วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.ชี้ไม่มีมิจฉาชีพใช้มือถือช็อตไฟฟ้าในห้างดัง หลังหนุ่มโพสต์เตือนภัย

ตร.ชี้ไม่มีมิจฉาชีพใช้มือถือช็อตไฟฟ้าในห้างดัง หลังหนุ่มโพสต์เตือนภัย

  • Share:

โลกออนไลน์พากันกระหน่ำแชร์เรื่องราวเตือนภัยรูปแบบใหม่ มิจฉาชีพหลอกชายหนุ่มให้ช่วยถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือ พอยื่นมือไปรับ กลับมีอาการตัวสั่น อ่อนเพลีย คาดว่าอาจถูกปืนช็อตไฟฟ้า

สมาชิกเฟซบุ๊กที่ชื่อ Tkon Aklakulakan ได้โพสต์ข้อความเล่าว่า วันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะกำลังเดินเล่นอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ได้ถูกชายมิจฉาชีพชาวต่างชาติหลอกให้ช่วยถ่ายรูปพร้อมกับส่งโทรศัพท์มือถือให้ เมื่อยื่นมือไปรับโทรศัพท์ กลับรู้สึกสั่น ตัวชา และอ่อนเพลีย โชคดีที่ยังมีสติ จึงรีบโยนโทรศัพท์คืนไป และจับชายมิจฉาชีพรายนี้ส่งตัวให้พนักงานรักษาความปลอดภัย พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที


ผู้คนในสังคมออนไลน์ที่ได้อ่านเรื่องราวนี้ ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น และแชร์ต่อไปนับหมื่นครั้ง บางส่วนคาดเดาถึงวิธีการของชายมิจฉาชีพว่า อาจใช้ยาป้ายหรือยาสลบเพื่อทำการปลดทรัพย์ อย่างที่เคยมีข่าวลือ ขณะที่บางส่วนสงสัยว่าหากเป็นยาป้ายหรือยาสลบจริง เหตุใดมิจฉาชีพถึงไม่เป็นไร และยาสลบไม่น่าจะออกฤทธิ์ซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็วขนาดนี้


ส่วนแฟนเพจ ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว ได้โพสต์แสดงความคิดเห็น คาดว่ามิจฉาชีพน่าจะใช้อุปกรณ์ "ปืนช็อตไฟฟ้าพกพา” ซึ่งปัจจุบันมีหลายรูปแบบ ทั้งชนิดที่มีรูปทรงคล้ายโทรศัพท์มือถือ เคสโทรศัพท์ หรือดัดแปลงด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ช็อตไฟฟ้าเพิ่มเข้าไป



ขณะที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ระบุว่า กรณีพบผู้มีพฤติกรรมคล้ายมิจฉาชีพ ทางศูนย์ฯ ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังได้ออกมาตรการให้กับเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ หากท่านใดพบเห็นสิ่งผิดปกติ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ได้ทันที


ด้าน พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า เรื่องการช็อตไฟฟ้าหรือยาป้ายสลบนั้นไม่มีจริง ผู้เสียหายไม่ได้โดนช็อต หรือมีทรัพย์สินเสียหายแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบมือถือและเข้ามาค้นตัวชาวต่างชาติแล้ว ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่ไม่พบพาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทาง จึงแจ้งข้อหาไม่พกพาสปอร์ต ซึ่งต่อมาภายหลัง เพื่อนของชายต่างชาติรายนี้ ก็ได้นำพาสปอร์ตและวีซ่า มาแสดงยืนยันกับตำรวจเรียบร้อยแล้ว

ส่วนผู้เสียหายนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่อไป แต่ผู้เสียหายไม่ได้ให้ความร่วมมือไม่ไปตรวจ ซึ่งคาดว่า ช่วงที่ต่างชาติให้ถ่ายรูป ผู้เสียหายอาจจะมีอาการไม่สบายขึ้นมากะทันหันในช่วงนั้นมากกว่า ทั้งนี้ทางตำรวจก็จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต่อไป

นอกจากนี้ พ.ต.อ.พรชัย ได้ให้แนะนำเพิ่มเติมว่า ก่อนจะโพสต์ข้อความเตือนภัยอะไรในโซเชียล ควรจะมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนก่อนโพสต์ ก่อนที่จะไปกล่าวโทษผู้อื่น อาจทำให้ผู้นั้นเสียหายและได้รับความเดือดร้อนได้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้