วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตามหาญาติ!! เฒ่าเสียชีวิตในวัดอโศการาม มีเงินเก็บ 1.3 ล้าน ที่อีก 2ไร่

ตามหาญาติ!! เฒ่าเสียชีวิตในวัดอโศการาม มีเงินเก็บ 1.3 ล้าน ที่อีก 2ไร่

  • Share:

(ภาพจาก: ศูนย์ประสานงานสื่อมวลชน สมุทรปราการ)

อดีตขรก.สรรพสามิต วัย 84 ปี ใจบุญสุนทาน เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 8 วัน ในบ้านที่มาขอพระอาศัยในวัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ พบเงินเก็บในแบงก์กว่า 1.3 ล้านบาท โฉนดที่ดินอีก 2 ไร่ในเชียงใหม่ เร่งตามหาญาติ...

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 59 ร.ต.อ.สหัสพล พุ่มอิ่ม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งมีชายเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน หลังกุฏิพระภายในวัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน อาสามูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นบ้านพักปลูกด้วยไม้สภาพโทรมชั้นเดียวอยู่หลังกุฏิพระ เลขที่ 0/2 ซอยศูนย์ ภายในบ้านหลังดังกล่าวมีขยะ และของเก่ากองอยู่เต็มบ้าน

ตรวจสอบภายในห้องน้ำ พบศพ นายองอาจ ราชวงษ์ อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/31 ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นห้องน้ำ สภาพสวมกางเกงขายาวสีกรม ไม่สวมเสื้อ ศพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นทั่วห้อง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 วัน ในที่เกิดเหตุไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการต่อสู้หรือไม่เนื่องจากภายในบ้านพบแต่กองของเก่าและเศษขยะ

นอกจากนี้ ยังพบบัญชีธนาคารออมสิน มีเงินฝากอยู่ในบัญชี 1,340,000 บาท และโฉนดที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่จำนวน 2 ไร่ รวม 2 แปลง และเอกสารการอุทิศอวัยวะดวงตาให้กับสภากาชาดไทย เพื่อใช้ประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ 1 ใบ ซึ่งผู้ตายได้ฝากไว้กับพระลูกวัดดังกล่าวเก็บไว้มานานหลายปีก่อนเสียชีวิต

นายสมมาท วงษ์บุญรอด ผู้ใหญ่บ้านตำบลท้ายบ้าน กล่าวว่า ผู้ตายเคยรับราชการอยู่ที่กรมสรรพสามิต ตำแหน่งพนักงานขับรถ ซึ่งเกษียณอายุราชการมาได้ 24 ปี โดยเข้ามาพักอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งอยู่หลังกุฏิพระนานนับสิบปีแล้ว จนกระทั่งหลายวันก่อน จู่ๆ ผู้ตายได้หายไปจน พระลูกวัดได้มาแจ้งกับตนว่า มีกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากศพโชยออกมาจากบ้านที่ผู้ตายพักอาศัยอยู่ เกรงว่าจะมีเหตุร้าย ตนจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ จึงพบว่าผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ

ขณะเดียวกัน จากการบอกเล่าของพระสงฆ์รูปหนึ่งได้เล่าว่า ผู้ตายเคยเล่าให้ฟังว่าหลังเกษียณอายุราชการ ผู้ตายได้เดินทางมาทำบุญที่วัดแห่งนี้บ่อยครั้ง แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบผู้ตายได้มาขอพักอยู่ที่วัดนี้ตั้งแต่นั้นมา นอกจากนี้ ยังทราบอีกว่าที่ผ่านมาผู้ตายได้เคยบริจาคเงินสร้างสะพาน และซื้อข้าวให้วัดมาแล้วเป็นเงินจำนวน 7–8 ล้านบาท และผู้ตายยังได้เก็บขวดน้ำและของเก่าขาย ซึ่งเงินที่ได้มาก็มอบให้วัดทั้งหมด และผู้ตายยังมีเงินบำนาญอีกก้อนหนึ่งซึ่งไม่เคยได้ใช้ ซึ่งเก็บไว้ในบัญชีธนาคารอีกกว่าล้านบาท

ร.ต.อ.สหัสพล พุ่มอิ่ม เจ้าของคดีกล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายน่าจะเดินมาเพื่อที่จะเข้าห้อง แต่ด้วยความชราภาพจึงอาจจะทำให้เกิดลื่นล้มศีรษะกระแทกพื้นจนทำให้เสียชีวิต แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นอื่น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปยังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุได้พยายามติดต่อหาญาติผู้เสียชีวิตแล้ว แต่ขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่าผู้ตายมีลูกหรือญาติอยู่ที่ใด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้