วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระขุนแผน (ไม่) เคลือบ กรุโรงเหล้า?

โดย พลายชุมพล

ชื่อพระตับขุนแผน เริ่มจากขุนแผนพิมพ์อกใหญ่ ฯลฯ พิมพ์พลายหลายพิมพ์ ไปถึงพิมพ์พลายคู่ น่าจะเริ่มจากการพบพระในกรุวัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เมื่อราวๆปี 2445

ชื่อขุนแผน น่านับถือ ในจินตนาการ นึกถึง ยอดนักรบ-ยอดนักรัก ดึงดูดใจคนชอบพระให้ไขว่คว้าขึ้นมาทันที

พระพิมพ์ขุนแผนพิมพ์อกใหญ่...เนื้อดินหยาบ ผสมกรวดทรายหลายสี ที่พบในกรุวัดบ้านกร่าง สุพรรณ ก็มีการพบอีก ในเจดีย์ วัดใหญ่ชัยมงคล เมืองอยุธยา

เส้นสายลายพิมพ์เดียวกัน ต่างกันที่เนื้อหา ขุนแผนอยุธยา เนื้อดินขาว นวลละเอียด ไม่มีเม็ดทราย ทั้งยังมีเคลือบ สีเขียวอมเหลือง น้ำตาลแก่ ไปถึงเข้มคล้ำออกดำ

ขุนแผนอยุธยา พบน้อยกว่าขุนแผนสุพรรณ เสน่ห์ชื่อ “ขุนแผน” ก่อน พ.ศ.2500 แพงกว่าสมเด็จวัดระฆัง

ช่วงเวลาที่ขุนแผนเคลือบโด่งดัง ก็มีการพบอีกกรุสองกรุ ใกล้โรงหล้าอยุธยา แม่พิมพ์เนื้อหาเดียวกับวัดใหญ่ แต่ไม่มีเคลือบ...วงการเรียก กรุโรงเหล้า ไม่มีรายละเอียดให้ศึกษา ไม่มีภาพพระให้ดูเป็นตัวอย่าง

พระขุนแผนไม่เคลือบ องค์ในภาพ ส่วนเนื้อดินขาวที่สึกให้เห็นส่วนลึกที่ผนังพระ ทั้งด้านหน้าและหลังที่ดูด่างดำ...ไม่ใช่เคลือบที่ซีดจาง แต่เป็นคราบไคลเดิมๆ

หาขุนแผนเคลือบวัดใหญ่ เป็นตัวอย่าง ไม่ได้ ชุดที่ขึ้นใหม่แถวนนทบุรี ก็มีข้อถกเถียง ถ้าพอเป็น ขุนแผนวัดบ้านกร่างพิมพ์อกใหญ่...ก็พอเอามาเทียบเคียงได้ เส้นสายลายพิมพ์ พิมพ์เดียวกัน ฝีมือช่างศิลปะอยุธยายุคกลางเหมือนกัน

เรื่องเก๊แท้นั้นตัดสินด้วยสายตา ถ้ามีประสบ-การณ์พอ ของเก่าแท้นั้นไม่ยากเกินไป

พระขุนแผนสองเมืองเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ตามพระนิพนธ์ ของสมเด็จฯกรมดำรงราชานุภาพ ทรงสรุปว่า พ.ศ.2135 หลังชัยชนะสงครามยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวร โปรดให้สร้างพระสถูปเป็นอนุสรณ์ ไว้ที่ทุ่งหนองสาหร่าย องค์หนึ่ง

และทรงสร้างพระมหาสถูปไว้ที่วัดป่าแก้ว ขนานนาม ชัยมงคลเจดีย์ อีกองค์หนึ่ง

นี่คือที่มาของความเชื่อว่า พระกรุวัดบ้านกร่าง ใกล้พระเจดีย์ยุทธหัตถี อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี และพระขุนแผนเคลือบ วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นพระพิมพ์ที่สมเด็จพระนเรศวร โปรดให้สร้างไว้ในเวลาไล่เลี่ยกัน

ประจักษ์ความเชื่อเสริมอีกข้อ ในการสร้างพระพิมพ์ หลายยุคหลายสมัย ไม่ค่อยมีพระคู่ ในสมัยอยุธยา มีพระพลายคู่ ซึ่งสื่อความหมายไปถึงสองกษัตริย์พี่น้อง องค์ขาว องค์ดำ

ในหนังสือ เรื่องเล่าชาวกรุงเก่า (สำนักพิมพ์ พิมพ์คำ) ส.พลายน้อยเล่าว่า เพื่อนชื่อ จำเริญ สุนทรสุข ได้ความรู้ต่อจากพี่เมี้ยน ยังประดิษฐ์ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์วังจันทรเกษม ว่า มีการพบพระขุนแผนไม่เคลือบ 2 ครั้ง

ครั้งแรก พ.ศ.2485 โรงเรียนฝึกหัดครูสตรีอยุธยา มีที่ดินบางส่วนเป็นวัดร้าง ชื่อวัดสิงห์ลาย ต้องการที่ดินสร้างอาคารเพิ่ม ครูหลุย ชมชื่น อดีตครูวาดเขียนคุมการก่อสร้าง คนงานขุดปราบที่โคกโบสถ์วัดสิงห์ลาย ลงไป 1 เมตร เจอพระพิมพ์สีขาวอมชมพู กระจายอยู่ราวๆพันองค์ ตอนนั้นค่าแรงกุลี 50 สตางค์ ราคาพระไม่ถึง 10 บาท

คนรู้จักโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูน้อย รู้จักโรงงานสุราที่ตั้งอยู่ด้านหน้ามากกว่า ชื่อเรียกพระขุนแผนไม่เคลือบ กรุโรงเหล้า จึงเริ่มเรียกกัน ต่อมาโรงเหล้าย้ายไป เทศบาลจะใช้พื้นที่สร้างโรงเก็บน้ำประปา

ระหว่างรถไถเกลี่ยพื้นที่ บริเวณวัดร้าง ที่เคยเป็นวัดจีน หรือวัดสามจีน คนงานและเด็กๆ ก็คุ้ยเขี่ยกองดิน เจอพระขุนแผนแบบไม่เคลือบ แบบวัดสิงห์ลาย และแบบเคลือบที่วัดใหญ่ชัยมงคล อีกจำนวนหนึ่ง

พระพิมพ์ที่พบที่วัดสามจีน...เหมือนชุดกรุวัดสิงห์ลาย ถูกเหมาเรียกกรุโรงเหล้า...อีกตามเคย

ราคา ขุนแผนไม่เคลือบ...ตอนนี้ยังไม่มีพระขายจากมือเซียน...ยังไม่พูดกัน แต่ถ้าจะเทียบเคียง ก็น่าจะลดหลั่นจากขุนแผนเคลือบวัดใหญ่...ยุคสมัยนี้พระขึ้นชั้นยอดนิยมอย่างนี้ ราคาต่ำกว่าล้าน ไม่มีแล้ว.

พลายชุมพล

18 มิ.ย. 2559 08:32 ไทยรัฐ