วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ประชามติ” เป็นพิษ

“ประชามติ” เป็นพิษ

โดย ลิขิต จงสกุล
19 มิ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

ต้องบอกว่ามาตะเภาเดียวกันเลยไม่ว่า “ประชามติ”-“ธัมมชโย” อ้างประชาธิปไตยท้าทายอำนาจ คสช.ตรงๆ อังกฤษก็ใช่ย่อยประชามติ “ถอน-ไม่ถอน” จากอียู จน ส.ส.ดาวรุ่งถูกยิงดับ

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ “ประชามติ” เป็นพิษไม่ใช่แค่เมืองไทยเท่านั้น แต่ประเทศต้นแบบประชาธิปไตยอย่างอังกฤษก็เกิดเหตุเหมือนกัน

เป็นเรื่องสะเทือนขวัญ เมื่อถูกคนร้ายยิงใช้มีดแทง ส.ส.ดาวรุ่งหญิงแห่งพรรคแรงงาน “โจ ค็อกซ์” ซึ่งเป็นฝ่ายค้านของอังกฤษ

กลางเมืองกลางวันแสกๆไม่สนใจผู้คน

แม้จะยังไม่สามารถบอกได้ว่า มีเหตุจูงใจเรื่องอะไรกันแน่ เนื่องจากคนร้ายผิดปกติทางจิตและมีหัวรุนแรง

เบื้องต้นคาดกันว่าน่าจะมาจากเหตุที่ความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการที่อังกฤษจะถอนตัวออกจากอียู จะมีการทำ “ประชามติ” กันในวันที่ 23 มิ.ย. 59 สัปดาห์หน้า

“โจ ค็อกซ์” นั้นไม่เห็นด้วยที่จะให้อังกฤษถอนตัวจากอียู แต่คนร้ายนั้นทราบกันดีว่าต้องการให้ถอนตัวออกมา

ก็ต้องตามกันต่อไปว่าเหตุจะมาจากอะไรกันแน่

ด้วยเหตุนี้ทางรัฐบาลอังกฤษจึงต้องระงับการรณรงค์หาเสียงทั้งสองฝ่ายในการทำประชามติออกไปโดยไม่มีกำหนดอ้างว่าเพื่อเป็นการให้เกียรติ ส.ส.หญิงท่านนี้

รู้กันดีว่ารัฐบาลอังกฤษนั้นไม่ต้องการที่จะถอนตัวออกจากอียู เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย

แต่ชาวเมืองผู้ดีส่วนใหญ่เห็นว่าถอนตัวออกมาน่าจะดีกว่า

เมื่อเกิดเหตุนี้ขึ้นมาก็เลยถือโอกาสว่าอย่างน้อยก็ซื้อเวลาไปก่อน เพราะอาจจะเกิดเหตุอะไรขึ้นมาอีกก็ได้

ขนาดยังไม่ถึงวันลงประชามติก็ทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนไปหมด หุ้นตก ค่าเงินผันผวนด้วยเหตุนี้

ที่เมืองไทยก็ใช่ย่อยแม้การลงประชามติเรื่องรับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. 59 จะยังอีกไกลแต่ก็ปั่นป่วนจนกลายเป็นเรื่อง “ป่วนเมือง” ไปแล้ว

ตั้งแต่การตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติที่นำโดยนักการเมืองค่ายเพื่อไทยและแกนนำ นปช. ซึ่งจะเริ่มดีเดย์วันนี้ (19 มิ.ย. 59)

มีการร้องเรียนไปยังสำนักงานยูเอ็นในประเทศไทย เพื่อให้สอดส่องถึงการ กระทำของ คสช.ที่สั่งห้ามไม่ให้ตั้งศูนย์นี้เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

อีกทั้งมีการโพสต์ข้อความไล่เรียงกัน โดยแกนนำพรรคเพื่อไทยด้วยสาระ สำคัญก็คือ ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับ

เพียงแต่เป็นการแสดงออกที่เป็นเรื่องเฉพาะตัวไม่ใช่ในนามพรรค

เพื่อนำไปอ้างได้ว่าไม่ได้กระทำผิด พ.ร.บ.ประชามติ ซึ่งก็รู้กันดีว่าใครเป็นใคร มีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร

พูดง่ายๆก็คือ ท้าชนและยั่วอารมณ์ยุค คสช.อย่างตรงไปตรงมา

แต่ก็เจอลูกขู่จาก คสช.ว่า หากสอบพบว่ามีความผิดและมีความจำเป็นเพื่อความมั่นคงหัวหน้า คสช.สามารถใช้อำนาจตาม ม.44 ได้

นั่นคือ “ยุบพรรค” ทุบกันแรงๆไปเลย

การเคลื่อนไหวของเพื่อไทยและแกนนำ คสช.ในระยะหลังๆจะเห็นได้ว่าเข้มข้นขึ้นจากเป็นหมูกลัวนํ้าร้อน

วันนี้ “ไม่กลัวนํ้าร้อน” อีกต่อไปแล้ว

ไม่ต่างไปจาก “ธัมมชโย” แห่งธรรมกายก็ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่จับกุมตัวแม้จะใช้หมายค้นเข้าไปในวันมาแล้ว

อ้างเหตุผล “ต้องเป็นประชาธิปไตยเสียก่อนถึงจะมอบตัว”

ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ต้องบอกว่ามาตะเภาเดียวกันเปี๊ยบ”!!!

“ลิขิต จงสกุล”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้