วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 19/06/59

โดย สีกาอ่าง

เหรียญหลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา ปราจีนบุรี รุ่น จ.เจริญลาภ 2484 เนื้อทองแดง ของ ทรงธรรม ทรัพย์กาญจนา แฟนทางบ้าน.

ธรรมะสนามพระวิภาวดี วันนี้ จาก พระไพศาล วิสาโล สอนว่า “ขยะเหม็นๆ แต่ถ้าทิ้งที่ต้นไม้ ต้นไม้ก็จะเปลี่ยนให้เป็นปุ๋ย บำรุงให้ผลิดอกออกใบ ฉันใดก็ฉันนั้น เราควรรู้จักเปลี่ยนอุปสรรคยากลำบาก ให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์ เปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา”.....

ต่อเข้าเวทีพระเครื่อง รายการแรก สวยแจ่มระดับ 5 ดาว คือ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ กรุวัดใหม่อมตรส แขวงบางขุนพรหม ของ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา.....

เห็นแล้วดีใจ เพราะนับวัน “พระสมเด็จ” หายากมั่ก ต้องลุ้นกันอาทิตย์ต่ออาทิตย์ ว่ามีเข้าสนามมาซื้อขายหรือไม่ เพราะพระดีพระแท้ ถูกซื้อออกนอกวงการซะมาก ที่มีอยู่ในมือเซียน ก็ตั้งราคาสูงเหมือนไม่อยากขาย.....

พระพิมพ์สังฆาฏิ มีแยกเล่นเป็นพิมพ์ย่อย ได้ถึง 6 พิมพ์ คือ 1.พิมพ์สังฆาฏิ ไม่มีหูแขนกลม-เข่าบาง 2.พิมพ์สังฆาฏิ ไม่มีหูแขนกลมฐานขาสิงห์ 3.พิมพ์สังฆาฏิไม่มีหู ทรงชลูด-เข่าใหญ่ 4.พิมพ์สังฆาฏิไม่มีหู แขนกลม-เข่าหนา 5.พิมพ์สังฆาฏิ “หูโค้ง” 6.พิมพ์สังฆาฏิ หูขนาน--ขอสารภาพ ว่า เขียนหน้าพระมาจะ 20 ปี ยังจำไม่ได้เลย ส่วนองค์ในภาพ เป็นแบบพิมพ์ที่ 4 สภาพสวยสมบูรณ์.....

อีกองค์ก็ระดับให้ดาวทั้ง 5 คือ พระวัดพลับพิมพ์สมาธิ (เข่ากว้าง) กรุวัดราชสิทธาราม หรือวัดพลับ บางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นต้นกำเนิด พระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ ที่มีชื่อเสียง ราคาหลักแสน.....

เพราะมีประวัติความเป็นมาชัดเจน แม้จะมีความเห็นขัดแย้ง เรื่องชื่อผู้สร้าง ที่เดิมเชื่อว่า สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) ทรงสร้างไว้ ครั้งครองตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพลับ.....

ราคาค่าความนิยมในการเล่นหา สูงขึ้นเป็นลำดับ จากแรกเริ่ม ที่พระแตกกรุจากองค์พระเจดีย์ “กรุกระรอกเผือก” เป็นหมื่นองค์ มากมายจนผู้พบแรกๆต้องโกยใส่เสื้อ แล้วขายกันแบบ ตวงด้วยกระป๋องยาเส้น.....

ซึ่งมีการแยกพิมพ์พระ ได้มากกว่า 10 พิมพ์ จำหน่ายเป็นองค์ ตั้งราคาตามขนาดพิมพ์ที่มีมากมีน้อย ทุกพิมพ์เป็นพระเนื้อผงพุทธคุณสีขาวอมเหลือง มีสัณฐานกลมทรงเม็ดบัว ด้านหน้าเป็นองค์พระนั่งปางสมาธิไม่มีฐาน ด้านหลังอูม.....

แยกได้เป็นพิมพ์เล็กสุด หรือ “ไข่จิ้งจก” พิมพ์สมาธิกลาง พิมพ์สมาธิใหญ่ พิมพ์ตุ๊กตาเล็ก กลาง ใหญ่ และยังพบ พิมพ์ยืน วันทาเสมา พิมพ์พระปิดตา ซึ่งถือเป็นพิมพ์พิเศษพบน้อย แพงกว่า พิมพ์สมาธิ พิมพ์ตุ๊กตา มาแต่เดิม.....

ต่อมาเมื่อมีผู้นำไปใช้บูชา พบอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ทั้งด้านเมตตา มหานิยม โชคลาภคุ้มครองให้แคล้วคลาดภัย ถึงคงกระพันชาตรี ทำให้ราคา พระวัดพลับ ขยับสูงขึ้น จากพระราคาหลักร้อยหลักพันในอดีต มาเป็นพระราคาหลักหมื่นหลักแสนแล้ว.....

อย่างองค์ในภาพของ เสี่ยตรี บางแค เป็น พระพิมพ์สมาธิเข่ากว้าง ซึ่งพิมพ์สมส่วนสง่างาม (เข่ากว้างกว่าพิมพ์สมาธิธรรมดา) ดูงดงามโดดเด่นโดนใจนักนิยมพระเครื่อง จึงแพงกว่าพระพิมพ์สมาธิอื่นๆ เนื้อพระผุดผ่อง ปราศจากขี้กรุ มองเห็นก้อนผงพุทธคุณ (เนื้องอก) พิมพ์ติดชัดลึกเห็นหูตากะพริบอย่างนี้ ต้องมีคนอยากได้เยอะแน่ และแพงแน่.....

ตามมาด้วย เหรียญ หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา ปราจีนบุรี รุ่น จ.เจริญลาภ พ.ศ.2484 เนื้อทองแดง.....

หลวงพ่อจาด เป็นอมตะพระเกจิอาจารย์ ผู้มีชื่อเสียงเกียรติคุณเกรียงไกร ด้านวิชาพุทธาคม อยู่ในทำเนียบพระเกจิฯแห่งสงครามอินโดจีน (หลวงพ่อจาด หลวงพ่อจง หลวงพ่อคง หลวงพ่ออี๋) เป็นอันดับที่ 1 อย่างถาวร.....

ตามประวัติ ท่านเป็นคนไทยเชื้อสายเขมร บวชแล้วมุ่งมั่นเรียนพุทธาคม ธุดงค์ข้ามฝั่ง แสวงหาวิชากับพระเกจิอาจารย์เขมรกว่าครึ่งค่อนชีวิต จึงธุดงค์กลับมาโปรดญาติโยม โดยรับเป็นเจ้าอาวาส วัดบางกะเบา นำชาวบ้านพัฒนาวัด เป็นศูนย์กลางพัฒนาหมู่บ้าน ให้ความเมตตา ใช้วิชาพุทธาคม ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก.....

กล่าวกันว่า “น้ำพระพุทธมนต์” ของท่านเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มาก สะเดาะเคราะห์ต่อชะตาได้อย่างเห็นผล ส่วนผ้ายันต์ ตะกรุด ป้องกันสารพัดสัตว์มีพิษเขี้ยวงา ไม่กล้าเข้าใกล้ พระเครื่อง เหรียญรูปเหมือนท่าน

ก็ไปแสดงอิทธิฤทธิ์ ในสงครามอินโดจีน อย่างเหรียญนี้ของ เสี่ยทรงธรรม ทรัพย์กาญจนา (เป๋งเฮง) แฟนคลับทางบ้าน เป็น เหรียญรุ่นนิยมสุด.....

ตอนแรกเห็นภาพ ก็นึกว่าเป็นของเซียนพระ พอเห็นชื่อนอกวงการ “บอกตง” ว่าดีใจ เพราะเปิด จ.ม.ท่านผู้ชมทางบ้าน เดือนๆนึงหลายร้อยฉบับ แทบไม่เจอ พระแท้และสวย เข้าตากรรมการเลย เจอแต่ แท้ไม่สวย และมากสุดคือ สวยไม่แท้ เพิ่งมาระยะนี้เจอหลายองค์ จะทยอยลงให้ชม จะได้เลิกหาว่า “สีกาอ่าง” ลงแต่ภาพจากเซียนพระ--อันที่จริง พระจากใครไม่ได้สนใจ เพราะไม่เคยมีผลประโยชน์ ขอให้สวยและแท้ ให้ท่านผู้ชมได้เห็น เพื่อเรียนรู้ศึกษาเป็นพอใจ .....

อีกรายการ เป็น เหรียญปั๊ม เนื้อทองแดง รุ่นแรก พ.ศ.2493 พระราชธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อเงิน) นครปฐม สร้างออกในงานทำบุญอายุ 60 ของ หลวงพ่อเงิน มีเนื้อเหรียญทองแดงกับทองแดงรมดำ--เหรียญนี้ก็จากแฟนทางบ้าน ชื่อ เสี่ยธนากร วรกิจจาธร เจ้าของร้านถ่ายเอกสาร “มุมเด่น”.....

เหรียญอยู่ในกุฏิทองคำฝังเพชร บอกถึงความศรัทธารู้คุณค่าอย่างสูง มองผ่านกุฏิ ก็บอกได้ ว่า “แท้” และ “สวย” ด้วย ไม่ใช่สวยธรรมดา แต่เป็นระดับล้มแชมป์ได้.....

แต่เสียดายให้ 5 ดาว ไม่ได้ เพราะมาพร้อมตลับ จึงไม่อาจพิจารณาจุดตำหนิได้ครบ โดยเฉพาะตรง ตัวอักษร บอกชื่อ “หลวงพ่อเงิน” ซึ่งเป็นจุดสำคัญ มีเงามืดมาบัง .....

เข้าใจว่าเหรียญดีมีคุณภาพอย่างนี้ ใครมีต้องหวงต้องรักษาไม่อยากหยิบจับสัมผัสตัวเหรียญ ก็ฝากบอกว่าหากมีโอกาสเอาเหรียญออกจากกุฏิ ให้ถ่ายภาพเหรียญเปลือยๆครบด้าน หน้าหลัง ข้างขอบ ส่งมาใหม่ แต่เห็นแค่นี้ ก็ตื่นเต้น เพราะเป็นเหรียญ เทพเจ้าแห่งดอนยายหอม หน้าใหม่ ที่ไฉไลกว่าหน้าเก่าๆ ยิ่งเป็นของนอกวงการ ยิ่งเป็นปลื้ม.....

เล่ากันว่า สมัยก่อน หลวงพ่อเงิน ซึ่งรับถ่ายทอดวิชาอาคมมาจากบิดาของท่าน ซึ่งเป็นฆราวาสขมังเวท จะสักให้ลูกศิษย์ เพราะใครสักยันต์กับท่าน จะคงกระพันชาตรี แต่ปรากฏหลายคนเอาคุณวิเศษไปใช้ผิดทาง เป็นโจรปล้นฆ่า เป็นปัญหาต่อทางการ ท่านจึงเลิกสัก และหักเหล็กสักมาหักทิ้ง ต่อหน้า พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ข้าหลวงปกครองนครปฐมในสมัยนั้น.....

ลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่ทำให้ชื่อเสียง หลวงพ่อเงิน โด่งดัง คือ เสือผาด ซึ่งเป็นจอมโจรปล้นฆ่าชื่อดัง ที่ใครๆก็เกรงกลัว .....

หลวงพ่อ เงินไม่อยากให้ก่อกรรมจึงสั่งสอน ให้เสือผาดกลับตัวกลับใจ และช่วยให้นัดพบ กับ พล.ต.ต. เนื่อง อาขุบุตร และ พ.ต.อ.สะอาด รัชตะประกร ซึ่งขอให้ เสือผาด เข้ามอบตัว ในครั้งนั้น พล.ต.ต.เนื่อง ซึ่งชอบพระเครื่อง ได้คุยกับ เสือผาด ว่าใช้พระดีอะไร เสือผาด จึงหยิบพระเครื่องเนื้อดินเผา ของ หลวงพ่อรุ่ง พระลูกวัด ในวัดดอนยายหอม ซึ่งเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อเงินด้วย มาให้ดูและบอกว่าองค์นี้ช่วยให้รอดจากถูกทางการจับมาทุกครั้ง.....

แต่ต่อมา เสือผาด ผิดคำพูด จึงถูก พ.ต.ท.ประชา บูรณะธนิต นำกำลังล้อมจับ ยิงต่อสู้กัน พอแพ้ เสือผาด จึงตัดสินใจยิงตัวตาย จบตำนาน ลูกศิษย์นอกคอกของ หลวงพ่อเงิน แต่ก็มีคำอธิบายว่า ชะตาชีวิตกำหนดมาให้ต้องเป็นโจร เพราะ เสือผาด เกิดในเพชฌฆาตฤกษ์และราชาฤกษ์ คือ 21 ก.ค.2448 เวลา 22.30 น. แรม 5 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเส็ง จึงเป็นจอมโจรที่มีอำนาจบารมี.....

พระเครื่องอีกสำนักคือ รูปเหมือนปั๊ม หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร พิมพ์นิยม มือมีจุด เนื้อทองเหลือง ซึ่งจัดสร้าง ย้อนยุค ตามรูปแบบเดิม ทั้งรูปเหมือนเหรียญ จอบใหญ่ จอบเล็ก โดย พระอาจารย์เปรื่อง เจ้าอาวาส วัดบางคลาน ระหว่างปี พ.ศ.2414-2515 มีโค้ดตัวเลขตอกใต้ฐาน จัดพิธีพุทธาภิเษก 2 ครั้ง ครั้งแรกที่วัดสุทัศน์ฯ ครั้ง 2 ที่วัดบางคลาน เพื่อออกให้สาธุชนทำบุญบูชา หารายได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ หลวงพ่อเงิน สร้างไว้.....

จำนวนพระมีมากแบบมากพิมพ์ แต่ด้วยการจัดสร้างที่พิถีพิถัน และความศรัทธา “หลวงพ่อเงิน” ทำให้จำนวนพระถูกสั่งจองหมดทุกรายการ ได้ปัจจัยสร้างพระอุโบสถพัฒนาวัดสำเร็จตามเป้า และยังมีอีกหลายวัดใน จ.พิจิตร ที่ได้อานิสงส์ ในการสร้างครั้งนี้ด้วย.....

ปัจจุบันวัตถุมงคลรุ่นนี้ ทุกรายการได้รับความนิยมสูง ราคาหลักหมื่นหลักแสน อย่างองค์นี้ของ เสี่ยบัญญัติ บัณฑิตย์ดำรงกูล เป็นหนึ่งในพิมพ์นิยมสุด เพราะมีจุดพิจารณาที่โดดเด่น ชัดเจน.....

สุดท้ายคือ เหรียญนักษัตร ปีแพะ เนื้อทองคำ รุ่นสร้างหลักเมือง พ.ศ.2534.....

เหรียญ 12 นักษัตร รุ่นนี้ สร้างคราวงานฉลอง หลักเมือง นครศรีธรรมราช ต่อเนื่องกับ จตุคามรามเทพ ตามหลักวิชาพราหมณ์ศาสตร์.....

ปีนักษัตร คือกลุ่มดาวฤกษ์ใน จักรวาลพรหม ที่จับกลุ่มรวมกัน 12 กลุ่ม จินตนาการได้เป็นรูปสัตว์ทรงคุณวิเศษ 12 ชนิด จึงบัญญัติเป็น นักษัตรประจำปีเกิด ให้บูชาเพื่อให้รอดพ้นจากความร้ายแรงของดาวเคราะห์ กลับร้ายให้กลายเป็นดี.....

จารึกของชาวศรีวิชัย จึงมีว่า “มีอานุภาพดุจดั่งพระอาทิตย์ พระจันทร์ ที่ให้แสงสว่าง ขจัดความมืดมิดแก่โลก”.....

วิชาพราหมณ์ศาสตร์ให้ความสำคัญกับ ปีนักษัตร เพราะเป็นศาสตร์ที่เกิดจากการสังเกต จดจำ เทียบเคียง บันทึกความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ สรรพสัตว์ ตามการโคจร ขับเคลื่อนของดวงดาว พระอาทิตย์ พระจันทร์ โลก ที่มีเส้นทางโคจรสัมพันธ์กัน มาเป็นสถิติกำหนดเวลา เป็นวัน เดือน ปี ดังคำว่า พระอาทิตย์เป็นวัน พระจันทร์เป็นเดือน พระราหู (โลก) เป็นปี.....

สถานการณ์ที่เมืองไทยกำลังเหนื่อยสาหัส ประชาชนหากินลำบาก วัตถุมงคล 12 นักษัตร จึงกำลังมีกระแส กลับมาเป็นที่พึ่งทางใจ.....

ถัดไป ขอแจ้งข่าว งานทำบุญอายุครบ 61 ปี พระครูสถิตธรรมานุวัตร เจ้าอาวาสวัดทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จันทบุรี ซึ่ง สมเด็จพระมหาสังฆราชา (เทพวงศ์) แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เสด็จเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ทำพิธีเททอง หล่อองค์พระประธาน พร้อมพระบริวาร 99 องค์.....

โดยมี ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส 25 มิ.ย. เวลา 12.39 น. ณ ปะรำพิธีหน้าพระอุโบสถ ศิษยานุศิษย์ท่านคงไปร่วมงานกันแน่น.....

บอกลากันด้วยเรื่อง ตุ๊กตาลูกเทพ ซึ่งส่วนใหญ่หายคลั่งกันแล้ว แต่ยังมีแอบๆ คือ เจ๊เดือน เจ้าของร้านอาหารในห้างย่านบางใหญ่ ยังเลี้ยงอยู่ กินอะไรกินด้วย พาไปไหนๆด้วย นอนด้วย อยู่เกือบ 10 ตัว เพราะเชื่อว่าเวลาเคลิ้มๆหลับ “ตุ๊กตาลูกเทพ” จะมาคุยด้วยทุกคืน.....

เสี่ยสันติ สามี ซึ่งปกติหลับก่อน ตื่นก่อน เพราะทำงานราชการ ไม่เชื่อ แต่ไม่กล้าขัดใจ ก็พยายามพูดให้สติ ถามว่าเวลา “ตุ๊กตาลูกเทพ” มาคุยด้วย ฟังรู้เรื่องหรือ.....

เจ๊เดือน ตอบว่าฟังไม่รู้เรื่อง แต่รู้สึกได้ว่าเป็น ภาษาเทพ ฟังแล้วมีความสุข หลับสบาย สามีฟังแล้วก็ไม่รู้จะว่ายังไง จึงปล่อยเลยตามเลย.....

วันหนึ่ง เสี่ยสันติ ซึ่งปกติจะนอนก่อนหลับก่อน กลับบ้านดึก เห็นเมียนอนกอดลูกเทพหลับปุ๋ย แต่ได้ยินเด็กส่งเสียง ก็ตกใจ คิดว่าเป็นเสียง ลูกเทพ จริงๆวุ้ย.....

จึงเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นเด็กผู้หญิงวัยขวบกว่า นอนเล่นอยู่กับ ตุ๊กตาลูกเทพ เพราะทุกคืน ลูกจ้างจะต้องช่วยกันเตรียมอาหารไว้ขาย แต่คนหนึ่งทำงานไม่สะดวกเพราะมีลูกเล็ก พอนายเข้านอน ก็เลยอุ้มลูกไปเล่นกับตุ๊กตาลูกเทพของนาย ทำงานเสร็จ ก็เข้าไปอุ้มกลับบ้าน โดย เจ๊เดือน ไม่เคยรู้--พอ เสี่ยสันติ รู้ความจริง ก็ห้ามไม่ให้เอาลูกเข้าไปเล่นอีก กะให้เมียหายงมงาย.....

แต่ปรากฏว่า ทำให้ เจ๊เดือน วิตกจริต กลัวลูกเทพเป็นอะไรไป ทำไมไม่มาคุยกับแม่ เสี่ยสันติ จึงให้ลูกจ้าง อุ้มลูกเข้ามาเล่นกับ ตุ๊กตาลูกเทพ เพื่อให้เมียตาสว่าง ว่าเสียงใครกันแน่.....

แต่ เจ๊เดือน ดันดีใจว่า ลูกเทพของแม่ กลับมาแล้ว เสี่ยสันติ เลยเหลืออด ดุเมีย ไม่เห็นรึ ว่าไม่ใช่เสียง “ลูกท่งลูกเทพ” มันเสียง “ลูกแม่ครัว” ชัดๆ ปั๊ดโธ่โว้ย.....

โปรดติดตามตอนต่อไปว่า ป่านนี้ เจ๊เดือน จะหายคลั่งลูกเทพหรือยัง เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

18 มิ.ย. 2559 09:24 18 มิ.ย. 2559 09:32 ไทยรัฐ