วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปมขายที่ดินมรดกเลือดพ่อจ้างอดีตทหารอุ้มฆ่าลูก

ปิดคดีอุ้มฆ่า นายภาสพล รัตนยาธิคุณ อายุ 48 ปี อดีตหนุ่มนักเรียนนอก และเจ้าของธุรกิจหลายด้านที่ถูกยิงเสียชีวิตในร่องน้ำข้างไหล่ทางถนนถีนานนท์ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 102-103 บนเทือกเขาภูพาน ทางโค้งก่อนเข้าผาเสวย ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 1 พ.ค.2559

เป็นการอุ้มเหยื่อพามายิงทิ้งชัดๆ

ชุดสืบสวน พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จ.กาฬสินธุ์ ได้หลักฐานในตัวผู้เสียชีวิต เป็นบัตรเอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย ชื่อ น.ส.โสรญา สิงห์กวาง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเดียวกับผู้ตาย คาดว่าคนร้ายลืมเก็บไปด้วย เป็นกุญแจสำคัญไขปริศนาคดีฆาตกรรม

ชุดสืบสวนใช้เวลาไม่นานสืบสวนทางลึก ปมอุ้มฆ่าด็อกเตอร์หนุ่มเจ้าของธุรกิจ มีปัญหาขัดแย้งพ่อของผู้ตาย เรื่องซื้อขายที่ดินมรดกมูลค่า 100 ล้าน ซึ่งผู้ตายเป็นนายหน้าขายไป 115 ล้าน แต่มีเงินหายไป 15 ล้าน ตำรวจเชื่อว่า เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง มี “คนมีสี” รับงานทีมอุ้มสังหารเหยื่อ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เข้ามารับผิดชอบใกล้ชิด เร่งรัด คลี่คลายคดี ให้ได้ตัวผู้ต้องหา ไม่ว่ามีใครเกี่ยวข้อง ทำให้ชุดสืบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมก่อนขออนุมัติจับกุมผู้ต้องหา

จนได้พยานปากสำคัญให้การว่า นายภาสพลมีปากเสียงรุนแรงกับนายวิรัช หรือกองที่เป็นพ่อหลายครั้ง เรื่องทวง ค่านายหน้าขายที่ดินมรดกของครอบครัวที่หายไปกว่า 15 ล้านบาท

ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ได้นัดเจรจากันที่โรงพิมพ์ของพ่อผู้ตาย จนเกิดปากเสียงรุนแรง ผู้ตายใช้ปืนทุบโต๊ะข่มขู่ ฝ่ายพ่อใช้ปืนทุบโต๊ะตอบโต้กลับไป และมีการพูดคุยกันอีก แต่ต่างคนต่างไม่ยอมกัน

ผู้ตายข่มขู่ฆ่าพ่อ หากไม่ได้เงินค่านายหน้าขายที่ดิน ผู้ตายหาซื้อปืนพกสั้นไว้ในบ้านและติดตัว 2 กระบอก ส่วนนายกอง ผู้เป็นพ่อพกปืนติดตัว 1 กระบอก ต่างคนต่างไม่ไว้ใจกัน

พ่อหวาดระแวงกลัวลูกลงมือก่อน เป็นที่มาการจ้างวานคนรู้จักติดต่อหาทีมสังหารที่มีอดีตนายทหารยศ พ.อ.และ ร.อ.มารับงานอุ้มฆ่าลูก ในวันที่ 28 เม.ย.2559 ผู้ตายเดินทางไปที่สำนักงานที่ดินเขตห้วยขวางเพื่อขายที่ดิน 100 ล้าน ต่อมาข้ามคืนเดียวกัน พบภาพจากกล้องวงจรปิด มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 5-6 คน บางคนแต่งเครื่องแบบทหาร ท่าทีรู้จักกับผู้ตายมาอุ้มหายไปจากโรงพิมพ์ที่ กทม.

พยานที่อยู่ในทีมอุ้มเหยื่อยืนยันว่า หนึ่งในคนร้ายแต่งกายคล้ายทหารเต็มยศ พาผู้ตายไปที่บ้าน เพื่อค้นหาปืน แต่ผู้ตายไหวตัวทันให้แฟนนำไปซ่อนที่อื่น และทีมอุ้มบอกผู้ตายว่า จะพาไปค่ายทหารที่ปราจีนบุรี เพื่อเอาไปปรับทัศนคติโดยใช้เส้นทาง จ.ฉะเชิงเทรา เข้าพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง

เมื่อมาถึง จ.ฉะเชิงเทรา พบภาพจากกล้องวงจรปิดตู้เอทีเอ็มธนาคารทหารไทย สาขาสุขประยูร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา คนร้ายใช้บัตรเอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทยชื่อ น.ส.โสรญา มากดเงิน

ขณะเดินทางไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหัวหน้า ทีมอุ้มพูดคุยโทรศัพท์กับนายกองพ่อของเหยื่อทำให้ท่าทีเปลี่ยนไป ทีมสังหารบางคนเห็นท่าไม่ดี ขอแยกตัวออกมาก่อน ทีมสังหารนำเหยื่อขึ้นรถวิ่งไปทางถนนมิตรภาพ ผ่าน จ.นครราชสีมา

จนมาถึง “ผาเสวย” เป็นจุดที่สังหารเหยื่อ ช่วงที่ลงไปปัสสาวะข้างทาง คนร้ายใช้ปืนยิงที่ท้ายทอยของผู้ตายเสียชีวิตแล้วใช้เท้าถีบศพลงไปในร่องน้ำลึกแล้วแยกย้ายกันหลบหนี

มีพยานหลักฐานโยงตัวละครพ่อ ทหาร ทีมสังหาร นำไปสู่หมายจับทีมอุ้มฆ่ายกทีมตำรวจขออนุมัติหมายจับกุมตัว นายวิรัช หรือกอง รัตนยาธิคุณ อายุ 75 ปี พ่อของนายภาสพล ผู้ตายในข้อหา “จ้างวานฆ่า” นายกองรับ สารภาพว่า เป็นคนจ้างวานทีมสังหาร แต่อ้างว่าแค่ให้สั่งสอนเท่านั้น ไม่ได้เจตนาให้ถึงตาย คิดค่าจ้างอุ้มเหยื่อ 2 ล้านบาท แต่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อตามนั้น

เพราะพยานที่ให้การถึงที่เลือกจุดสังหารผาเสวย เนื่องจากหนึ่งในทีมสังหารและภรรยาในพื้นที่ มีความชำนาญ จึงเลือกจุดสังหารห่างไกลกว่า 600 กิโลเมตร

ตามมาด้วยจับกุมทีมสังหารที่ชุดสืบสวนตามประกบตั้งแต่แรก 3 คน มี นายสิทธิ์ฐิคมน์ หรือมนูญ ภัทรเมธาพร อายุ 49 ปี อดีตนายทหารยศ พ.อ. นายกิตติภพ หรือเฉลา เครือไย อายุ 54 ปี อดีตนายทหารยศ ร.อ. และ นายชูชัย พิมพ์-พิทักษ์ ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน คือนายนำชัย หรือนุติ บัวพัฒน์ อยู่ระหว่างติดตามตัว

พร้อมของกลางรถเก๋งยี่ห้อนิสสันอัลเมร่า สีแดง ทะเบียน 1 กร 7819 กรุงเทพมหานคร พาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยขณะเกิดเหตุรถเป็นสีขาวแต่หลังเกิดเหตุได้นำไปพ่นสีแดงอำพรางเจ้าหน้าที่

ชุดเครื่องแบบทหารบกติดเครื่องหมายยศ “พันเอก” บัตรประจำตัวข้าราชทหารบกปลอม และบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ปลอม เพื่อใช้ในการอุ้มเหยื่อ

ทีมสังหารรับว่าแต่งกายคล้ายทหารลงมือ เพราะทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อ สะดวกต่อการลงมืออุ้มนายภาสพล และที่เลือกจุดสังหารผาเสวย เพราะเป็นจุดที่มีการอุ้มคนมาฆ่าทิ้งอำพรางคดี

ด้วยพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล วัตถุพยาน และภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่ง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เข้ามากำกับดูแลคดีนี้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ทำให้ชุดสืบสวนกล้ารวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การจับกุมผู้บงการ และทีมสังหารที่มีอดีตนายทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ รอง ผบ.ตร. ย้ำกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “คดีมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนทั้งพยานบุคคล เอกสาร และพยาน-วัตถุ เบื้องต้นทีมสังหารให้การรับสารภาพว่าแต่งกายคล้ายทหารลงมือเพราะทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อและสะดวกต่อการลงมือ ส่วนผู้ใช้จ้างวานก็ขอมอบตัวแล้ว เหลือผู้ต้องหา 1 คนหลบหนี กำลังเร่งจับกุม ประเด็นสาเหตุหลักความขัดแย้งจากการขายที่ดิน คดีนี้ต้องขอขอบคุณและชมเชย ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 จังหวัดกาฬสินธุ์ และ สภ.สมเด็จ ที่สามารถจับกุมคลี่คลายคดีได้อย่างรวดเร็ว”

ตำรวจร่วมกันคลี่คลายคดีสะเทือนขวัญซ่อนเงื่อน เพราะไม่มีใครคาดคิด ความขัดแย้งผลประโยชน์ “ค่านายหน้า” ขายที่ดินมรดกของ ตระกูล “รัตนยาธิคุณ”

กลายเป็นโศกนาฏกรรมพ่อสั่งอุ้มฆ่าลูกจริง...

ทีมข่าวอาชญากรรม

18 มิ.ย. 2559 10:07 18 มิ.ย. 2559 10:13 ไทยรัฐ