วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำไงดีถ้ามีแฟนเป็นลูกแหง่ไม่รู้จักโต

โดย เมอร์ลิน

โลกนี้มีข้อมูลใหม่ๆ ให้พวกเราต้องตามอัพเดตกันอยู่เสมอ เมื่อไม่นานมานี้ ทางวีโอเอ หรือที่ใครๆรู้จักในชื่อ วอยซ์ ออฟ อเมริกา สื่อสร้างสรรค์ส่งตรงจากสหรัฐฯ แจ้งว่า ผลสำรวจที่ค้นพบเกี่ยวกับวัยรุ่นและพ่อแม่ชาวอเมริกัน ปรากฏว่า คนอเมริกันสมัยนี้ไม่กระตือรือร้นที่จะย้ายออกจากบ้าน และแต่งงานช้ากว่าแต่ก่อน คนรุ่นนี้มักเรียกกันว่า รุ่นสหัสวรรษ (millennials) ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 18-34 ปี

กลายเป็นว่า คนเหล่านี้เกือบ 1 ใน 3 ยังอาศัยอยู่กับบิดา-มารดาที่บ้าน

ขณะเดียวกัน อายุของผู้ที่แต่งงานครั้งแรกเพิ่มสูงขึ้นด้วย ทั้งนี้ นสพ.เดอะ นิวยอร์ก ไทม์รายงานว่า อายุของหญิงหรือชายที่จะตัดสินใจเข้าสู่ประตูวิวาห์ หากเป็นเมื่อปี ค.ศ.1960 (พ.ศ. 2503) เฉลี่ยแล้วผู้หญิงแต่งงานครั้งแรกอายุราว 20 ปี ส่วนชายจะแต่งงานเมื่ออายุประมาณ 22 ปี

แต่เมื่อเวลาผ่านไป มาสำรวจอีกครั้งเมื่อปี 2014 (2557) อายุการแต่งงานของฝ่ายหญิงเพิ่มเป็น 27 ปีแล้วค่อยวิวาห์ยังทัน ขณะที่ผู้ชายก็เขยิบไปอีก 2 ปี คือเฉลี่ยแต่งงานที่อายุ 29 ปี

นักวิเคราะห์บอกด้วยว่า เกือบ 1 ใน 4 ของคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยแต่งงานด้วยซ้ำไป แนวโน้มจึงอยู่บ้านกับพ่อแม่ต่อไป และผู้ชายจะเกาะอยู่กับพ่อแม่มากกว่าผู้หญิงซะด้วย เอ๊ะมีลูกชายหรือลูกสาวดีกว่ากันน้า

ก่อนหน้านี้ มีหนังเรื่องนึงสะท้อนสังคมอเมริกันเรื่อง Failure to Launch หรือ จัดฉากรัก กำจัดลูกแหง่ เป็นเรื่องของหนุ่มหล่อหน้าตาดีวัย 35 ที่ยังอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ ทั้งๆที่โตเป็นควาย เอ้ย โตจนสามารถปลีกตัวไปมีครอบครัวและแยกบ้านไปอยู่ตามลำพังได้แล้ว แต่กลับอยากอยู่กับพ่อแม่มากกว่า

ทำไมน่ะเหรอ? เพราะอยู่กับพ่อแม่แล้วสะดวกสบาย ไง แม่คอยทำอาหารให้แถมซักผ้าและเก็บกวาดห้องให้ด้วย ดีอย่างนี้แล้วพระเอกจะแยกออกไปทำไม? บ้านก็ไม่ต้องเช่า, ข้าวปลาอาหารไม่ต้องห่วง

แต่พ่อแม่ไม่ได้รู้สึกดีด้วย เพราะรู้สึกว่า ลูกชายขาดความรับผิดชอบไปป่าว?

ที่เล่าให้ฟังข้างต้นทำให้คิดได้หลายอย่าง หากเป็นบ้านเรา พ่อแม่คงอยากให้ลูกอยู่ด้วย โดยเฉพาะลูกผู้หญิงย่อมห่วงเป็นพิเศษ แต่สังคมตะวันตกก็จะอีกแบบ จริงๆพ่อแม่ไม่ว่าชาติไหนก็ไม่อยากผลักไสไล่ส่งลูกหรอก มีแต่ลูกอยากออกไปผจญภัยในโลกใบใหญ่นี้เองเมื่อถึงเวลาสมควร

ทีนี้คำถามมีอยู่ว่า ถ้าคุณชอบใครสักคน แล้วมารู้ว่าเขาหรือเธอเป็นลูกแหง่ ติดพ่อแม่ (หรืออาจไม่ใช่ลูกแหง่ แต่ยังอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ ซึ่งถ้าเป็นผู้หญิงหากอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ก็ไม่แปลกถือว่าดีซะด้วยซ้ำ) งั้นสมมติว่า คุณเป็นหญิงแล้วไปชอบกับหนุ่มที่เหมือนเด็กไม่รู้จักโต มีพ่อแม่คอยคุม และความคิดของบุพการีของเขามีอิทธิพลต่อเขามากซะด้วย ฟังดูคล้ายฝ่ายหญิงจะลำบากเนอะงานนี้

แต่ใช่ว่า พ่อแม่พอเห็นลูกชายมีแฟนแล้วจะเข้ามายุ่มย่ามอะไรมากเหมือนสมัยก่อนได้ที่ไหน เพราะอย่างที่บอก พ่อแม่มักเข้าใจแหละว่า ถึงอย่างไรลูกย่อมมีชีวิตที่เป็นของเขาเอง อย่าไปคิดว่า ชีวิตในละครประเภทแม่ผัวกับลูกสะใภ้ไม่ถูกกันจะเกิดขึ้นเสมอไป

ดังนั้น อย่าตีตนก่อนไข้ หากมีหนุ่มที่ยังอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่มาจีบคุณ ควรเปิดโอกาสให้ตัวเองได้รู้จักกับคนใหม่ๆ แล้วค่อยศึกษากันไป หากเขามีพฤติกรรมเป็นเด็กไม่ยอมโตหรือเป็นลูกแหง่จริง ค่อยตัดสินใจอีกทีก็ได้ว่า จะเดินหน้าต่อหรือจะถอยหลังกลับ?

หากตัดใจถอยหลังก็จบกัน แต่ถ้าจะจับมือกันเดินหน้าต่อไป เห็นทีคุณผู้หญิงคงต้องทำให้เขา สลัดความเป็นลูกแหง่ไปให้ได้ ด้วยการ

1.สนับสนุนให้เขามีความมั่นใจในตัวเองสิฮ้า

ถ้าเขาเป็นลูกแหง่เต็มขั้น คงยากหน่อยที่จะทำให้เขาเดินออกมาจากพื้นที่ที่เขารู้สึกปลอดภัย (comfort zone) เพราะเขาคงไม่อยากเสี่ยง แต่ไม่แน่ หากเขาเจอคนรัก เขาอาจอยากเปลี่ยนตัวเองใหม่ก็ได้ เพราะเขามีแรงผลักดันให้ต้องก้าวออกมาแล้วไง ขณะเดียวกันคุณก็ควรสนับสนุนให้เขามีความมั่นใจในตัวเองด้วย ซึ่งยากนิดนึง แต่ถ้าเขารักคุณจริง เชื่อว่าเขาย่อมพร้อมจะเปลี่ยนและพร้อมเสี่ยงมากกว่าไม่ทำอะไรเลย

2.หากเขาขาดความรับผิดชอบ

ตรงนี้ยากที่สุดที่จะเปลี่ยนให้เขามาเป็นคนรู้จักรับผิดชอบ แต่ถ้าคุณยังไม่ล้มเลิกที่จะรักกับเขา ก็ค่อยๆมอบภารกิจบางอย่างลองให้เขารับผิดชอบดูละกัน เริ่มจากเรื่องเล็กๆก่อน ค่อยเป็นค่อยไปนั่นแหละดี

3.ตกลงกับเขาว่า ควรให้เวลากับคุณพอๆกับที่เขาให้กับครอบครัวของเขา

ทั้งคู่จะได้มีเวลาส่วนตัวที่จะกุ๊กกิ๊กจุ๊กจิ๊กและพูดคุยที่ไม่ต้องทำต่อหน้าพ่อแม่เขา

4.ถ้าที่บอกมามันยากสำหรับเขามากนัก ก็ปล่อยเขาไปเถอะ เท่ากับปล่อยตัวเราเองด้วย.


เมอร์ลิน

18 มิ.ย. 2559 10:33 ไทยรัฐ