วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ เมืองไทยจึงจะไปรอด

โดย ซูม

ยังคงยืดเยื้อเป็นข่าวใหญ่พาดหัวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ต่อไป สำหรับข่าว “ดีเอสไอ” กับการจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่ยังคาดเดากันไม่ถูกว่าจะลงเอยอย่างไร

เพราะหลังจากที่นำหมายศาลไปค้นตัวในวัดพระธรรมกาย แต่เข้าไม่ถึงตัวท่านเจ้าอาวาส เนื่องจากศิษยานุศิษย์ช่วยกันปกป้องเอาไว้ จนทางดีเอสไอต้องเป็นฝ่ายถอยกรูดกลับไปตั้งหลักใหม่

ผมเขียนต้นฉบับวันนี้ล่วงหน้าไม่ทราบว่ามาถึงวันนี้ จะสามารถจับกุม หรือดำเนินการเจรจาให้พระธัมมชโยยอมมอบตัว เพื่อประกันตัวสู้คดีไปตามกระบวนการยุติธรรมแล้วหรือยัง?

ถ้าจะถามว่าผมเชียร์ใคร? ผมก็คงต้องตอบว่า เชียร์กฎหมายบ้านเมือง และการปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองอย่างเคร่งครัดนั่นแหละครับ

มิได้มีอคติต่อบุคคลใด หรือภิกษุใดๆแม้แต่น้อย

บ้านเมืองจะต้องมีขื่อมีแป กฎหมายจะต้องเป็นกฎหมายที่คนไทยทุกคนทุกหมู่เหล่าให้ความเคารพ และยอมรับ และปฏิบัติตามอย่างเสมอหน้ากันอย่างทัดเทียมกันโดยไม่มีข้อยกเว้น

เมื่อมีการแจ้งโทษออกหมายจับกุมใครก็ตาม ก็ต้องยอมให้เจ้าหน้าที่จับกุมไปก่อน หรือยอมให้ตั้งข้อหาเสียก่อน จากนั้นค่อยประกันตัวออกมาสู้คดีไปตามครรลอง

ศาลสถิตยุติธรรมท่านมีกระบวนการถึง 3 ศาล กว่าคดีจะสิ้นสุดทั้งผู้กล่าวโทษ และผู้ถูกกล่าวโทษ ล้วนมีโอกาสที่จะนำหลักฐาน นำพยานไปหักล้างกันถึง 3 ยก

กระบวนการยุติธรรมของเราเป็นกระบวนการที่ยุติธรรมอย่างแท้จริง และเป็นที่พึ่งของประชาชนมาได้โดยตลอด โดยเฉพาะศาลสถิตยุติธรรมนับเป็นเสาหลักของแผ่นดินเสาหนึ่ง

ผมจึงหวังที่จะเห็นคดีนี้จบลงด้วยการมอบตัว โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น รวมทั้งเงื่อนไขที่ศิษยานุศิษย์ออกมาบอกว่า ท่านเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายจะยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อเมื่อบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์เท่านั้น

เพราะการเป็นประชาธิปไตย หรือไม่ใช่ประชาธิปไตย ไม่สามารถจะเป็นบวกหรือเป็นลบต่อการพิจารณาคดีของศาลได้

ไม่ว่าจะอยู่ในยุคไหนก็ไม่มีใครจะเข้าไปก้าวก่าย หรือบีบบังคับศาลท่านได้อยู่แล้ว

การอ้างเหตุรอประชาธิปไตยก็จะถูกมองว่าเป็นการอ้างเหตุเพื่อถ่วงเวลาไปเสียอีกเท่านั้น

อย่าลืมว่าข้อกล่าวหาพระธัมมชโยที่ดีเอสไอตั้งเอาไว้นั้น สืบเนื่องมาจากกรณีสหกรณ์ออมทรัพย์คลองจั่น ที่มีเงินเสียหายนับพันล้าน เมื่อผู้บริหารที่ฉ้อฉลนำเงินไปถวายวัดพระธรรมกาย ทางดีเอสไอจึงตั้งข้อหาเอาไว้รุนแรงถึงขั้น “รับของโจร” และ “สมคบฟอกเงิน” เลยทีเดียว

คดีนี้เป็นคดีสะเทือนใจสะเทือนความรู้สึกของผู้คนในสังคมไทย อย่างมากคดีหนึ่งที่เกิดความเห็นใจผู้ที่นำเงินออมที่หลายๆคนสะสมมาทั้งชีวิตไปฝากที่สหกรณ์แห่งนี้แล้วถูกโกง

คนไทยจำนวนมากจึงมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีต่อวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่อ่านข่าวคดีสหกรณ์คลองจั่นมาแล้วด้วยซํ้า

การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าท่านเจ้าอาวาสมิได้รับของโจร และมิได้สมคบฟอกเงินตามข้อกล่าวหา จึงน่าจะเป็นทางเลือก เพื่อนำภาพลักษณ์ที่ดีกลับคืนมาทั้งต่อท่านเองและต่อวัดพระธรรมกายควบคู่กันไป

ผมก็ได้แต่หวังว่าพระธัมมชโยจะตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้ คือ ยอมรับการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมอบตัวสู้คดีโดยเร็วที่สุด

ส่วนดีเอสไอนั้น หากจะผ่อนปรนวิธีจับกุมหรือการมอบตัว อย่างที่มีผู้เสนอว่า ให้ใช้วัดพระธรรมกายนั่นแหละ เป็นสถานที่รับตัวผู้ต้องหาและก็ให้ประกันตัวในทันที ซึ่งเคยมีตัวอย่างมาแล้วก็น่าจะมีได้อีก

ด้วยวิธีนี้กฎหมายบ้านเมืองก็จะยังคงความศักดิ์สิทธิ์ต่อไป ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าผู้มีอิทธิพลใดๆหรือพระภิกษุใดๆ หรือแม้แต่กฎหมู่การเมือง หรือกฎหมู่ธรรมะใดๆก็ตามจะอยู่เหนือกฎหมายมิได้

บ้านเมืองก็จะสงบสุข คนไทยก็จะได้ไปลุ้นต่อให้ประเทศไทยของเราเจริญเติบโต ก้าวพ้นกับดักจากประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง ไปเป็นประเทศรายได้สูงอย่างเต็มตัวกับเขาได้เสียที.

“ซูม”

20 มิ.ย. 2559 10:18 20 มิ.ย. 2559 10:18 ไทยรัฐ