กลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก”

ของไม่พอ...เราก็นำเข้า เอากองเรือออกไปจับต่างประเทศ ภายใต้กฎหมายเก่า ก็ต้องใช้อำนาจเท่าที่มีอยู่...กฎหมายอื่น กำหนดมาตรการ ควบคุมดูแลกันไป...ย้อนไปกว่า 10 ปีแล้วที่กรมประมงมีความพยายามแก้กฎหมายตามสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัด...ที่เปลี่ยนแปลงไป

ทรัพยากรทางทะเลร่อยหรอลดน้อยถอยลงเป็นเท่าทวี...สวนทางกับเครื่องมือจับปลาที่พัฒนาขึ้นมากจับได้มหาศาลประสิทธิภาพสูง อีกทั้งจำนวนเรือก็เพิ่มมากขึ้น แบบที่เรียกว่า...ใครๆก็อยากทำ ด้วยกฎหมายฉบับเดิม...ทรัพยากรเข้าถึงได้โดยประชาชนทุกคน ใครอยากทำประมงก็ทำได้ จึงเกิด...“ปัญหา” สั่งสม คุมไม่อยู่

คนมีเงินก็สามารถลงทุนได้มาก เป็นยุคประมงพาณิชย์ “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” ต่างกับประมงพื้นบ้านที่เป็นชาวบ้าน ทำประมงเพื่อยังชีพ ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติแบบล้างผลาญที่มีเงื่อนขัดแย้งกันอยู่เสมอมา ด้วยมีทรัพยากรสัตว์น้ำที่สมบูรณ์อยู่ใกล้ชายฝั่ง...ใกล้มือ แหล่งเลี้ยงตัวอ่อน แหล่งอาหารชุกชุม...ปลามีเยอะก็เป็นแม่เหล็กดึงดูดเรือประมงพาณิชย์ให้
รุกล้ำอาณาเขตเข้ามาฉกฉวยทรัพยากร เข้ามาลากอวนทำประมงมีประสิทธิภาพสูงในเขตอนุรักษ์ข้อบังคับเดิม 3,000 เมตร...จนเกิดปัญหา ความขัดแย้ง แถมจับได้ไล่ทันยาก

“กฎหมายใหม่” พยายามแก้ปัญหาเหล่านี้ เริ่มจากการควบคุมปริมาณการจับ ภายใต้หลักการทางวิทยาศาสตร์ทะเลแต่ละพื้นที่มีปริมาณสัตว์น้ำที่สามารถให้จับได้จำกัดเพราะกำลังการผลิตตามธรรมชาติเป็นอย่างนั้น เหมือนบ่อเลี้ยงปลามีความสามารถเท่านั้นเมื่อใส่ปลามากน้อยเท่าไหร่เลี้ยงไปถึงจุดจุดหนึ่ง ก็จะได้ปลาน้ำหนักรวมเท่านี้ ถ้าใส่ปลาเยอะ...อาจได้ตัวเล็ก ถ้าใส่ปลาน้อย...จะได้น้ำหนักเท่ากันแต่ปลาตัวใหญ่

“MSY”...ปริมาณผลผลิตสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 หลักการพื้นฐานที่เป็นหัวใจมีว่า “ทรัพยากรสัตว์น้ำมีจำกัด ดังนั้นจะต้องควบคุม บริหารจัดการ การเข้าถึงทรัพยากรนั้น”...ถ้าบริหารจัดการได้ดีทรัพยากรทางทะเลก็จะอยู่กับเรายั่งยืนตลอดไป

“รัฐบาลจะต้องใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดเข้ามาบริหารจัดการ จะต้องกำหนดปริมาณการจับสัตว์สูงสุดได้ต่อปีก็คือใช้ MSY เป็นจุดอ้างอิง กำหนดปริมาณการจับให้ต่ำกว่าอยู่ที่ 7-10 เปอร์เซ็นต์ นำไปสู่การออกใบอนุญาต ทำปีละครั้ง อยู่ที่ 11,000 ใบ...ก็เป็นตัวเลขเรือประมงพาณิชย์”

นี่คือจุดเปลี่ยนประเทศไทย มั่นใจได้ว่าเรือชุดนี้จะไม่จับเกิน...เราไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน การทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราจะมีทรัพยากรอย่างยั่งยืน ยังหวังอีกว่า ถ้าคุมได้ดี ทรัพยากรจะกลับคืนมาได้มากขึ้นกว่าเดิม

“ประมงพื้นบ้าน” ทำมาหากิน ชีวิตพึ่งอยู่กับธรรมชาติก็ปล่อย หมายถึงว่า ถ้าเป็นเครื่องมือที่กรมประมงไม่ได้ประกาศว่าต้องขอใบอนุญาตก็ทำได้เลย ไม่ต้องมีภาระ...ติดต่อขึ้นทะเบียน ขอเสียภาษี เครื่องมือที่กรมฯ ประกาศก็คือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูง ยังไม่มีการประกาศก็ยังไม่มีผลกระทบจากเรื่องนี้

ว่ากันว่า...มาตรการบังคับกฎหมายประมงใหม่โทษหนัก ปรับสูงมาก? อดิศร อธิบดีกรมประมง บอกว่า กฎหมายฉบับนี้ค่อนข้างละเอียด การควบคุมกำกับก็จะมีเรื่องหมวดหนึ่งที่พูดถึงเฉพาะ อย่าง...เรือประมงพาณิชย์จะทำประมงได้ต้องมีใบอนุญาตชัดเจน ถ้าขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป ต้องติด VMS ติดตามเก็บข้อมูลด้วย

“เรือใหญ่ขนาดนี้ไปไหนมาไหนก็จะเห็นหมด มีข้อมูลต่างๆ...ลักษณะการวิ่ง ความเร็วจะทำให้รู้ได้ว่าทำการประมงหรือไม่...ทำแบบไหน อวนลาก อวนล้อม กระทั่งเอาปลาที่จับมาขึ้นก็ตรวจติดตามตั้งแต่ต้นทาง...ปลายทางได้ชัดเจน ใช้เครื่องมือ? ปลาที่จับต้องได้? ถ้าไม่ใช่ก็ตั้งข้อสงสัยได้?”

“จุดขาย”...ปลายทางที่ตรวจสอบได้ทั้งเรือที่ทำประมงถูกกฎหมาย ผิดกฎหมาย ภายใต้กฎหมายนี้ควบคุมท่าเทียบเรือ มีหน้าที่รายงานเรือเข้า...ออก ปริมาณ ชนิดปลา...ซื้อขาย พฤติการณ์ผิดปกติไหม

“ใบรายงานซื้อขายจะไล่ตามสินค้าไปเรื่อยๆจนถึงปลายทางทำให้ตรวจสอบได้” อดิศร ว่า “เรือขนาดเล็กกว่านี้ 10-30 ตันกรอส ต้องมีใบอนุญาตแต่ไม่ได้บังคับ ยกเว้นที่ใช้เครื่องมืออวนลาก อวนล้อม อวนล้อมปลากะตัก เพราะบริหารจัดการเรื่องวันการทำประมง ต้องบันทึกการเข้า...ออกเรือ”

ปัญหามีว่า...ตลาดสินค้าประมงสากลต้องการการตรวจสอบได้ เรือเล็กๆที่ต่ำกว่า 10 ตันกรอส แม้ว่าจะไม่ต้องมีใบอนุญาต กฎหมายไม่ได้บังคับแต่ก็อยากมี อยากเข้าระบบ เพื่อขายปลาที่จับได้สะดวกขึ้น

“โทษหนัก...กฎหมายฉบับนี้ใส่ไว้ละเอียด ไม่กว้าง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมก็แบ่งตามขนาดเรือที่ทำผิด ยิ่งใหญ่มากก็ยิ่งปรับรุนแรงมาก ปรับแรงถึงขนาดที่ยอมทำผิดเพื่อทำกำไรแลกเสียค่าปรับ ก็ได้ไม่คุ้มเสีย...

รวมโทษทางปกครองอีก กักเรือ พักใบอนุญาตใช้เรือ ถอนทะเบียนเรือ...ใบอนุญาต ยึดสัตว์น้ำที่ทำผิด โทษหลากหลายมาก หลักการทางกฎหมาย วิธีการ เทคโนโลยีที่เอามาใช้เป็นเรื่องใหม่ทั้งหมด กรมประมงเองก็ต้องปรับตัวปรับโครงสร้าง และต้องพยายามทำความเข้าใจกับชาวประมง ประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ทั่วถึง”

ความไม่เข้าใจ...ความใหม่ของแนวคิด อาจมีความรู้สึกต่อต้านว่าไม่เหมาะสม แต่บางอย่างมีความต่อเนื่องกันอยู่ต้องอธิบายไล่เรียงกันไปถึงจะเข้าใจ

พระราชกำหนด การประมง พ.ศ.2558 ขีดเส้นแบ่งเรือประมงขนาด 10 ตันกรอสขึ้นไปถือเป็นเรือประมงพาณิชย์ ฉะนั้น...นัยก็คือทำประมงเพื่อทำมาค้าขายเป็นกิจการ ต่ำกว่านั้นลงมาก็เรียกประมงพื้นบ้าน ความหมายของพื้นบ้านก็ไม่ได้ถูกเขียนไว้ชัดเจนมาก ใช้คำว่าการประมงในเขตชายฝั่ง

คำว่า “พื้นบ้าน” ถ้าดูคำนิยามที่กว้างกว่าในเชิงวิชาการจะหมายถึงวิถีชีวิตด้วย ครอบครัวทำ...เจ้าของลงเรือเอง ไม่ได้หมายถึงแค่ขนาดเรือเท่านั้น วันนี้...เรากำลังจะมีปัญหาถ้าเรือเล็กแต่มีนายทุนจ้างคนลงไปทำ แล้วใช้เครื่องมือประสิทธิภาพสูงจับปลา...จะทำยังไง เป็นเรื่องที่ต้องคิดแก้ปัญหากันต่อไป

พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 คุมเข้มครอบจักรวาล เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทะเลไทย ใช้อย่างชาญฉลาดให้ยั่งยืน กฎหมายมีไว้บังคับ แต่...ความรู้สึกหวงแหน ปกป้องต่างหากที่สำคัญ.

20 มิ.ย. 2559 10:28 20 มิ.ย. 2559 10:29 ไทยรัฐ