วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พท.จี้ คสช.-รบ.สอบจีที 200 จี้ทวงเงินคืน กระทุ้งคนจัดซื้อรับผิดชอบ

เพื่อไทย ทวงเงินคืน GT200 แนะฟ้องศาลเรียกเงินจากบริษัทตัวแทนจำหน่าย จี้เร่งตรวจสอบผู้ริเริ่มจัดซื้อ ป้องเสียค่าโง่ซ้ำซาก

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.59 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลโอลด์ เบลีย์ ประเทศอังกฤษ ได้มีคำตัดสินให้ยึดทรัพย์ผู้ผลิตเครื่องตรวจวัตถุระเบิดปลอมจีที 200 กว่า 375 ล้านบาท ว่าถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่หน่วยงานราชการของไทย ไปจัดซื้อจัดจ้างเครื่องตรวจวัตถุระเบิดปลอมจีที 200 นับพันล้านบาท สังคมตั้งคำถามว่า หน่วยงานราชการที่ไปจัดซื้อจัดจ้างมีนักวิทยาศาสตร์เต็มไปหมด ทำไมปล่อยให้ประเทศเสียหาย ตกเป็นเหยื่อมหากาพย์ลวงโลก บรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เคยออกมาการันตี จีที200 จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร คสช.และรัฐบาลควรจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบว่า มีกี่หน่วยงานที่ซื้อเครื่องตรวจระเบิดเก๊นี้ ซื้อไปกี่เครื่อง ราคาจัดซื้อจัดจ้างแต่ละหน่วยงาน แต่ละครั้งแตกต่างกันอย่างไร หน่วยงานใดซื้อราคาสูงสุด มีไว้ในครอบครองมากที่สุด ต้นทุนประกอบต่อเครื่องแค่ 14 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 700 บาท แต่นำมาขายราคาเครื่องละหลายแสนบาท มูลค่าความเสียหายรวมทั้งหมดรวมเป็นเท่าไร

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ต้องสอบว่าบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันการจัดซื้อเครื่องดังกล่าวอยู่ในคสช.หรือรัฐบาลนี้หรือไม่ ถ้ามีจะรับผิดชอบกับความเสียหายครั้งนี้อย่างไร ไม่ฉุกคิดกันเลยหรือว่า มันใช้ไม่ได้จริง หรือรู้แต่ดันทุรังซื้อเพื่อแลกกับผลประโยชน์หรือไม่ น่าเศร้าใจที่ทหารตำรวจและประชาชนต้องสังเวยชีวิตให้กับจีที 200 การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องที่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนทั้งในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีความคืบหน้าอย่างไร คสช.และรัฐบาลต้องส่งสัญญาณในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ต้องเร่งทำเรื่องนี้ให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน

ด้าน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่าหลังจากศาลอังกฤษได้ยึดทรัพย์ผู้จำหน่ายเครื่องตรวจจับระเบิดจีที 200 เพื่อนำเงินมาใช้คืนแก่ผู้ซื้อไปนั้น ประเทศไทยก็เป็นลูกค้ารายหนึ่ง ก็ขอให้รีบทำเรื่องไปขอเงินคืนได้เลยโดยไม่ต้องมัวแต่ชักช้า จะทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ เพราะไทยเราก็จัดซื้อมาไว้คิดเป็นเงินก็เป็นพันล้าน แต่ศาลยึดทรัพย์มาได้แค่เพียง 300 กว่าล้านเท่านั้น ก็คงจะไม่พอแบ่งคืนให้เราได้ครบถ้วนเป็นแน่แท้ แต่ก็ยังดีกว่าเราไม่ได้อะไรคืนมาเลย ถึงกระนั้นก็ดีเราคงยังสามารถที่จะฟ้องร้องในชั้นศาลของไทย เพื่อเรียกเอาเงินคืนจากบริษัทตัวแทนจำหน่าย ในประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตามที่สำคัญที่สุดก็คือการที่ศาลอังกฤษพิพากษาเช่นนี้ก็เท่ากับเป็นการยืนยันแล้วว่าอุปกรณ์นี้ใช้ไม่ได้ แล้วเราก็ควรที่จะหยิบยกเรื่องนี้ให้ศาลไทยได้พิจารณาโดยเร็ว จากนั้นค่อยกลับมาตรวจสอบกันภายในอีกว่าผู้ใด หน่วยงานใด เป็นคนคิดริเริ่มและเริ่มต้นเป็นผู้เสนอให้มีการจัดซื้อ จะได้ไม่ถูกหลอกได้อีก ทำให้ต้องเสียหายค่าโง่อีกในอนาคตข้างหน้า และก็ต้องถือว่าเรื่องนี้เป็นบทเรียนราคาแพงของคนไทย และน่าเจ็บใจที่ซื้อของมาแล้วใช้ไม่ได้ และเป็นเงินภาษีอากรจากประชาชนคนไทยทุกคน

เพื่อไทย ทวงเงินคืน GT200 แนะฟ้องศาลเรียกเงินจากบริษัทตัวแทนจำหน่าย จี้ เร่งตรวจสอบผู้ริเริ่มจัดซื้อ ป้องเสียค่าโง่ซ้ำซาก 18 มิ.ย. 2559 14:12 ไทยรัฐ