วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กับดักเศรษฐกิจตัวแอล (L)

ก็เรียกความฮือฮาได้มากทีเดียว “ดร.โกร่ง” วีรพงษ์ รามางกูร นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง อดีตรัฐมนตรีคลัง ไปบรรยายในห้องเรียนหลักสูตรอสังหาริมทรัพย์ว่า “เศรษฐกิจไทยวันนี้อยู่ในสภาพเป็นรูปตัวแอล (L) พื้นไม่เรียบ” พอคนเห็นว่าเศรษฐกิจดีก็บริโภค แต่เมื่อเศรษฐกิจไม่ฟื้นจริง ก็จะหยุดบริโภค ยังมองไม่เห็นว่าจะกระดกขึ้นตอนไหน แม้ภาคอสังฯจะยังดีอยู่ แต่วันข้างหน้าก็ต้องลดลง ถ้าเศรษฐกิจยังเป็นเช่นนี้ ปีหน้าหรือปีต่อไป อาจเห็นการปลดคน

ดร.โกร่ง ระบุว่า สถานการณ์แบบนี้จะอยู่ไปอีกอย่างน้อย 3-5 ปี ตามทฤษฎีเศรษฐกิจไทยที่มีวัฏจักร 10 ปี ขึ้น 5 ปี ลง 5 ปี ขณะนี้ลงมา 2 ปีแล้ว เหลืออีก 3 ปี แต่สิ่งที่มั่นใจก็คือ ประเทศไทยจะไม่ล้มละลายแน่นอน เพราะ ภาคการเงินแข็งแรงมาก

ดร.โกร่ง ชม ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯเศรษฐกิจ ว่า เข้าใจสถานการณ์ดีกว่าสหรัฐฯและยุโรป ที่หันมาใช้ นโยบายการคลัง แทน นโยบายการเงิน ที่ใช้ไม่ได้ผลแล้ว โดยให้รัฐบาลเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หลังจากที่เอกชนไม่ลงทุน เงินในประเทศมีมากกว่า 6 ล้านล้านบาท ต้องเอาไปลงทุนพันธบัตรสหรัฐฯได้ดอกเบี้ยต่ำแค่ 0.25% หากลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตอนนี้ แค่ราคาปูนก็กำไรมากกว่า 0.25% แล้ว

ปัญหาเศรษฐกิจของไทยในวันนี้ ดร.โกร่ง บอกว่า เกิดจากความไม่เข้าใจเศรษฐกิจของรัฐบาลมากกว่า ก็ไม่รู้ ดร.โกร่ง หมายถึงใคร เพราะเพิ่งชม ดร.สมคิด ไปหยกๆ ดร.โกร่ง ยังได้เสนอทางออกว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องทำต่อจากนี้ คือ ปฏิรูประบบราชการ ให้เป็น “รัฐบริการ” ไม่ใช่ “รัฐปกครอง” ซึ่งเป็นข้อแนะนำที่ดีมากๆ

แต่ข้อเสนอนี้คงเป็นไปยากในยุคนี้

ผมเห็นด้วยกับ ดร.โกร่ง ว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทยวันนี้เกิดจากความไม่เข้าใจของรัฐบาลมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนในระบบราง เพื่อสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ ขนส่งคนและสินค้าในราคาถูก เพื่อลดต้นทุน แทนที่รัฐบาลจะไปเร่งผลักดันการลงทุนในระบบ “รถไฟทางคู่” โดย สร้างทางรถไฟเส้นใหม่ คู่ขนานไปกับทางรถไฟเดิม ซึ่งวิ่งผ่านเมืองและชุมชนเศรษฐกิจอยู่แล้ว จะสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและชุมชนทั่วประเทศมหาศาล การลงทุนก่อสร้างก็ถูกกว่า

แต่ รัฐบาลกลับไปเร่งสร้างรถไฟความเร็วสูง 250 กม./ชม. แถมตั้งเป้าจะสร้างใหม่ 4 เส้นทางคือ กรุงเทพฯ-โคราช, กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-หัวหิน, กรุงเทพฯ-พัทยา โดยใช้เงินลงทุนราว 5-7 แสนล้านบาท ซึ่งผมเขียนติงไปเมื่อวานถึง รถไฟความเร็วสูงสายโคราช ค่าก่อสร้าง 170,000-190,000 ล้านบาท ที่ กระทรวงคมนาคม เร่งให้ก่อสร้าง ทั้งๆที่ยังออกแบบไม่เสร็จ การศึกษาสิ่งแวดล้อมและความคุ้มทุนก็ยังไม่เสร็จที่น่าเกลียดคือ ให้สร้างไว้ก่อน 3.5 กม. ที่สถานีรถไฟเล็กๆ “กลางทาง” ระหว่าง กรุงเทพฯ กับ โคราช ไม่รู้คิดได้ไง

วันก่อน คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯ อดีตรัฐมนตรีคมนาคม ไปเล่าให้ นักศึกษาหลักสูตร วธอ.3 ฟังว่า ได้ทดลองนั่งรถไฟจาก หัวลำโพง ไป หัวหิน ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงครึ่ง โดยรถไฟได้แวะให้ไหว้พระปฐมเจดีย์เกือบ 40 นาที ถ้าไม่หยุดไหว้พระก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง หรือเกือบ 3 ชั่วโมง พอๆกับรถยนต์ ถ้ารถไม่ติด ในอนาคตถ้ามีรถไฟทางคู่ ไม่ต้องหยุดรอสับหลีก ก็จะใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่ง

เห็นไหมครับ แค่รถไฟธรรมดา วันนี้วิ่งช้าอยู่แล้ว ยังใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง ถ้ามี รถไฟทางคู่ ก็จะใช้เวลาแค่ ชั่วโมงครึ่ง แถมสร้างรายได้ให้ท้องถิ่นตามเส้นทางด้วย ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินเป็นแสนล้านสร้าง รถไฟความเร็วสูง 250 กม./ชม. ไปหัวหินเลย

ถ้ารัฐบาลเข้าใจเศรษฐกิจ เงิน 5-7 แสนล้านบาท ที่จะเอาไปสร้างรถไฟความเร็วสูง เปลี่ยนไปสร้างรถไฟทางคู่ธรรมดาความเร็ว 160 กม./ชม. ตามเส้นทางรถไฟเดิม และขยายเส้นทางไปสู่จังหวัดและอำเภอที่ยังไม่มีรถไฟ ผมเชื่อว่าจะสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยและคนไทยมหาศาล กระจายรายได้ กระจายความเจริญ ไปอย่างทั่วถึงทุกภาค มากกว่ารถไฟความเร็วสูง 4 สายไม่รู้กี่เท่า.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

20 มิ.ย. 2559 10:14 ไทยรัฐ