วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มุ้ย-เจ-อุ้ม เศรษฐีแข้งไทย

ตอนเด็ก...จำได้ว่าพ่อแม่เฝ้าพร่ำสอนให้พวกเราร่ำเรียนหนังสือให้เก่งๆ เพื่อที่เติบใหญ่ไป จะได้ประกอบสัมมาอาชีพที่ดี มีอนาคตหน้าที่การงาน มีเงินมีทอง ร่ำรวยเป็นเศรษฐี

สำหรับในบ้านเรา มองๆไปก็มีอยู่ไม่กี่อาชีพ ที่จะทำเงินทำทองอย่างเป็นกอบเป็นกำ จนสามารถยกฐานะของตัวเองขึ้นไปได้ ซึ่งนอกจากธุรกิจ พ่อค้าวาณิช ที่มีสายป่านทุนรอนให้ต่อยอดกันยาวๆแล้ว อาชีพแพทย์ วิศวะ หรือดารา นางแบบ นักร้องใน
วงการบันเทิง นั่นแหละพอจะเห็นแววของคนรวยกันได้บ้างไม่มากก็น้อย

แต่ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ใครเลยจะคาดคิดว่าอาชีพ “นักกีฬา” จะกลายมาเป็นอาชีพใหม่ที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับตัวผู้เล่น และผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างไม่น่าเชื่อ

โดยเฉพาะอาชีพ “นักฟุตบอล” ที่เมื่อก่อน ต้องโหนรถเมล์ไปซ้อม เพื่อรับเบี้ยเลี้ยงวันละแค่ไม่กี่ร้อยบาท แต่เมื่อวันเวลาผันเปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้ “นักบอลอาชีพ” บ้านเรากลายเป็น “แข้งเศรษฐี” มีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ มีค่าตัวหลักล้านและเงินเดือนอีกหลายแสน

ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นในยุคที่ “ฟุตบอลไทย”กำลังเฟื่องฟู ฮอตฮิตติดลมบนอย่างที่เห็นกัน ดังนั้น นักเตะจึงกลายเป็นสินค้าขึ้นห้างมีราคาขึ้นมาในทันที่

เรียกว่าปัจจุบันค่าเหนื่อยของนักฟุตบอลในระดับไทยลีก ลีกสูงสุดเผลอๆจะมากกว่าซีอีโอของบริษัทระดับบิ๊กๆทั้งหลายเสียด้วยซ้ำ!

ยิ่งเป็นนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ ที่มีดีกรี “ทีมชาติ” ด้วยแล้ว มูลค่าของแต่ละคนไม่ต้องพูดถึงว่ากันเป็นหลักสิบล้าน ขณะที่เงินดาวเงินเดือนก็ถีบขึ้นไปเป็นตัวเลข 6-7 แสนแบบชิล ชิล

และวันนี้เราลองมาสำรวจดูซิว่า มีนักเตะไทยคนไหนบ้างที่เป็นเศรษฐีพ่อค้าแข้ง ที่มีรายได้ติดชาร์ต “ท็อปไฟว์” 1 ใน 5 นักฟุตบอลที่มีรายได้ หรือค่าเหนื่อยสูงที่สุดของลีกไทยในปัจจุบัน

ไล่จาก อันดับ 5 “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ดาวยิงจอมเก๋าของ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ว่ากันว่ารับเงินเดือนอยู่ในหลัก 5 แสนมาตั้งแต่สมัยค้าแข้งอยู่กับทีม “โปลิศ” เพื่อนตำรวจแล้ว ขณะเดียวกัน แม้รายได้จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้าต่างๆ

ของเจ้าตัวจะลดน้อยถอยลงไปตามวัย แต่ “ลีซอ” ก็ยังมีธุรกิจส่วนตัวหลากหลายให้เก็บกินไปได้อย่างสบาย แบบไม่ต้องคิดมาก
มากันที่ อันดับ 4 ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่า พ่อรูปหล่อ ชาริล ชัปปุยส์ คือสตาร์นักเตะที่มีค่าเหนื่อยต่อเดือนสูงลิ่วมานานแล้ว โดยรับค่าจ้างในเกรดเดียวกับบรรดาแข้งต่างชาติ “เกรดเอ” ทั้งหลาย ซึ่งตกประมาณ 6 แสนบาทเศษ นี่ยังไม่นับค่าตัวจากการเป็นนายแบบโฆษณาสินค้าจิปาถะ ที่เข้าคิวรอเป็นหางว่าวอีกต่างหาก

ที่สำคัญ ชัปปุยส์รับเงินเดือนก้อนโตจากสุพรรณบุรี เอฟซี มานานเป็นแรมปีทั้งที่ไม่ได้ลงสนามช่วยทีมต้นสังกัดเลย เพราะอยู่ในช่วงพักฟื้นหลังเข้ารับการผ่าตัด ก่อนจะเพิ่งคัมแบ็กกลับมาลงสนามได้เมื่อไม่นานมานี้เอง

ส่วน อันดับ 3 คาดกันว่าน่าจะเป็น “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่กำลังมีข่าวอินเลิฟอยู่กับดาราสาว “เมย์-พิชญ์นาฏ” ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าดาวเตะร่างจี๊ดของทีมชาติไทย ที่ย้ายจากบีอีซี เทโรศาสน มาร่วมทัพ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว ได้เงินเดือนจากเมืองทองมากกว่า 6.5 แสนบาท บวกกับค่าตัวในการเป็นพรีเซ็นเตอร์ เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ต่างๆซึ่งเมื่อรวมแล้วรายได้น่าจะล้านขึ้นด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานระบุด้วยว่า “เมสซีเจ” เป็นนักเตะไทยที่ค่าตัวแพงที่สุดในตลาดเอเย่นต์ปัจจุบัน ซึ่งถ้าหากมีการซื้อขายย้ายทีม หรือซื้อขาดจากเทโรฯ เจ้าตัวจะมีราคาที่ปักป้ายเอาไว้ที่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราวๆ 35 ล้านบาทเลยทีเดียว

ขณะที่ อันดับ 2 เป็นของ “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน กัปตันทีมช้างศึก ที่ตัดสินใจย้ายจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาอยู่กับทีมคู่ปรปักษ์ เอสซีจี เมืองทองฯ ด้วยราคาค่าตัวกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งเดิมเจ้าตัวรับค่าเหนื่อยอยู่กับทีมปราสาทสายฟ้าตกเดือนละ 6 แสนบาท แต่มาอยู่กับเมืองทองน่าจะอัพขึ้นมาที่ 7 แสน

ส่วน “อันดับ 1” นักบอลไทยที่ค่าจ้างแพงที่สุดในยุคนี้คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “เทพมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงพ่อลูกอ่อน ที่ถูกอัพค่าเหนื่อยขึ้นมาจากระดับ 5 แสนเป็น 7 แสนบาทเศษ หลังกลับจากการไปผจญภัยค้าแข้งกับสโมสรอัลเมเรียในลาลีกาสเปน

เป็นไงครับ เห็นรายได้ของนักฟุตบอลไทยยุคนี้แล้วขนลุก

รู้งี้! สมัยเป็นเด็กฝึกเตะบอลให้เก่งๆก็คงรวยไปนานแล้ว!!!

เรื่องโดย...วรเทพ มากโภคา

18 มิ.ย. 2559 08:20 18 มิ.ย. 2559 08:20 ไทยรัฐ