วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นปช.เปิดศูนย์ บิ๊กตู่ฮึ่มจับแน่

มอบบิ๊กป้อมเชือดผิดชุมนุมเกิน5คน

นายกฯฮึ่มห้าม นปช.เปิดศูนย์ปราบโกง สั่ง “บิ๊กป้อม-คสช.” จับหมดพวกดื้อแพ่งฝืนคำสั่ง คสช.ชุมนุมเกิน 5 คน เมินร้องยูเอ็นร่วมวงสังเกตการณ์ ฉะทำลายประเทศยังไม่พอดึงคนอื่นมาขย่ม เล็งฟันดะคนโพสต์-ใส่เสื้อไม่รับรธน. “มหาดไทย” ระดม ผวจ.สนธิกำลังทหาร-ตร.ปูพรมสกัดปลดป้าย-ริบอุปกรณ์-เรียกแกนนำเซ็นสัญญาห้ามเคลื่อนไหว “สมชัย” โบ้ยฝ่ายความมั่นคงจัดการเอง ขณะที่ “จตุพร” ยืนกรานตั้งศูนย์ฯส่วนกลางตามกำหนดเดิม เย้ยยึดไปได้แค่ป้ายเดินหน้าตรวจสอบโกงประชามติ “ณัฐวุฒิ” โต้ไม่เข้าข่ายชุมนุมการเมือง เชื่อไร้เหตุปะทะกับทหาร เด็ก ปชป.ขุดคดีก่อการร้ายเตือนสติยูเอ็น-คณะทูต “ประมวล” จี้ใจดำยูเอ็นเป็นพ่อไปแล้วหรือ “นิพิฏฐ์” หวั่น คสช.ไม่ทันเกมแรง ใช้ ม.44 ยุบพรรคตกหลุมเปิดช่องต่างชาติโดดร่วมวง “พงศ์เทพ” ย้อนพรรคที่โพสต์รับร่างจะถูกยุบหรือไม่

หลังจากแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศจัดตั้งศูนย์ปราบโกงการทำประชามติทั่วประเทศ ในวันที่ 19 มิ.ย. พร้อมยื่นหนังสือถึงสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์) ให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่าได้มอบหมายให้ คสช.พิจารณาดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน

คสช. อัด นปช.ดึงยูเอ็นจุ้นศูนย์ส่องโกง

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบ สำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยื่นหนังสือให้องค์การสหประชาชาติเข้ามาสังเกตการณ์การเปิดศูนย์ปราบโกงฯ ว่าต้องดูท่าทีของยูเอ็นว่าจะเป็นอย่างไร ขอชี้แจงว่ายูเอ็นมีความเข้าใจ คสช.ดีอยู่แล้ว ประกอบกับทุกครั้งที่ นปช.ไปร้องเรียนยูเอ็นไม่เคยมาถามอะไรกับ คสช. ถ้าหากถามมาเราก็อธิบายที่มาที่ไปได้ตามข้อเท็จจริง คิดว่าไม่มีปัญหา อีกทั้งยูเอ็นเป็นมิตรที่ดีกับเรา ในฐานะเป็นคนไทยคิดว่าไม่เหมาะสมไม่สมควร เป็นเรื่องในบ้านเรามีอะไรคุยกันในบ้านดีกว่า

สั่งทีม ก.ม.มอนิเตอร์เอาผิด

พ.อ.ปิยพงศ์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่ นปช.ยังคงเดินหน้าเปิดศูนย์ฯ ในวันที่ 19 มิ.ย. ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลลาดพร้าวนั้น เป็นท่าทีของนปช.ส่วนกลางมากกว่า แต่พื้นที่ต่างๆตามต่างจังหวัด เท่าที่เราติดตามประเมิน แกนนำให้ความร่วมมือ อีกทั้งเราแจ้งเตือนเสมอว่าประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือ เพราะอาจจะทำผิดกฎหมายได้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ท้ายที่สุดแล้วก็คงถูกทอดทิ้งอีกเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา ส่วนกรณีที่แกนนำ นปช.จะเปิดศูนย์ฯในวันดังกล่าว คสช.คงจะมีการตักเตือน บอกกล่าว และขอความร่วมมือ ฝ่ายกฎหมายคงเฝ้าติดตามอยู่ ขณะเดียวกันหาก นปช.ทำอะไรที่เข้าข่ายผิดกฎหมายก็จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่แล้ว ขอความร่วมมือสื่อมวลชนว่าเรื่องเหล่านี้บางทีจะสร้างความสับสน ต้องรบกวนให้สื่อลดความให้สำคัญลงไปบ้าง ไม่เช่นนั้นจะทำให้ประชาชนสับสน และไปกระทำอะไรโดยรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ได้ ทำนองเดียวกัน คสช.ขอความร่วมมือ นปช.มาตลอด แต่พวกเขามักไม่ค่อยสนใจ อยากจะทำอะไรก็ทำ พี่น้องประชาชนคงเข้าใจเองได้

เก็บข้อมูลคน พท.แอ็กชั่นคว่ำ รธน.

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากรกกต.ด้านการเลือกตั้ง ระบุว่าการที่แกนนำพรรคการเมืองเพื่อไทย 17 คน แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กอาจเกี่ยวข้องกับต้นสังกัดพรรค จะขัดคำสั่ง คสช. และยุบพรรคได้ พ.อ.ปิยพงศ์กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าดู รวมทั้งรวบรวมข้อมูลว่าอะไรที่เข้าข่ายผิด และละเมิดกฎหมาย การที่จะถึงขั้นยุบพรรคนั้น ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมาก เกี่ยวกับองค์ประกอบการทำผิดกฎหมาย เพราะว่าการยุบพรรคการเมืองเป็นเรื่องใหญ่ และสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อภาพรวม

กัดติด นปช.-พท.ผิด ก.ม.ฟันทันที

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยื่นหนังสือถึงสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์) ชี้แจงการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ และเชิญเข้าร่วมกับ นปช.ตรวจสอบการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นความพยายามดิ้นรนดึงองค์กรระหว่างประเทศเข้ามา คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ จับตาดูพฤติกรรม จะกระทำอะไรที่ขัดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้ามีอะไรที่เกินเลย นำไปสู่ความวุ่นวาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้าดำเนินการทันที ทั้งแจ้งเตือนและทำความเข้าใจ รวมถึงจับตาดูทุกพรรคการเมือง ไม่เฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่สมาชิกพรรค 17 คนพร้อมใจกันโพสต์เฟซบุ๊กไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าผิดกฎหมายเห็นๆ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะดำเนินการในทันที

นายกฯฮึ่มจับดะดื้อตั้งศูนย์ส่องโกง

เมื่อเวลา 17.40 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แนวร่วม นปช.ยืนยันเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ในที่ 19 มิ.ย. ว่า ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และ คสช.ไปพิจารณา ถ้าผิดก็จับ ถ้ามันผิดคำสั่ง คสช.หรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ผิดคำสั่ง คสช.หรือประกาศคสช.ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง จำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ “ถามแล้วมันผิดหรือไม่ เขาห้ามชุมนุมกันเกินกี่คน แล้วเวลานี้เป็นเวลาอะไร เป็นรัฐบาลแบบไหน ถ้าจะเรียกร้องประชาธิปไตย ไปรอรัฐบาลหน้า” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือว่าผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับ คสช.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คนพวกนี้ไม่มีสัญญากับใคร เชื่อตนสิสัญญาไปอย่างนั้นแหละ ตนก็ยังเมตตาอยู่ สัญญาก็คือสัญญา เห็นตำตาว่าทำอะไรผิด

เล็งเอาผิดกราวรูดใส่เสื้อ–โพสต์ไม่รับ

เมื่อถามต่อว่า ถึงอย่างไรก็ห้ามเปิดศูนย์ปราบโกงใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นว่า “ไม่ได้ ก็เขาไม่ให้เปิด จะไปพูดให้เขาเปิดอยู่ได้อย่างไร เปิดก็โดนจับ 3 คนเปิดได้ไหม 2-3 คน มายืนเปิดได้ไหม เขาห้ามเกิน 5 คน แล้วเขาก็มี พ.ร.บ.อยู่แล้ว เดี๋ยวไอ้พวกใส่เสื้อโหวตไม่รับ กำลังพิจารณาอยู่ ในนี้มีใครใส่บ้าง อะไรที่เขียนไว้ ผิดกฎหมายฝืนมันทุกเรื่องแล้วคนเหล่านี้มันจะปกครองประเทศ อยากได้หรือ ทั้งเสื้อทั้งโพสต์กำลังพิจารณา อ่านกฎหมายไม่ออกกันหรือไง เมื่อถามว่า กตต.บอกว่า การโพสต์ดังกล่าวแม้ไม่ผิดกฎหมายประชามติ แต่อาจผิดคำสั่ง คสช. นายกฯกล่าวยืนยันว่า คำสั่ง คสช. อย่างเดียวก็ผิดแล้ว คนอื่นจะไม่ผิดก็ช่างไป ถ้าบังคับใช้กฎหมายกับคนไม่ได้ก็อย่าเขียนออกมาเลย”

ซัดทำลายประเทศเชิญยูเอ็นเข้ามา

เมื่อถามว่า นปช.ยื่นให้ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์เข้ามาสังเกตการณ์การทำประชามติจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยูเอ็นเขาปกครองประเทศไทยหรือไม่ ถ้าปกครองก็ไปเชิญเขามา เมื่อถามต่อว่า มองว่าเป็นการชักศึกเข้าบ้านหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมไม่มอง ผมขี้เกียจมอง ห่วงใยประเทศไหม ทำลายเองแล้วยังจะเอาคนอื่นมาทำลายต่ออีก หัดดูอย่างอินเดียบ้าง มีประชากรจำนวนมาก มีปัญหาเยอะแยะแต่เขาก็แก้ปัญหาได้ ไม่เห็นจะมาทะเลาะกันเรื่องประชาธิปไตย หรือตรวจโกงกันอยู่แบบนี้เลย ประเทศเราคนหัวหมอมันเยอะ ทนายมันก็เยอะ บางคนไม่ใช่ทนายก็จะเป็นทนายให้เขาโดยไม่รู้ตัว” บอกเลยถ้าทำผิด กฎหมายมีกี่ร้อยฉบับ แค่นั้นก็ตายแล้ว ถ้าไม่ทำความชั่ว จะอยู่ไม่ได้ จะไม่สบาย ป่วยไข้กันมั้ง เมื่อถามว่า ถึงเวลาที่เชือดไก่ให้ลิงดูหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ปัดโธ่ จะให้เชือดยังไง เอามีดไปเชือดคอเขาหรือไง ไม่มีเชือด จับก็จับหมด ไม่มีเลือกจับหรอก เรียกมาคุยยังเข็ดหลาบ

มท.สั่งลุยเบรกศูนย์ฯ นปช.ทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี นปช.จะเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติทั่วประเทศ ในวันที่ 19 มิ.ย. ก่อนหน้านี้กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศจับตาการจัดตั้งศูนย์ปราบโกง หากพบว่ามีการจัดตั้งให้ระงับยับยั้ง ไม่ให้มีการตั้งศูนย์ดังกล่าวในพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยล่าสุดผู้ว่าฯทั่วประเทศได้รายงานเข้ามายังกระทรวงมหาดไทยอย่างไม่เป็นทางการ บางพื้นที่ระบุว่าไม่มีการตั้งศูนย์ฯเนื่องจากได้ทำความเข้าใจไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่บางส่วนโดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน รายงานว่าได้เข้าไปยังจุดที่ตั้งศูนย์ ริบอุปกรณ์ เสื้อที่มีข้อความ “ไม่ล้ม ไม่โกง ไม่อายพม่า” และป้ายไวนิลต่างๆ พบมีป้ายขนาดใหญ่ระบุข้อความว่า “ประชามติต้องไม่ล้ม ไม่โกง” และมีข้อความเชิญชวนให้ไปทำประชามติ รวมถึงระบุหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อร้องเรียนและให้ข้อมูลประจำภาคต่างๆ ทั้งนี้ การเข้าระงับการตั้งศูนย์ดังกล่าวเป็นการสนธิกำลังสามฝ่าย ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่

ล็อกแกนนำเซ็นสัญญาห้ามเคลื่อนไหว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ มีการเรียกแกนนำ นปช.ที่ตั้งศูนย์ไปพูดคุยชี้แจงทำความเข้าใจที่สถานีตำรวจ และให้ลงนามบันทึกข้อตกลงให้สัญญากับฝ่ายความมั่นคงในจังหวัด โดยมี ผบ.กกล.รส.จังหวัด เป็นผู้รับสัญญา และทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เป็นพยาน ทั้งนี้ ให้สัญญายืนยันว่า 1.จะไม่จัดกิจกรรมตั้งศูนย์ปราบโกงที่บ้านตนเอง และที่อื่น 2.จะไม่มีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทางการเมืองขึ้นที่บ้าน 3.จะไม่มีการแจกเสื้อและขึ้นป้าย 4.จะไม่มีการอ่านคำแถลงการณ์ 5.จะไม่มีการกระทำผิดหรือสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมตั้งศูนย์ปราบโกง ในวันที่ 19 มิ.ย.และวันอื่นๆ 6.ควบคุมไม่ให้มีการแสดงเชิงสัญลักษณ์ใดๆ ทางการเมืองและละเมิดต่อกฎหมาย โดยหากทำผิดเงื่อนไข หรือทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการรักษาความสงบ พ.ร.บ.ประชามติ คำสั่ง คสช.และกฎหมายอื่น จะยินยอมให้เจ้าพนักงานดำเนินคดี

ชี้ยูเอ็นไม่ร่วมงานกลุ่มการเมือง

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่ม นปช. ยื่นหนังสือถึงยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์ชี้แจงวัตถุประสงค์การตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ และเชิญร่วมตรวจสอบการลงประชามติว่า ประเทศไทยและหน่วยงานต่างชาติ มีกติกาสากล ในการทำงานร่วมกันว่าอะไรเป็นเรื่องภายใน อะไรเป็นเรื่องที่ต้องทำงานร่วมกัน ข้อตกลงมีอยู่ชัดเจนอะไรทำได้ไม่ได้ จึงไม่น่ามีปัญหา ส่วนการส่งเสริมความโปร่งใสความมีธรรมาภิบาลนั้น สหประชาชาติได้ทำงานร่วมกับประเทศไทยอยู่แล้ว หาก นปช.อยากทำงานร่วมกับสหประชาชาติ ควรไปจดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรก่อน มันมีช่องทางอยู่ เพราะสหประชาชาติไม่ทำงานร่วมกับพรรคการ เมืองหรือกลุ่มการเมือง หากเป็นองค์กรเอกชนที่สหประชาชาติยอมรับ เชื่อว่าองค์กรต่างประเทศอื่นๆจะยอมรับเช่นกัน

จับตาการสื่อสารการเมืองจะมากขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีสมาชิกพรรคเพื่อไทยโพสต์เฟซบุ๊ก ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญพร้อมกัน นายปณิธาน ตอบว่า การแสดงออกทางการเมืองเรื่องประชามติ มีกติกากำกับอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดการยั่วยุและความรุนแรง ต้องยอมรับว่าจากนี้จะมีการสื่อสารทางการเมืองมากขึ้น ประชาชนให้ความสนใจกิจกรรมทาง การเมือง เพราะกำลังจะมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้นจะมีการเลือกตั้ง ประกอบกับปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทำให้การสื่อสารไปถึงประชาชนโดยตรงมากขึ้น ฝ่ายการเมืองจึงหาช่องทางสื่อสารกับประชาชน ซึ่ง คสช.ก็เตรียมเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้ได้แสดงความคิดเห็นอยู่แล้วตามโรดแม็ปที่วางไว้ แต่เมื่อมีการออกมาแสดงความคิดเห็นเฉพาะเรื่อง อย่างเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ อาจทำให้มีแรงกดดันเพิ่มขึ้น คงต้องมีการพูดคุยกันเพื่อปรับให้มีการแสดงความคิดเห็นที่เหมาะสมต่อไป

มทภ.3 โต้เอกสารปลอมกุดหัวฮาร์ดคอร์

พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารในโลกออนไลน์อ้างว่าเป็นเอกสารสั่งการของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยมณฑลทหารบกที่ 38 (กกล.รส.มทบ. 38) ให้ดำเนินการกับกลุ่มบุคคลประเภทต่างๆว่า มี 2 แผ่น แผ่นแรกเป็นหัวหนังสือราชการของ กกล.รส.มทบ.38 จริง เป็นหนังสือสั่งการธรรมดา ไม่ได้มีอะไรมาก แต่แผ่นที่สองที่มีเนื้อหาระบุถึงรายละเอียดการแบ่งประเภทบุคคลเป้าหมายและวิธีการดำเนินการนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่เอกสารของ กกล.รส.มทบ.38 มีผู้ที่เจตนาไม่ดีจัดทำขึ้น ได้สั่งการให้หน่วยต้นสังกัดหาต้นตอการเผยแพร่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และ แจ้งเตือนทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังดูแลเอกสารทางราชการให้มากขึ้น เพราะขณะนี้มีผู้ไม่หวังดีต้องการนำเอกสารของทางราชการ โดยเฉพาะของทาง ทหารไปขยายความจนทำให้ประชาชนเกิดความสับสน

“สมชัย” โยนฝ่ายมั่นคงจัดการเอง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม นปช.จะตั้งศูนย์ปราบโกงวันที่ 19 มิ.ย.ว่า คงไม่ส่งเจ้าหน้าที่ไปสังเกตการณ์ เพราะเคยบอกว่าทำได้แต่ตนพูดภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ แต่เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นความมั่นคง ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชามติแล้ว ถ้าฝ่ายความมั่นคงเห็นว่าเป็นปัญหาการเมืองคงจะจัดการเอง

ปรามพวกไม่เกี่ยวอย่าพูดมาก

นายสมชัยกล่าวอีกว่า กรณีที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงกรณีสมาชิก 17 คนของพรรคเพื่อไทยโพสต์เฟซบุ๊กไม่รับร่างรัฐธรรมนูญส่อว่าผิด พ.ร.บ.ประชามติฯมาตรา 61 วรรคสองชัดเจนว่า ไม่อยากให้พูดกันไปโดยคนไม่มีส่วนรับผิดชอบดูแล หลายคนพูดไปหลายทิศทางแตกต่างกัน ขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณาวินิจฉัยเอง มิฉะนั้นสังคมจะสับสน เช่น กรณีข้อความบิดเบือนต้องให้ กรธ.พิจารณาว่าบิดเบือนจริงหรือไม่ ส่วนคำว่าหยาบคายเป็นสามัญ สำนึก ประชาชนทุกคนคงไม่ต้องไปถามใคร ถ้าเห็นว่าหยาบคายก็สามารถไปแจ้งความที่โรงพักได้เลย ส่วนว่าจะเข้าข่ายปลุกระดมข่มขู่หรือไม่ เรื่องนี้ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองคงดูแลอยู่

“ตู่” ยืนกรานดีเดย์เปิดศูนย์ปราบโกง

ขณะที่นายจตุพร พรมหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ยืนยันว่าวันที่ 19 มิ.ย. เวลา 10.00 น. นปช. จะเดินหน้าเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติพร้อมกันทั่วประเทศเหมือนเดิม ศูนย์ส่วนกลางจะอยู่ที่ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว และอีก 5 จุดในเขตใกล้เคียง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ประกาศชัดเจนว่า นปช.เปิดศูนย์ได้ หากมีเจ้าหน้าที่เข้ามาห้ามหรือขัดขวางเท่ากับขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. เชื่อว่าจะไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น หาก คสช.ใช้กำลังกับประชาชนจะเป็นฝ่ายเสียเอง หากเจ้าหน้าที่เข้ามาขัดขวางจะได้แค่ป้ายข้อความของศูนย์ปราบโกงไปเท่านั้น เพราะในพิธีจะมีแค่การขึ้นแผ่นป้ายข้อความว่า “ประชามติต้องไม่ล้ม ไม่โกง ไม่อายพม่า” ถ้าอยากได้ป้ายก็เอาไป ถึงอย่างไรศูนย์ปราบโกงฯจะเดินหน้าตรวจสอบกระบวน-การออกเสียงประชามติต่อไป

“เต้น” เชื่อไม่มีเหตุเผชิญหน้าทหาร

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า รูปแบบการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติวันที่ 19 มิ.ย. เวลา 10.00 น. จะรายงานให้สื่อมวลชนทราบว่า จะเปิดศูนย์ปราบโกงฯพื้นที่ใดบ้าง พร้อมรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในศูนย์ปราบโกงพื้นที่ต่างๆ ใช้เวลาไม่เกิน 12.00 น. จะเสร็จพิธีเปิดศูนย์ปราบโกงฯ พร้อม จะให้ทหาร ตำรวจเข้ามาสังเกตการณ์ หากเจ้าหน้าที่มาขอร้องไม่ให้เปิดศูนย์จะเจรจาพูดคุยทำความเข้าใจ กัน เชื่อว่าคงไม่มีอะไรกระทบกระทั่งหรือเผชิญหน้ากัน เพราะไม่มีการเคลื่อนขบวนหรือทำกิจกรรมทาง การเมืองใดๆ นอกจากการรายงานผลมาจากศูนย์ ปราบโกงในพื้นที่ต่างๆเท่านั้น หาก นปช.พบการทำผิดเรื่องประชามติ จะไม่เข้าไปจับเอง แค่รวบรวมหลักฐานส่งให้ กกต.เท่านั้น การเคลื่อนไหวจึงอยู่ในกรอบกฎหมาย ฝ่ายความมั่นคงไม่ต้องมาสกัดกั้น

มั่นใจไม่เข้าข่ายชุมนุมเกิน 5 คน

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนที่ระบุว่าการตั้งศูนย์ปราบโกงเป็นการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน อาจเข้าข่ายผิดคำสั่ง คสช.นั้น การตั้งศูนย์ปราบโกงไม่ใช่การรวมตัวทางการเมือง เพราะไม่ได้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง แค่รับเรื่องราวและแลกเปลี่ยนข่าวสาร ไม่มีการตั้งเวทีโค่นล้มรัฐบาล รูปแบบไม่ลึกลับซับซ้อน ทั้งนี้ การเปิดศูนย์วันที่ 19 มิ.ย. จะยังไม่มีตัวแทนยูเอ็นเข้าสังเกตการณ์ แต่ยูเอ็นแสดงท่าทีสนใจ นัดให้ นปช.ไปพบกับตัวแทนยูเอ็นที่รับผิดชอบงานด้านสิทธิมนุษยชนวันที่ 20 มิ.ย. จะพูดคุยทำความเข้าใจในรายละเอียดกันอีกครั้ง

เชื่อทหารมาแน่คุมเปิดศูนย์ปราบโกง

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ นปช.ขอให้ยูเอ็นเข้ามาตรวจสอบการทำประชามติ ไม่ใช่การชักศึกเข้าบ้าน ยูเอ็นไม่ใช่ข้าศึก แต่เป็นองค์กรกลางระหว่างประเทศที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับ มิเช่นนั้นจะเข้าไปเป็นสมาชิกยูเอ็นทำไม อย่าไปมองว่าเป็นคนต่างชาติว่าจะเข้ามาก้าวก่ายประเทศไทย แต่ถ้ายูเอ็นเข้ามาจะช่วยให้การทำประชามติครั้งนี้ได้รับการยอมรับ และลดข้อครหาต่างๆได้ เชื่อว่า การเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติของ นปช. วันที่ 19 มิ.ย. ทหารคงมาควบคุมแน่ แต่จะมาก็มาไป ถ้ามาปิดศูนย์เมื่อใด คนที่เสียไม่ใช่ นปช. แต่เป็นทหารจะเสียภาพลักษณ์เอง เกิดคำถามว่าเหตุใดไม่กล้าให้ตรวจสอบ

เปิดแฟนเพจรับแจ้ง จนท.สกัดพรึบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดกลุ่ม นปช.ได้เปิดช่องทางการสื่อสารร่วมกันทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ชื่อว่า “ศูนย์ปราบโกงประชามติ” โดยแนวร่วมเสื้อแดงสาขาย่อยในต่างจังหวัด เริ่มทยอยโพสต์ภาพถ่ายและคลิปวีดิโอสถานการณ์รายงานการเตรียมเปิดศูนย์มาอย่างต่อเนื่อง เกือบทุกจังหวัดถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ บุกสั่งให้ยุติการตั้งศูนย์ ทั้งปลดป้ายลง พูดคุย จนถึงการควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ อาทิ ที่ จ.ชัยนาท กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ระยอง ปราจีนบุรี อุทัยธานี ขณะที่ศูนย์ปราบโกงประชามติ จ.ลพบุรี ถูกทหารสั่งห้ามเปิดห้ามขึ้นป้าย จึงเปลี่ยนเป็นขอทำบุญเลี้ยงพระ วันที่ 19 มิ.ย. สำหรับศูนย์ปราบโกงประชามติที่แสดงความพร้อมเข้าร่วมพิธีเปิดศูนย์พร้อมกันในวันที่ 19 มิ.ย. จะมีการถ่ายทอดสดและรายงานสดผ่านเฟซบุ๊กมายังศูนย์ปราบโกงส่วนกลาง ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว ได้แก่ จ.เพชรบุรี จ.ปัตตานี จ.สตูล จ.จันทบุรี เป็นต้น

นปช.ตรังคึกคักขนอุปกรณ์พร้อม

ที่ จ.ตรัง เมื่อเวลา 08.30 น. กลุ่ม นปช.ตรัง ได้นัดหมายกันที่ซอยถนนรื่นรมย์ ต.ทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง อ.เมืองตรัง ฝั่งตรงข้ามสำนักงานกกต.จ.ตรัง เพื่อร่วมเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ หลังจากเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” ผู้ประสานงาน นปช.รับผิดชอบพื้นที่ 6 จังหวัดกลุ่มอันดามัน ตรัง กระบี่ ภูเก็ต พังงา สตูล ระนอง และสมาชิก นปช.จากส่วนกลาง และแกนนำมาประชุมหารือเตรียมเปิดศูนย์ปราบโกงนำป้ายไวนิลไปส่งให้กลุ่ม นปช.ตรัง นำโดยนายจรินทร์ พาณิชย์กุล แกนนำ นปช.ตรัง โดย นปช. ส่วนกลางสนับสนุนงบประมาณ 30,000 บาท เพื่อเป็นค่าเช่าบ้าน และทำกิจกรรม พร้อมมีเสื้อให้ใส่รณรงค์ 200 ตัว

พท.ย้อนโพสต์รับร่างถูกยุบพรรคไหม

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ระบุการโพสต์เฟซบุ๊กไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของ 17 สมาชิกพรรคเพื่อไทยเสี่ยงถูกยุบพรรค โดย คสช.มีอำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวฯ ว่า ถ้าไปดู พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แม้หลักการไม่เหมือนประเทศอื่นก็ตาม แต่มีอยู่มาตราเขียนไว้ชัดให้ประชาชนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้ ในมาตรา 61 วรรคสอง ห้ามกระทำเฉพาะบางอย่าง เช่น ห้ามใช้คำหยาบ บิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่ได้ห้ามใครบอกรับหรือไม่รับ ไปดูได้ ดังนั้นถ้าไม่ใช้คำหยาบคาย บิดเบือนก็ทำได้ทั้งสิ้น พวกที่อ้างใช้อำนาจอะไรก็แล้วแต่ เรียกง่ายๆ มีความคิดอคติก็ว่าไป แต่อยากถามหน่อยและอยากดูเหมือนกัน ถ้ามีพรรคการเมืองหนึ่ง แสดงความคิดเห็นรับร่างรัฐธรรมนูญ คนที่เสนอใช้มาตรา 44 ยุบพรรคการเมืองจะว่าอย่างไร

เหน็บ กกต.ปิดกั้นทำ รธน.บกพร่อง

นายพงศ์เทพกล่าวว่า ในแง่คนที่อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน มีการออกมาแสดงความคิดเห็นหลายครั้ง แต่คนที่แสดงความคิดเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ กลับถูกจับตาเป็นพิเศษ ทั้งที่ กกต.มีหน้าที่จัดทำประชามติ ที่ต้องส่งเสริมให้มีการแสดงความคิดเห็น ทำกฎหมายให้มีปัญหาน้อยที่สุด ถ้าทำอย่างนี้ กกต.จะได้รับคำชื่นชม แต่ไปทำแบบอื่นน่าเสียดาย ปิดกั้นแสดงความคิดเห็น ส่งผลต่อการทำประชามติเหมือนกัน เกิดความบกพร่องได้ ถ้าสมมติการทำประชามติแล้วเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ จะมีการตั้งคำถามว่า ที่เห็นชอบนั้นได้มาจากกรรมวิธีที่ได้ มาจากเสียงประชาชนที่แท้จริงหรือไม่ ถ้าเปิดให้ทุกคนแสดงความเห็นเต็มที่ ไปพูดยืนยันที่ไหนในโลกก็ได้ว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นชอบมันแตกต่างกัน

“ประมวล” จี้ใจดำหรือยูเอ็นเป็นพ่อ?

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และแกนนำ นปช.ยื่นหนังสือเชิญตัวแทนยูเอ็น–โอเอชซีเอชอาร์เข้าร่วมตรวจสอบการทำประชามติรัฐธรรมนูญว่า กรณีนี้เป็นเรื่องภายในของประเทศไทย ไปดึงองค์กรต่างชาติมาเพื่ออะไร ประชามติจะผ่านหรือไม่เป็นเรื่องของคนไทยทั้งชาติ และใครจะไปโกงการทำประชามติ นปช.อย่าเล่นสองหน้า เพราะแกนนำพรรคเพื่อไทยต่างออกมาเรียกร้องให้มีการคืนอำนาจจัดการเลือกตั้งตามโรดแม็ปรัฐบาลโดยเร็ว แต่แกนนำ นปช.ขาหนึ่งของพรรคเพื่อไทยกลับเคลื่อนไหวดิสเครดิตประเทศไทย ทั้งที่อยากลงเลือกตั้งจนตัวสั่น มันขัดแย้งในตัวเองหรือไม่ วันนี้ ยูเอ็นเป็นพ่อไปแล้วหรืออย่างไร เพราะยุคนายใหญ่เคยลั่นวาจาว่า ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ เหตุใดจึงให้ความสำคัญ กับต่างชาติ ทำตามแผนโลกล้อมประเทศใช่หรือไม่ ตอบสังคมไทยให้ได้ก่อนมาตรวจสอบคนอื่น

ขุดคดีก่อการร้ายทวนเตือนยูเอ็น–ทูต

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นเอกราช ไร้ความจำเป็นต้องให้ต่างชาติเข้าแทรกแซง ยูเอ็นหรือทูตนานาชาติ อย่าบ้าจี้ตามกลุ่ม นปช. เพราะศูนย์ปราบโกงนี้ถูกอุปโลกน์ตามอีเวนต์ที่มีนัยแอบแฝงทางการเมือง ที่สำคัญ นปช.คือลูกหาบของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ก่อเหตุเผาบ้านเผาเมืองเมื่อ พ.ศ.2552-53 สร้างความเสียหายให้ประเทศไทย โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประกาศล้มการประชุมอาเซียนซัมมิตที่เมืองพัทยาจนบรรดาทูตนานาชาติต้องหนี จำได้หรือไม่ ยิ่งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เคยประกาศว่าจะมีกองกำลังของยูเอ็น มาช่วยม็อบเสื้อแดงเมื่อปี 53 ใช่หรือไม่ สุดท้ายคนในศูนย์ปราบโกงนี้ถูกคดีข้อหาก่อการร้ายทุกคน แล้วยูเอ็นและทูตนานาชาติจะเข้ามาร่วมศูนย์ปราบโกงของจำเลยในคดีก่อการร้ายหรือ ควรคิดให้รอบคอบในฐานะองค์การระหว่างประเทศและมิตรของไทย

“นิพิฏฐ์” หวั่น คสช.ไม่ทันเกมแรง นปช.

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นที่ผ่านมาเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ใช่ในนามพรรค การที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชมว่าตนมีมุทิตาจิตเข้าใจพรรคเพื่อไทยที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นธรรมดาต้องมีตรงกันและไม่ตรงกันบ้าง ถ้าคิดไม่ตรงกันเลยต่างหากถึงจะแปลก แต่จะบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคเพื่อไทยคงไม่ใช่ เช่น การที่ นปช.ดึงยูเอ็นเข้ามาสังเกตการณ์ศูนย์ปราบโกงประชามติ ตนไม่เห็นด้วย แม้การทำประชามติต้องไม่ปิดกั้น แต่ถึงขนาดจะดึงต่างชาติเข้ามายุ่งคงไม่ใช่ ใครบางคนอย่าตกใจกับท่าที 2 พรรคการเมืองนี้ การทำประชามติขึ้นอยู่กับประชาชน พรรคการเมืองจะชี้นำหรือโน้มน้าวไม่ได้มาก เชื่อว่าแผนของ นปช.คงไม่หยุดแค่นี้ จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จะมีมากกว่าศูนย์ปราบโกงอีก กังวลว่ารัฐบาลจะตามสถานการณ์ของ นปช.ทันหรือไม่ การเมืองและการสื่อสารสร้างกระแส นปช.เก่งกว่ารัฐบาล ถ้ารัฐบาลทำอะไรเข้า ทางเกมหรือตามไม่ทันจะเสียคะแนน เสียบรรยากาศการทำประชามติต้องระวัง โดยเฉพาะ นปช.บางคนมีคดีติดตัวเยอะมาก บางคนคดีใกล้จะสิ้นสุด บางคนต้องยอมรับว่าอาจต้องติดคุกแน่ เมื่อ นปช.บางคน คิดว่าไม่มีอะไรจะเสีย ต้องเล่นเกมแรง

ใช้ ม.44 ยุบพรรคต่างชาติโดดร่วมวงขยี้

เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุว่า อาจใช้มาตรา 44 ยุบพรรคการเมืองได้กรณี 17 แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ตามหลักกฎหมาย ถ้าผิดต้องว่าตามผิด แต่ถ้าไม่ผิดก็ว่ากันไป ส่วนตัวมองว่าสิ่งที่ 17 แกนนำพรรคเพื่อไทยโพสต์ อาจเป็นเรื่องข้อเท็จจริง คงไม่ถึงขั้นต้องใช้มาตรา 44 ยุบพรรคการเมือง คสช. ต้องระวัง บางกลุ่มเขาพยายามเดินเกมให้ คสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 ถ้าใช้จริงๆ จะไม่เป็นผลดีต่อ คสช. เพราะการใช้มาตรา 44 จะไม่ใช่แค่เรื่องในประเทศ ต่างประเทศจะเข้ามายุ่งอีกจะไม่จบ

กปปส.ชำแหละ รบ.คสช.วืดเป้า

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรค ประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. โพสต์เฟซบุ๊กใจความว่า ได้นัดคุยกับนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ถึงเรื่องบ้านเมืองเมื่อเย็นวันที่ 16 มิ.ย. เห็นตรงกันว่า ยังไม่เกิดการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้งตามความต้องการของประชาชนที่จุดประเด็นนี้ช่วงการชุมนุมกลุ่ม กปปส.หลังการ รัฐประหาร 22 พ.ค.57 การเลือกตั้งหยุดชะงัก มีการเปลี่ยนแปลงบ้างคือ การใช้มาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 หรือแม้แต่การลดความเหลื่อมล้ำโดยใช้กฎหมายเก็บภาษีมรดกและเตรียมออก พ.ร.บ.เก็บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ชัดเจนว่านำไปดูแลคนยากจน หรือการให้เรียนฟรี 15 ปี ไม่ใช่เรื่องใหม่พรรคประชาธิปัตย์ทำมาแล้ว ขณะที่การทุจริตคอร์รัปชันและการรวมศูนย์อำนาจยังเหมือนเดิม โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจยิ่งทำลายหลักการเดิมใช้ระบบอุปถัมภ์มากขึ้น ส่วนปัญหาเศรษฐกิจ พืชหลักราคายังตกต่ำ ธนาคารไม่ปล่อยกู้ให้ลงทุนหรือการซื้อที่อยู่อาศัย แต่ปล่อยให้นักธุรกิจรายใหญ่ การเบิกจ่ายจัดจ้างจัดซื้อภาครัฐล่าช้า สรุปรัฐบาลนี้แก้ไขปัญหาเฉพาะด้านความสงบเรียบร้อยได้เรื่องเดียว เรื่องอื่นแก้ไม่ได้

รับได้ร่าง รธน.แม้ไม่เป็น ปชต.เต็มใบ

นายถาวรระบุต่อว่า ส่วนการรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญนั้น แม้ว่าจะไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ แต่พอจะเป็นเครื่องมือขจัดระบอบทักษิณได้ พอรับได้ในสถานการณ์นี้ เมื่อเราไม่สามารถได้สิ่งที่ดีที่สุด ได้สิ่งที่พอใช้ได้ก็ต้องรับไปก่อน เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสได้มีส่วนร่วมและร่วมต่อสู้ในโอกาสข้างหน้าได้ ขณะนี้นายสุรินทร์ช่วยเหลือประเทศชาติ โดยประสานงานกับต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมือง เนื่องจาก รมว.ต่างประเทศปัจจุบันถูกจำกัดด้วยเป็นรัฐบาลทหาร การประชุมหรือหารือหลายองค์กรไม่ยอมรับ จำเป็นต้องใช้ทั้งนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ และนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีต ผอ.ใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) และอดีตเลขาธิการองค์การค้าและการพัฒนาสหประชาชาติหรืออังก์ถัด (UNCTAD) ถ้ากลับมาช่วยพรรคประชาธิปัตย์ โอกาสที่จะช่วยบ้านเมืองจะลดลง จึงขอขอบคุณแทนประชาชนและพรรคที่ห่วงใยและเสียสละเพื่อประเทศชาติ

“วันชัย” โต้ “ปลอด” ม้าใช้ รบ.ทุจริต

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพาดพิงว่าเป็นทาสรับใช้ชอบเผด็จการว่า จุดยืนของตนให้การสนับสนุนรัฐบาลใดก็ได้ที่เข้ามาแก้ไขปัญหา ให้มีการปฏิรูปประเทศ รัฐบาล คสช.เข้ามา เพื่อแก้ไขปัญหาหมักหมมของประเทศ และขอประณามนักประชาธิปไตยที่มาจากทุนสามานย์เพื่อโกงกินทุจริตชาติ แม้จะเป็นประชาธิปไตยแบบนี้ ตนไม่ยอมเป็นทาสหรือรับใช้เด็ดขาด แต่ถ้าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยที่ดีหรือเผด็จการที่ตั้งใจมาแก้ไขปัญหาให้ชาติบ้านเมือง พร้อมจะเป็นทาสและรับใช้เพราะเป็นการทำงานเพื่อชาติและส่วนรวม ต่างจากนายปลอดประสพที่รับใช้รัฐบาลประชาธิปไตยที่มีกระบวนการทุจริตคอร์รัปชัน น่าตำหนิและน่าละอายมากกว่า จึงขอให้นายปลอดประสพไปที่ชอบๆ และอย่ามาหลอกหลอนประชาชนไทยอีกเลย

ชาวบ้านค้าน นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกง

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,233 คน ระหว่างวันที่ 13-17 มิ.ย. เรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรกับการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติของ นปช. พบว่าร้อยละ 76.64 ระบุควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องดูแล ร้อยละ 74.45 อาจขัดต่อกฎหมาย และร้อยละ 71.29 เป็นเกมการเมือง ต้องการกดดัน รัฐบาล ทั้งนี้ ร้อยละ 52.11 ไม่แน่ใจว่าจะมีการโกง ร้อยละ 35.21 เชื่อว่ามี และร้อยละ 12.68 ระบุว่าไม่มี โดยเสียงส่วนใหญ่ ร้อยละ 85.40 ระบุต้องออกมาใช้สิทธิป้องกันคนสวมสิทธิ ร้อยละ 80.05 เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้ และร้อยละ 78.10 มีระบบการตรวจสอบที่ดี มีบท ลงโทษเด็ดขาด โดยร้อยละ 82.24 ระบุต้องออกไปใช้สิทธิตัดสินใจด้วยตนเอง ร้อยละ 79.32 ช่วยภาครัฐดูแลสอดส่อง และร้อยละ 68.61 ปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อถามว่า เชื่อมั่นว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดการลงประชามติได้โปร่งใสมากน้อยเพียงใด ร้อยละ 36.67 ตอบว่าค่อนข้างเชื่อมั่น ร้อยละ 35.70 ไม่ค่อยเชื่อมั่น และร้อยละ 17.36 ไม่เชื่อมั่น ทั้งนี้สิ่งที่ประชาชนอยากฝากถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 78.59 ระบุควรเปิดโอกาสและรับฟัง ความคิดเห็นทุกฝ่าย ร้อยละ 75.67 การดำเนินการ ต้องโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ และร้อยละ 64.96 หากมีการทุจริต ควรมีบทลงโทษที่รุนแรงเด็ดขาด

พท.บี้ คสช.–รัฐบาลสอบจีที 200

อีกเรื่อง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลโอลด์ เบลีย์ ประเทศอังกฤษ มีคำตัดสินให้ยึดทรัพย์ผู้ผลิตเครื่องตรวจวัตถุระเบิดปลอมจีที 200 กว่า 375 ล้านบาท ว่า ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่หน่วยงานราชการของ ไทย ไปจัดซื้อจัดจ้างเครื่องตรวจวัตถุระเบิดปลอมจีที 200 นับพันล้านบาท หน่วยงานราชการที่จัดซื้อ จัดจ้าง ทำไมปล่อยให้ประเทศเสียหาย ตกเป็นเหยื่อมหากาพย์ลวงโลก บรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เคยออกมาการันตีจีที 200 จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร คสช.และรัฐบาลควรจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบว่ามีกี่หน่วยงานที่ซื้อเครื่องตรวจระเบิดเก๊นี้ ซื้อไปกี่เครื่อง ราคาจัดซื้อจัดจ้างแต่ละหน่วยงาน แต่ละครั้งแตกต่างกันอย่างไร หน่วยงานใดซื้อราคาสูงสุด มีไว้ในครอบครองมากที่สุด ต้นทุนประกอบต่อเครื่องแค่ 14 ปอนด์ หรือประมาณ 700 บาท แต่นำมาขายราคาเครื่องละหลายแสนบาท มูลค่าความเสียหายทั้งหมดรวมเท่าไหร่

กระทุ้งลากคนจัดซื้อมารับผิดชอบ

นายอนุสรณ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ต้องสอบว่าบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันการจัดซื้อเครื่องดังกล่าวอยู่ใน คสช.หรือรัฐบาลนี้หรือไม่ ถ้ามีจะรับผิดชอบกับความเสียหายครั้งนี้อย่างไร ไม่ฉุกคิดกันเลยหรือว่า มันใช้ไม่ได้จริง หรือรู้แต่ดันทุรังซื้อเพื่อแลกกับผลประโยชน์หรือไม่ น่าเศร้าใจที่ทหารตำรวจและประชาชนต้องสังเวยชีวิตให้กับจีที 200 การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องที่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนทั้งในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีความคืบหน้าอย่างไร คสช. และรัฐบาลต้องส่งสัญญาณในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ต้องเร่งทำเรื่องนี้ให้สังคมได้ทราบข้อเท็จจริงเร่งด่วน

แนะรีบฟ้องขอเงินคืน–เอาผิดคนชง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีศาลอังกฤษได้ยึดทรัพย์ผู้จำหน่ายเครื่องตรวจ จับระเบิด จีที 200 เพื่อนำเงินมาใช้คืนแก่ผู้ซื้อจีที 200 ไปว่า แสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์นี้ใช้ไม่ได้ ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นลูกค้ารายหนึ่ง ขอให้รีบทำเรื่องไปขอเงินคืนโดยไม่ต้องมัวแต่ชักช้า จะทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ เพราะประเทศไทยใช้งบประมาณนับพันล้านบาทในการจัดซื้อ แม้อาจจะได้ไม่ครบตามจำนวนที่เสียไป และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าฟ้องตัวแทนจำหน่ายจีที 200 ประจำประเทศ ไทย เพื่อเรียกเอาเงินส่วนที่เหลือคืนให้ได้ จากนั้น ค่อยกลับมาตรวจสอบกันภายในอีกว่าผู้ใด หน่วยงาน ใดเป็นคนคิดริเริ่มและเริ่มต้นเป็นผู้เสนอให้มีการจัดซื้อจัดหาจีที 200 มาใช้ ต่อไปจะได้ไม่ถูกหลอก ได้อีก ทำให้เราต้องเสียค่าโง่อีกในอนาคตข้างหน้า ต้องถือเป็นบทเรียนราคาแพงของคนไทย น่าเจ็บใจที่ซื้อของมาแล้วใช้ไม่ได้

“บิ๊กตู่” สวดมนต์ส่งท้ายพุทธคยา

สำหรับภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ในการเยือนสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการ วันที่ 18 มิ.ย. เวลา 08.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) นายกฯพร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยาและคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานกองทัพปาลาม กรุงนิวเดลี ไปยังเมืองพุทธคยา รัฐพิหาร สักการะและเปลี่ยนผ้าห่มพระพุทธเมตตา ภายในพระเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ วัดมหาโพธิ์พุทธคยา โดยพระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูต สายอินเดีย-เนปาล ได้นำไปยังบริเวณต้นศรีมหาโพธิ์ เพื่อเป็นประธานพิธีสวดมนต์และเจริญจิตภาวนาใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระ พุทธเจ้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระ นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 โดยนายกฯและคณะ สวมเสื้อสีเหลืองและสีฟ้า

จากนั้นนายกฯและคณะเดินทางต่อไปที่วัดไทยพุทธคยา เพื่อรดน้ำต้นโพธิ์ ที่สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกเมื่อปี 2530 ก่อนถวายจตุปัจจัยไทยธรรมและภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 9 รูป และประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ประตูใหญ่หน้าพระอุโบสถ และเยี่ยมชมโรงพยาบาลพระพุทธเจ้า จากนั้นเวลา 12.25 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) นายกฯและคณะ เดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติคยา เดินทางกลับประเทศไทยโดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ เที่ยวบินพิเศษที่ RTF 225

อธิษฐานให้ประเทศพ้นยากลำบาก

ต่อมาเวลา 17.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ ภายหลังกลับจากการเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการว่า ผลที่น่าพอใจระลึกความสัมพันธ์ที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน 70 ปี ในฐานะมีอารยธรรมร่วมกัน ได้มีโอกาสไปที่วัดมหาโพธิ์พุทธคยากราบพระพุทธรูป และสวดมนต์อยู่ใต้เจดีย์พุทธคยา เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และได้ตั้งจิตอธิษฐานให้ประเทศไทยปลอดภัย ส่วนตัวเองขอให้มีสุขภาพแข็งแรง และขอให้ประเทศไทยผ่านความยากลำบากไปให้ได้ ขณะที่ปัญหาความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เดือนหน้าได้ข้อยุติบางประเด็น

นายกฯฮึ่มห้าม นปช.เปิดศูนย์ปราบโกง สั่ง “บิ๊กป้อม-คสช.” จับหมดพวกดื้อแพ่งฝืนคำสั่ง คสช.ชุมนุมเกิน 5 คน เมินร้องยูเอ็นร่วมวงสังเกตการณ์ ฉะทำลายประเทศยังไม่พอดึงคนอื่นมาขย่ม เล็งฟันดะคนโพสต์-ใส่เสื้อไม่รับรธน. ... 19 มิ.ย. 2559 05:06 ไทยรัฐ