วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตั้งเป้าพุ่งชนจนสำเร็จ! เส้นทางก่อนเป็น ว่าที่ทหารอากาศ อายุน้อยที่สุด

“แค่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอากาศ ก็ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิตแล้ว” 

...นางสาวมนสินี ชูสุวรรณ...

ความสำเร็จในชีวิตของคุณคืออะไร...? คำถามง่ายๆ แต่ทำไมถึงตอบยากซะเหลือเกิน แม้จะทำงานมานานเป็นสิบๆ ปีแล้ว ก็ยังไม่อาจตอบได้ด้วยซ้ำว่า ที่สุดแล้วชีวิตเราต้องการอะไร เป้าหมายสูงสุดอยู่ตรงไหน และมาถึงจุดนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วหรือยัง...? 

แต่สำหรับสาวน้อยวัย 19 ปี ผู้มีความฝัน ความมุ่งมั่น ความพยายาม และเป้าหมายที่แน่วแน่ วันนี้เธอทำความฝันเป็นจริง ฝ่าฟันจนสามารถเป็น 1 ใน 64 คน ที่ผ่านการคัดเลือกบรรจุเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร ที่อายุน้อยที่สุด... วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงไม่พลาดที่จะคว้าตัวสาวน้อยคนเก่งคนนี้มาร่วมสนทนาเปิดใจ ไว้เป็นเรื่องราวดีๆ ในวันหยุดนี้...

คุณตาทหารเก่าเป็นต้นแบบ แรงกระตุ้นหลัก อยากสานฝัน 

นางสาวมนสินี ชูสุวรรณ หรือ ป๊อบ สาวน้อยวัย 19 ปี เติบโตมาจาก จ.นครศรีธรรมราช เธอเล่าถึงแรงบันดาลใจในการเข้ามาเป็นข้าราชการทหารอากาศว่า ด้วยความที่เติบโตมากับคุณแม่ คุณตา และคุณยาย ทำให้สนิทสนมกับคุณตาคุณยายเป็นพิเศษ ซึ่งคุณตา ท่านเคยเป็นทหารเก่า ก็มักจะเล่าถึงประสบการณ์การเป็นทหารให้ฟังอยู่บ่อยๆ หนึ่งในนั้นคือการเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพไทยไปรบที่สงครามเกาหลี ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจให้กับวงศ์ตระกูล และนั่นคือแรงบันดาลใจแรกที่ทำให้รู้สึกว่าอยากเป็นทหารแบบคุณตา รวมถึงมีโอกาสได้นั่งเครื่องบิน ที่กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี ครั้งแรกในงานวันเด็ก ตอนนั้นรู้สึกชอบและประทับใจมาก เพราะรู้สึกว่าเท่ จนคุณแม่ต้องพาไปนั่งเครื่องบินทุกปี จนกลายเป็นความฝันมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาว่า โตขึ้นจะเป็น ‘ทหารอากาศ’ ให้ได้...

ตอนเด็กๆ คำถามยอดฮิตที่ผู้ใหญ่ หรือครู มักจะถามคือ โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร? เด็กหลายๆ คน ก็อาจจะเปลี่ยนคำตอบไปเรื่อยๆ ตามช่วงวัยที่โตขึ้น พบเจออะไรมาก็อยากเป็นไปซะหมด แต่นั่นไม่ใช่สาวน้อยคนนี้ นางสาวมนสินี เล่าว่า ตั้งแต่เด็กจนโต ทุกครั้งที่ต้องตอบคำถามผู้ใหญ่หรือครู จำได้เลยว่า คำตอบเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยก็คือ “หนูอยากเป็นทหารอากาศ” ...

ความฝัน ต้องไม่ใช่แค่ฝัน ตั้งเป้า เดินหน้าทำฝันให้เป็นจริง!

จากความฝันในวัยเด็ก จนกระทั่งเรียนจบ ม.3 เป็นช่วงที่ทุกคนจะต้องคิดแล้วว่า จะเอายังไงกับชีวิต จะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา หรือเดินหน้าไปทางไหน ถ้าเป็นเพื่อนๆ ผู้ชายก็อาจจะไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร แต่สำหรับเรา เป็นผู้หญิง อยากเป็นทหารอากาศ ต้องทำอย่างไร? ตอนนั้นก็เริ่มเสิร์ชหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตว่า จะเป็นทหารอากาศได้ต้องสอบอะไร เตรียมตัวอย่างไร กระทั่งเปิดเจอเว็บไซต์ของกองทัพอากาศที่มีการประกาศรับสมัครสอบเข้าเป็นข้าราชการของกองทัพอากาศประจำปี เราก็เข้าไปอ่านว่าแต่ละปีเปิดสอบสาขาอะไรบ้าง ซึ่งสาขาที่สนใจที่สุดก็คือ สาขาวิชารัฐศาสตร์ แต่ที่ติดอยู่ก็คือ ถ้าจะบรรจุเป็นข้าราชการชั้นสัญญาบัตรได้ก็ต้องมีวุฒิปริญญาตรีก่อน 

หลังจากศึกษาข้อมูลเบื้องต้นแล้ว จึงตัดสินใจไปคุยกับคุณแม่ว่า อยากสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการของกองทัพอากาศ คุณแม่ซึ่งเป็นศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็แนะนำว่า ม.รามฯ มีการเรียนระบบพรีดีกรี ที่สามารถเก็บสะสมหน่วยกิตล่วงหน้าได้ ซึ่งเราสามารถเรียนควบคู่ไปกับ ม.ปลายได้ ทำให้เราสนใจ และตัดสินใจเลือกเรียน ตั้งแต่นั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการสานฝัน...

“ด้วยความโชคดีที่เป็นคนรู้ตัวเร็วว่าชอบอะไร อยากเป็นอะไร ทำให้ประกอบการตัดสินใจเลือกได้เร็ว ซึ่งส่วนตัวเป็นคนชอบเรียนวิชาสังคม ประวัติศาสตร์ และข่าวสารการปกครองเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นจึงเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อใช้ในการต่อยอดเลือกตำแหน่งในสาขาวิชารัฐศาสตร์ได้” สาวน้อยวัย 19 เล่าพร้อมรอยยิ้ม

ตัดสินใจเรียนควบ เร่งคว้าวุฒิปริญญา เตรียมสอบบรรจุชั้นสัญญาบัตร

มาถึงจุดนี้ ผู้สื่อข่าวจึงถามถึงเหตุผลว่า ทำไมถึงต้องการสอบบรรจุเป็นข้าราชการทหารอากาศเร็ว? นางสาวมนสินี ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ด้วยความที่เติบโตมากับคุณแม่ ท่านเป็นซิงเกิลมัม เรามีกันอยู่สองคนแม่ลูก ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไรก็จะไปด้วยกัน ซึ่งเรารู้สึกว่าอยากช่วยแบ่งเบาภาระและประหยัดค่าใช้จ่ายเท่าที่จะทำได้ ฉะนั้น การตัดสินใจเลือกเรียนควบคู่ทั้ง ม.ปลายและมหาวิทยาลัยไปพร้อมกัน น่าจะช่วยย่นระยะเวลาให้เราได้มีโอกาสเข้าสู่สนามสอบข้าราชการทหารอากาศได้เร็วขึ้น บวกกับด้วยความที่เรามีเป้าหมายชัดเจนแต่แรก รู้ตัวเร็วว่าเราชอบอะไร อยากเป็นอะไร ยิ่งเป็นเหตุผลให้ตัดสินใจเดินควบคู่กันไป โดยไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่เราจะทำได้ และคุณแม่ก็ให้อิสระกับเรา ถ้าเราชอบ ท่านก็จะคอยสนับสนุน ส่งเสริม และผลักดันอย่างเต็มที่

นางสาวมนสินี เล่าต่อว่า ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจเลือกเรียนควบทั้งระดับ ม.ปลายและมหาวิทยาลัยไปพร้อมกันแล้ว เราก็เริ่มศึกษาหาหนังสืออ่านทุกวัน ในแต่ละวันก็จะแบ่งเวลาให้กับการเรียนที่โรงเรียนเป็นหลัก วันไหนมีการบ้านก็ต้องรีบทำให้เสร็จก่อน จึงจะแบ่งเวลามาอ่านเตรียมสอบของมหาวิทยาลัย และเตรียมสอบของทหารอากาศ ซึ่งจะให้เวลากับการอ่านหนังสือวันละ 2-3 ชั่วโมง แต่ถ้าวันไหนที่การบ้านเยอะจริงๆ ก็อาจจะต้องสละบางอย่าง แต่ก็พยายามอ่านทุกวัน วันละครึ่งชั่วโมงก็อ่าน”

จากวันนั้นเป็นต้นมา ก็ตั้งใจเรียนมาโดยตลอด กระทั่งจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนวิทย์-คณิต จากโรงเรียนวัดราชโอรส ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.59 และสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี เมื่อปีการศึกษา 2558 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เกรดเฉลี่ย 3.60 และกำลังจะรับปริญญาในปี 2560 ที่กำลังจะถึงนี้...

ที่สุดฝันเป็นจริง! สอบติดข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร

ด้วยความขยัน พยายาม และมุ่งมั่นทำตามฝัน จนถึงวันที่รอคอย เธอใช้ความรู้ความสามารถจากที่พร่ำเรียนมา ประกอบกับการอ่านหนังสือสะสมมานานกว่า 3 ปีครึ่ง เธอเข้าสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นราชการในกองทัพอากาศ เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา กระทั่ง วันที่ 18 เมษายน 2559 วันที่มีความหมายที่สุดในชีวิต สาวน้อยเล่าด้วยแววตาอันภาคภูมิใจว่า “คืนนั้นนั่งรีเฟรชหน้าเว็บไซต์ทั้งคืน จนเวลา 02.00 น. เว็บไซต์ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก เราเลื่อนเมาส์ลงมาเรื่อยๆ ตำแหน่งที่สมัครในสาขาวิชารัฐศาสตร์ ปรากฏชื่อ นางสาวมนสินี ชูสุวรรณ ซึ่งติด 1ใน 22 คน จากทั้งหมดประมาณ 5,000 คน ในสาขานี้ วินาทีที่เห็นชื่อตัวเอง มือไม้สั่นแบบไม่รู้ตัว น้ำตาไหลออกมาด้วยความดีใจและภูมิใจที่สุดในชีวิต ตอนนั้นตั้งสติได้รีบวิ่งไปปลุกแม่ตอนตีสอง และบอกกับแม่ว่า หนูทำได้แล้ว หนูสอบติดแล้ว เรารับรู้ได้ถึงความตื้นตันใจในแววตาคู่นั้นของแม่ พร้อมพูดกับเราว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น...”

ผู้สื่อข่าวเองที่นั่งฟังอยู่ยังรู้สึกถึงความตื้นตันใจและชื่นชมในความมุ่งมั่นของสาวน้อยคนนี้ตลอดการสัมภาษณ์... น้องป๊อบ มนสินี เล่าต่อว่า หลังจากประกาศรายชื่อรอบแรก 22 คน ที่ผ่านการสอบข้อเขียนทางวิชาการไปแล้วนั้น ขั้นตอนต่อไปเข้าสู่กระบวนการยื่นเอกสารทรานสคริป วุฒิการศึกษาปริญญาตรี และนัดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ตั้งแต่การทดสอบวิ่งระยะทาง 2.4 กิโลเมตร ต้องทำเวลาไม่เกิน 15.17 นาที การทดสอบการดันพื้น และลุกนั่ง จากนั้นจึงเรียกไปสอบสัมภาษณ์ และประกาศคัดเลือกเหลือเพียง 5 คน ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในนั้น...

“สำหรับการเตรียมตัวก่อนเข้าสอบ นอกจากการอ่านหนังสือสะสมความรู้มาตั้งแต่ ม. 3 แล้ว อีกอย่างที่สำคัญคือ การเตรียมความพร้อมทางด้านสมรรถภาพทางร่างกาย ซึ่งเพิ่งมาจริงจังก็ตอนจบปริญญาตรี กลางวันจะชอบอ่านหนังสืออยู่ห้องสมุดประชาชน ส่วนช่วงเช้าและเย็น ก็จะออกไปวิ่งทุกวัน เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่สุด เมื่อถึงวันสอบสมรรถภาพจึงสามารถผ่านมาได้ไม่ยาก”

มุ่งมั่นมา กว่า 3 ปีครึ่ง เพื่อวันนี้! ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิต!

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การสอบเข้าเป็นข้าราชการ แน่นอนว่าต้องแข่งขันกับคนเป็นหมื่นเป็นพันจากทั่วประเทศ ด้วยอัตราแต่ละตำแหน่งที่เปิดรับซึ่งถือว่าน้อยมาก ฉะนั้นโอกาสที่จะสอบได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เคยท้อหรือละความพยายามบ้างหรือไม่? นางสาวมนสินี กล่าวว่า “สำหรับเรา มองว่า อันดับแรกต้องเชื่อและศรัทธาในองค์กรที่จะเข้าไปสอบก่อน ถ้าเรามีความสามารถ องค์กรก็พร้อมที่จะเปิดรับคนที่มีความสามารถอยู่แล้ว เราแค่เตรียมความพร้อมให้ดีที่สุดก็พอ”

ด้วยความฝัน แรงบันดาลใจ และความขยัน ทำให้สาวน้อยคนนี้เอาชนะทุกอย่างมาได้สมดั่งใจหมาย... ฉะนั้นมาถึงวันนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วหรือไม่? ว่าที่เรืออากาศตรีหญิง วัย 19 ปีคนนี้ ตอบด้วยแววตาอย่างภาคภูมิใจว่า “สำหรับชีวิตหนู การที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอากาศ นั่นก็ถือว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิตแล้ว ฉะนั้นจะเรียกว่าประสบความสำเร็จในชีวิตเลยก็ได้ เพราะสิ่งที่เรามุ่งมั่นและทำมาโดยตลอด 3 ปีครึ่ง ก็เพื่อต้องการสอบบรรจุเข้ารับราชการทหารอากาศให้ได้ และวันนี้เราก็ทำได้แล้ว...”

นางสาวมนสินี กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ก็ต้องรอประกาศต้นสังกัดและตำแหน่ง ในวันที่ 25 สิงหาคม 2559 ที่จะถึง ว่าจะได้เป็นตำแหน่ง นายทหารวิเคราะห์และประเมินการสรรหา นายทหารหลักฐานแบบธรรมเนียม นายทหารประเมินผล นายทหารแผน หรือ นายทหารข่าวกรองทำเนียบกำลังรบ อย่างไรก็ตาม จะเริ่มเข้าเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตรหญิงเต็มตัวในเดือนธันวาคมนี้ เมื่อเข้าไปแล้ว ทางต้นสังกัดจะส่งไปเรียนที่โรงเรียนนายทหารชั้นผู้บังคับหมวด เป็นระยะเวลา 3 เดือน จึงจะได้ยศเป็น ‘เรืออากาศตรีหญิง’ 

นอกจากคุณแม่ และครอบครัวแล้ว สาวน้อยคนนี้ยังพูดถึงไอดอลที่เป็นแรงบันดาลใจอีกท่านว่า ทุกครั้งที่เหนื่อยและท้อ ก็นึกถึงคำพูดของ อ.สิริพิชญ์ สินมา หรือ อ.พิงค์ ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ที่เคยเรียนในระบบพรีดีกรี และประสบความสำเร็จในการสอบเนติบัณฑิตยสภา และเป็นผู้พิพากษา ท่านเคยพูดไว้ว่า “ถ้าเรารู้สึกท้อ รู้สึกเหนื่อย ให้จินตนาการว่า เรากำลังแต่งเครื่องแบบขาวข้าราชการ แล้ววันนั้นคงเป็นวันที่พ่อแม่ภาคภูมิใจในตัวเราที่สุด ก็จะทำให้เรามีแรงฮึดสู้” 

“ดังนั้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเราก็มาจากการกำหนดของตัวเราทั้งสิ้น เราเหนื่อยวันนี้ ก็สบายในวันหน้า ทุกอย่างก็ล้วนมาจากความพยายามทั้งนั้น คงไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ โดยเฉพาะความฝันและความมั่นคงในชีวิตของเราเอง” ว่าที่เรืออากาศตรีหญิง วัย 19 ปี กล่าวทิ้งท้าย.

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

ขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Monsinee Choosuwan

สาวน้อยวัย 19 ปี ผู้มีความฝัน ความมุ่งมั่น ความพยายาม และเป้าหมายที่แน่วแน่ วันนี้เธอทำความฝันเป็นจริง ฝ่าฟันจนสามารถเป็น 1 ใน 64 คน ที่ผ่านการคัดเลือกบรรจุเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร ที่อายุน้อยที่สุด 18 มิ.ย. 2559 15:59 19 มิ.ย. 2559 11:17 ไทยรัฐ