วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สงฆ์ชายแดนใต้ขู่ ไม่ดูดาย หากธรรมกายมีภัย

ศรีวราห์เร่งหาคนสั่งการขวางดีเอสไอค้นวัดพระธรรมกาย แต่ยังไม่พบหลักฐานเจ้าอาวาสรูปดังอยู่เบื้องหลัง สตม.ขึ้นบัญชีดำห้ามพระธัมมชโยออกนอกประเทศ “บิ๊กต๊อก” กางปีกป้องดีเอสไอไม่ได้ล้มเหลวค้นวัดพระธรรมกายแต่ถือว่าทำตามคำสั่ง ถามเอาทหารลุยเจ็บตายรับได้ไหม “สุวพันธุ์” ชี้สังคมเห็นแล้วอะไรถูกต้องไม่ถูกต้อง ส่วน “วิษณุ” บอก ข้ออ้างประชาธิปไตย “ธัมมชโย” มอบตัวฟังไม่ขึ้น ฟากวัดพระธรรมกายเปิดทางเข้าวัด 7 ประตูให้เข้าออกตามปกติ แต่ยังเข้มห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าด้านในประตู 5 ทางไปกุฏิสงฆ์ ขณะเดียวกัน พระสงฆ์ชายแดนใต้กว่า 100 รูปรุดให้กำลังใจ ลั่นหากวัดพระธรรมกายมีภัยวัด 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่นิ่งดูดายแน่นอน

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ทั้งตำรวจและฝ่ายปกครอง พร้อมหมายค้น เข้าตรวจสอบวัดพระธรรมกาย เมื่อเช้าวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาส ในความผิดร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร แต่เจอโล่มนุษย์ ลูกศิษย์นั่งสวดมนต์ขวางไม่ให้ผ่าน อ้างจะยอมต่อเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตย ก่อน ทำเจ้าหน้าที่ต้องถอยทัพกลับมาตั้งหลักใหม่

เปิด 7 ประตูเข้าวัดตามปกติ

โดยบรรยากาศที่วัดพระธรรมกาย ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อเช้าวันที่ 17 มิ.ย. เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทางวัดได้เปิดประตู 7 ฝั่ง ตรงข้าม สภ.คลองหลวง ให้สื่อมวลชน และพุทธศาสนิกชนเข้าออกได้ตามปกติ ส่วนทางเข้าประตู 5 ซึ่งเป็นทางไปสู่กุฏิสงฆ์ ยังคงมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเช่นเดิม โดยวัดจะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชน และผู้ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่วัดเข้าไปด้านในประตู 5 อย่างเด็ดขาด พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า แนวทางของวัดต่อจากนี้ ยังไม่มีทีท่าอย่างอื่น เพราะหลวงพ่อธัมมชโยยังมีหมายจับอยู่ และดีเอสไอก็คงยังบังคับใช้กฎหมาย อาจจะมีการ เข้ามาค้นอีก อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ทางวัดและดีเอสไอมีความคิดเหมือนกันคือ หากจะทำอะไรก็ตามต้องไม่ให้เกิดความรุนแรง

โชว์เครื่องนับดิจิตอล

ขณะเดียวกัน พระมหานพพรยังได้นำเครื่องมือที่ทาง นพ.มโน เลาหวณิช อดีตพระลูกวัดวัดพระธรรมกาย ระบุว่า เป็นเครื่องมือนัดหมาย และออกคำสั่ง ไปยังคณะศิษย์ โดยนำไปใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. มาตั้งแสดงต่อสื่อมวลชน พร้อมเผยว่า เครื่องดังกล่าวเรียกว่าเครื่องนับดิจิตอล ลูกศิษย์จะเรียกกันว่า ลูกประคำดิจิตอล ถ้าหาข้อมูลในเว็บไซต์กูเกิล พิมพ์คำว่า เครื่องนับจำนวนดิจิตอล ก็จะเจอทันที เครื่องนี้ มีไว้กดนับจำนวน จะมีอยู่สองปุ่ม คือปุ่มกดเพิ่มจำนวนกับปุ่มรีเซต หาซื้อได้เครื่องละ 120 บาท ส่วนใหญ่ลูกศิษย์จะไว้ใช้นับจำนวนคำภาวนา สัมมาอะระหัง ว่าท่องไปกี่ครั้งแล้ว เหมือนลูกประคำ ไม่มีอะไรซับซ้อน

พระชายแดนใต้รุดให้กำลังใจ

จากนั้นเวลา 10.30 น. ที่ห้องแก้วสารพัดนึก สภาธรรมกายสากล มีคณะสงฆ์จาก จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา กว่า 100 รูป นำโดยพระครูวิเชียรกิตติคุณ เจ้าคณะอำเภอรามัน จ.ยะลา และพระปลัดธันยากร อธิปญฺโย เลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมือง จ.นราธิวาส มามอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจพระธัมมชโย มีพระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นตัวแทนรับมอบ ทั้งนี้ พระครูวิเชียรกิตติคุณกล่าวว่า มาให้กำลังใจหลวงพ่อ ธัมมชโย เพราะที่ผ่านมา หลวงพ่อธัมมชโยมีความเป็นห่วงพระสงฆ์ชายแดนใต้ มีการถวายข้าวสาร อาหารแห้งไปยังพื้นที่มาโดยตลอด ขณะที่พระปลัดธันยากรกล่าวว่า จุดประสงค์หลักของปัญหาเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายนั้น ส่วนตัวมองว่าไม่ได้ต้องการทำลายวัดพระธรรมกายอย่างเดียว แต่ต้องการทำลายพระพุทธศาสนาในประเทศไทย เพราะหากวัดพระธรรมกายเป็นองค์กรทางพระพุทธศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีบุคลากรที่มีความรู้จำนวนมาก ยังถูกทำลายได้ ต่อไปวัดเล็กๆ อีกหลายแห่งคงไม่เหลือ และมองว่าการที่ญาติโยมวัดนี้บริจาค เงินจำนวนมาก ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะวัดนำเงินไปสร้างถาวรวัตถุทั้งหมด มีแต่คนที่มีอคติเท่านั้นที่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องผิดปกติ เพราะหวังที่จะทำลายพระพุทธศาสนา บอกได้เลยว่าหากวัดพระธรรมกายมีภัย วัดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่นิ่งดูดายแน่นอน

ต๊อกบอกดีเอสไอรายงานแล้ว

ขณะที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดเผยที่กระทรวงยุติธรรมว่า ในวันนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติตามหมายจับ เพื่อจับกุมพระธัมมชโย มาชี้แจงผลการทำงานให้ทราบ ข้อมูลเป็นไปตามที่สื่อรับทราบ ส่วน การปรับเปลี่ยนแผนดำเนินการครั้งต่อไปนั้น คณะพนักงานสอบสวนประชุมกันเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สำนวนถูกส่งไปที่อัยการแล้ว อัยการก็ต้องตรวจสอบ ต้อง รออัยการว่าจะให้พนักงานสอบสวนไปนำตัวผู้ต้องหาหรือไม่ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำตามอัยการ โดยปกติก็จะเป็นลักษณะนั้น คือการนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี

ทำตาม ก.ม.ไม่ได้ต่างกับคดีอื่น

พล.อ.ไพบูลย์เผยต่อว่า อีกประเด็นคือ หน้าที่ของพนักงานสอบสวนมีหมายจับอยู่ก็ต้องจับ ปกติคดีทั่วไปที่เป็นคดีอาญาลักษณะนี้ เมื่อได้หมายจับจากศาลแล้ว พนักงานสอบสวนจะไปจับกุมผู้ต้องหา ก็จะต้องขอหมายค้น ศาลได้อนุมัติหมายค้นให้แล้ว แต่อำนาจหน้าที่พนักงานสอบสวนก็ยังมีอยู่ อยากจับเมื่อไหร่ ก็ไปขอหมายค้น ส่วนจะได้หรือไม่ก็อยู่ที่ศาล ส่วนคดีอื่นๆก็สามารถขอหมายค้นได้ คดีนี้ไม่ได้ต่างกับคดีอื่น เป็นคดียักยอกทรัพย์ คดีฉ้อโกง ก็เหมือนทั่วไป มันต้องทำตามกฎหมาย

ป้องชุดทำงาน ทำตามคำสั่ง

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า ดีเอสไอจะมีการปฏิบัติ การจนนำไปสู่การจับกุมพระธัมมชโยได้หรือไม่นั้น ต้องอย่าลืมว่า นายกรัฐมนตรี และตนได้สั่งว่าจะต้องไม่ให้เกิดการปะทะ หรือเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ทำตามหน้าที่เขาแล้ว แต่สื่อหลายสำนักลงข่าวไปว่าล้มเหลวหรืออะไรนั้น จะล้มเหลวได้อย่างไร เพราะเจ้าหน้าที่ทำตามที่ตนสั่ง เขาไม่ต้อง การให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น เชื่อว่าสังคมก็พอรู้ตั้งแต่ เริ่มทำงานมา มีเหตุการณ์ มีล้อมรั้วลวดหนาม ก็รู้อยู่แล้ว แต่หน้าที่ของพนักงานสอบสวนเมื่อมีหมายจับก็ต้องไปทำหน้าที่ของตัวเอง เมื่อประเมินได้ในระดับ หนึ่งแล้ว เราถึงสั่งว่าไม่จำเป็นต้องไป เพราะไม่จำเป็นต้องขยายขอบเขตปัญหาให้มากขึ้น

จนท.อยู่ระหว่างชี้แจงศาล

“สิ่งที่ขยายจากเมื่อวานคือ การออกหมายเรียกผู้ที่ขัดขวางการทำงานเจ้าหน้าที่ทั้งหมด นี่คือสิ่งที่อธิบดีดีเอสไอมาชี้แจงกับตน เรื่องที่ 2 คือ สถานที่ ของวัด สามารถชุมนุมได้หรือไม่ ต้องตรวจสอบไป ถึงได้พูดว่าผลที่ตามมามันจะเป็นประเด็นของกฎหมายทั้งหมด และการตระเตรียมก็รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นเหตุจงใจชัดเจน ทั้งการปิดตาคลุมหน้าแสดงว่าจงใจไม่ได้มาปฏิบัติธรรม จงใจมาขัดขวางการจับกุมด้วยองค์ประกอบที่มันมีอยู่ ถ้าทำโดยบริสุทธิ์ใจท่านจะปิดหน้าทำไม แสดงว่าตัวเองกำลังจะทำผิดกฎหมาย ไม่อยากให้ตัวเองเป็นข้อมูลให้พนักงานสอบสวนดำเนินการได้ ตรงนี้ว่าตามกฎหมาย และ พฤติกรรมอันนี้พนักงานสอบสวนก็รายงานมา บอกไปว่าเป็นสิ่งที่ต้องไปชี้แจงกับศาล เจ้าหน้าที่กำลัง รายงานไปยังศาลยุติธรรม” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ทำตามกระบวนการยุติธรรม

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวอีกว่า อย่าลืมว่าสำนวนอยู่ที่อัยการ เมื่ออัยการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ต้อง มาบอกพนักงานสอบสวนว่าจะเอาตัวผู้ต้องหาหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่อัยการแล้ว หากอัยการร้องให้พนักงานสอบสวนไปนำตัวมา เจ้าหน้าที่ก็ต้องไปขอหมายค้น ทำตามกระบวนการยุติธรรม อีกประเด็นคือ พนักงานสอบสวนมีหมายจับอยู่ในมือ ถ้ามีความพร้อมและ เหตุผลเพียงพอที่จะกระทำก็ไปขอหมายค้น ตามอำนาจของตัวเองก็ได้

เชื่อดีเอสไอมีแผนเข้าค้นอีก

พล.อ.ไพบูลย์เผยต่อว่า กรณีวัดพระธรรมกาย ใช้อุปกรณ์หรือเทคโนโลยีไฮเทคในการสื่อสาร สั่งการแจ้งต่อๆกัน ต้องไปดูว่ามันขัดมาตรา 189 หรือไม่ ส่วนจะต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นกว่านี้ในการเข้าค้นจับกุมครั้งต่อไปหรือไม่ ต้องรอพนักงานสอบสวนประชุมก่อน ยังไม่ทราบว่าดีเอสไอจะเข้าค้นอีกครั้งเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่ามีแผนปฏิบัติการอยู่แล้ว ต้องตามจับกันต่อไป เพราะมันเป็นหน้าที่

อย่าไปผูกว่ามันคือการเมือง

รมว.ยุติธรรมกล่าวต่อว่า เหมือนที่พวกท่านถามเรื่องประชาธิปไตย ถ้าเราเห็นว่าคดีนี้มันคือคดีฉ้อโกงธรรมดาก็ปล่อยไป เขาจะอ้างอะไรก็อย่าไปผูกปัญหาว่ามันคือการเมือง และสิ่งที่อ้าง ก็อ้าง กันมาทุกอาทิตย์ เปลี่ยนการอ้างไปเรื่อยๆ แต่การอ้างอันนี้มันสมเหตุสมผลหรือไม่ สังคมก็ต้องดู เจ้าหน้าที่ทำตามกรอบกฎหมาย รวมถึงให้ความเป็น ธรรมและปฏิบัติเท่าคนอื่นที่ถูกดำเนินคดีในคดีนี้หรือไม่ เพราะไม่ได้จับกุมผู้ต้องหาเพียงคนเดียว ที่ผ่านมาคดีนี้ได้จับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 2-3 ราย และไม่เห็นว่าผู้ต้องหาจะร้องหาประชาธิปไตยเลย หรือร้องให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวน ประเด็นที่สอบก็เหมือนกันหมด ว่าได้เงินมาอย่างไร วิธีการได้อย่างไร ดังนั้น ก็ไม่ควรมองว่าเขาเป็นคนพิเศษ อะไร ยืนยันว่าดีเอสไอไม่ได้ล้มเหลวอะไรกับการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา

เอาทหารลุย เจ็บตายรับได้ไหม

รมว.ยุติธรรมเผยต่อว่า หากเกิดการสูญเสียเกิดการบาดเจ็บร้ายแรงขึ้นมา ตนว่าตรงนี้คือความล้มเหลวไม่ใช่หรือ สังคมยอมรับกับพฤติกรรมกฎหมู่และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของบุคคลเหล่านี้หรือไม่ ให้พวกท่านพิจารณาว่าระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีนี้ กับสิ่งที่ผู้ต้องหากระทำ ใครคือคนที่ไม่พยายามเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรม เราควรมองอย่างนั้น เมื่อมองแล้วสังคมควรกดดันไม่ใช่เจ้าหน้าที่อย่างเดียว และอย่าไปยอมรับเหล่านี้ เรื่องที่สังคมอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการกับเรื่องนี้ให้เรียบร้อยนั้น ตกลงอยากให้ตนเอาทหาร 5 กองพันไปปิดล้อมและจับตัวใช่หรือไม่ และก็เกิดการต่อสู้สูญเสียบาดเจ็บล้มตายเอาอย่างนั้นใช่หรือไม่ ทำได้แต่ทุกคนยอมรับได้ไหม มันคุ้มค่าไหม ที่ต้องแลกกับการจับกุมผู้ต้องเพียงคนเดียว ที่พยายามจะไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมอย่างนั้น หรือ ต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจว่าอะไรมันคือสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ท้ายที่สุดแล้วต้องดูว่าจะนำไปสู่การปิดล้อมหรือไม่ จะต้องลงทุนกันขนาดนั้น หรือไม่ ต้องตรึกตรอง ภาพที่เห็นทั้งหมด จะนำไป สู่ขั้นตอนการตัดน้ำตัดไฟเพื่อปิดล้อม จะไปถึงขนาดนั้น หรือไม่ สื่ออยากให้ตนตอบคำนี้แหละมั้ง มันยังไม่ได้พัฒนาไปถึงตรงนั้น

วานสังคมแนะ จะได้นำไปพิจารณา

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่ออีกว่า คำถามพวกนี้คือคำถามที่ทำให้เกิดความสะใจ มันเกิดประโยชน์กับสังคมหรือไม่ สะใจก็ได้ เอาตัวมาก็ได้ ก็ลองปิดล้อมให้หมดสิ และก็เข้าไปลุยกันรัฐบาลทำได้ แต่ ความสูญเสียสังคมจะยอมรับได้หรือไม่ เดี๋ยวก็ออกมาเป็นเรื่องอื่นอีก กับการที่จะต้องรอคอยให้เกิดความเหมาะสม ก็ไม่รู้ว่าเหมาะสมคืออะไร แต่สิ่งที่ถาม คือการนำกำลังไปปิดล้อมเอาตัวมาให้ได้ ณ วันนี้สถานการณ์มันต้องทำลักษณะนั้น พวกเราเห็นคำตอบอยู่อย่างเดียวว่าต้องใช้กำลังขนาดนี้ถึงจะเอาตัวมาได้ใช่หรือไม่ คุณต้องการให้ตอบว่าอีก 2-3 วันใช้กำลังทหารสัก 1 กองพล และตำรวจไปปิด จะให้ตอบอย่างนี้ใช่หรือไม่ แต่ถ้าให้ตอบโดยการใช้กำลังแบบเมื่อวาน ก็รู้ว่าไม่สามารถนำตัวมาได้ แต่ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรไม่ได้ หากต้องใช้กำลังขนาดนี้อีก เพื่อให้จับผู้ต้องหาหรือไม่ สังคมตอบกลับมาหน่อยสิ จะได้นำไปพิจารณา

ดีเอสไอเอาผิดลูกศิษย์

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า การดำเนินการของดีเอสไอที่ไม่สามารถนำหมายค้นเข้าไปถึงตัวธัมมชโยได้นั้น ส่วนตัวไม่อยากให้มองว่าเป็นมวยล้ม เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะเดียวกัน ก็พยายามไม่ให้เกิดความรุนแรง อย่างไรก็ตาม กรณีที่ดีเอสไอไปแจ้งความดำเนินคดีกับลูกศิษย์ธัมมชโยนั้น ตำรวจจะสอบสวนไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ว่าเข้าข่ายขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ส่วนการดำเนินการครั้งต่อไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้การสนับสนุนอยู่แล้ว แต่ยังระบุไม่ได้ว่าจะดำเนินการอีกเมื่อไหร่ แต่จะมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นระยะ ยืนยันว่า การดำเนินการใดๆก็ตามเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่ได้เข้าข้างผู้หนึ่งผู้ใด การถูกกล่าวหา ตามกฎหมายถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ยังมีกระบวนการอีกหลายขั้นตอนที่จะพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์

บิ๊กปูเร่งหาคนสั่งการขวาง

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ขึ้นบัญชีดำพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ห้ามออกนอกประเทศ ขณะที่ดีเอสไอได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ในทุกข้อหาที่เกี่ยวข้อง พร้อมทยอยส่งภาพนิ่งและวีดิโอให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว จะเรียกมาสอบสวนดำเนินคดี พร้อมขยายผลถึงผู้สั่งการในการขัดขวางเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดก็ตาม เบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานว่าธัมมชโยเป็นผู้สั่งการหรือไม่ ในส่วนของตำรวจ พอใจการปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ไม่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือที่ 3 และตำรวจพร้อมสนับสนุนกำลังพลทันทีหากดีเอสไอร้องขอ

ดีเอสไอแจ้งกลุ่มลูกศิษย์ 3 ข้อหา

ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พ.ต.ท.ธรณ์ วังทองทักษ์ สว. (สอบสวน) สภ.คลองหลวง เจ้าของคดี ที่ เจ้าหน้าที่กองคดีดีเอสไอเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี กลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจค้นวัดพระธรรมกายเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า คดีนี้มีการแจ้งให้ดำเนิน คดี 3 ข้อหา คือ ช่วยเหลือผู้ต้องหาให้พ้นจากการจับกุม ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และชุมนุมในที่สาธารณะ ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปแล้ว และจะต้องเรียกฝ่ายวัดพระธรรมกายมาสอบสวน ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าผู้กระทำผิดมีกี่คน และเป็นใครบ้าง กำลังตรวจสอบกล้องวีดิโอของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ รวมทั้งภาพวีดิโอและภาพนิ่งจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ รวมทั้งการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

สุวพันธุ์ โบ้ยตอบ รบ.ถูกหักหน้า

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า มอบหมาย พศ. ให้ทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ และดีเอสไอ เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นจบลงโดยได้รับการยอมรับจากสังคม เชื่อว่าคงเห็นแล้วอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่ เรื่องนี้จะเป็นบทเรียนของสังคมต่อไป เรื่องนี้ต้องจบด้วยข้อกฎหมาย ถ้าทุกฝ่ายเดินตามข้อกฎหมาย จะไม่มีประเด็นยืดเยื้อหรือข้อขัดแย้ง ขอให้รอดูดีเอสไอว่าจะมีมาตรการอะไรต่อไป เมื่อถามย้ำว่าการที่ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายยื่นเงื่อนไขว่า พระธัมมชโยจะมอบตัวก็ต่อเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้ว นายสุวพันธุ์กล่าวว่า การปฏิบัติตามกฎหมายจะมีเงื่อนไขอื่นขึ้นมาได้หรือไม่ ถ้าทุกคนมีเงื่อนไข ก็จะอ้างเงื่อนไขต่อๆไป เราต้องยึดกฎหมาย การตั้งเงื่อนไขบางอย่างสังคมรู้และเข้าใจดีว่าเป็นอย่างไร สังคมเรียนรู้อะไรได้เยอะแล้ว เมื่อถามว่าการที่ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายยื่นเงื่อนไขดังกล่าว หักหน้ารัฐบาลและ คสช.หรือไม่ นายสุวพันธุ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

วิษณุ ชี้ จะมอบตัว ตั้งเงื่อนไขไม่ได้

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ให้เป็นเรื่องดีเอสไอพูดเอง ส่วนเงื่อนไขที่ว่าให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้วจึงจะมอบตัวนั้น รับทราบไว้ แต่ไม่ขอแสดงความเห็น เมื่อถามย้ำว่าตามกฎหมาย เงื่อนไขนี้อ้างได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวตอบว่า อ้างไม่ได้ ไม่ว่าเงื่อนไขอื่นใดไม่ได้ทั้งนั้น การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายกำหนด ถ้าฝ่าฝืนหมายค้นจะต้องทำอย่างไร มีกระบวนการอยู่ ดังนั้นจะยกข้อแก้ตัวอื่นใดไม่ได้ ยกมาก็ฟังไม่ขึ้น เจ้าหน้าที่เจอการขัดขวางหมายศาลมามากแล้ว หากหมายค้นหมดอายุแล้วก็ไม่เป็นไร ขอใหม่ได้ จะขอทุกวันก็ได้ ไม่แปลกอะไร เมื่อถามว่าการที่ลูกศิษย์ไปนั่งสวดมนต์หน้าวัดจำนวนมากนั้น เป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขอไม่ตอบ ให้เจ้าหน้าที่วินิจฉัยเอง แต่เท่าที่ฟังการแถลงของเจ้าหน้าที่ถือว่าพูดดี และเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่พยายามปฏิบัติหน้าที่อย่างละมุนละม่อม อาจไม่ถูกใจหรือไม่สะใจใครบางคน แต่ในฐานะผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องชั่งน้ำหนักว่าผลดีผลเสียเป็นอย่างไร เขารู้ดี ส่วนคนอื่นอาจจะไม่รู้ก็แสดงความเห็นไป แต่อยากให้เข้าใจหัวอกของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วย

คสช.รับเฝ้าติดตามสถานการณ์

ส่วนที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวเช่นกันว่า ถือเป็นคดีปกติทั่วไป ดีเอสไอคงมองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องค่อยเป็นค่อยไป ให้เกียรติกันในแต่ละส่วน แต่ยังคงดำเนินการทุกอย่างไปตามกระบวนการยุติธรรมที่เป็นหลักสากล ไม่ได้ใช้สิ่งที่นอกเหนือไปจากกรอบกติกา หากติดตามข่าวสารต่อเนื่องจะเห็นว่าพระธัมมชโยไม่ได้เข้ามามอบตัว โดยระบุว่ามีอาการป่วย แต่ล่าสุดได้เบี่ยงเบนประเด็นอ้างว่าบ้านเมืองขาดหลักประกันในกระบวนการยุติธรรม ทำให้สังคมเกิดความสับสน ต้องช่วยกันพิจารณาด้วย แต่ในส่วนของ คสช.จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่เฉยๆ จากเหตุผลของศิษยานุศิษย์ว่ารอให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยก่อนถึงจะมอบตัวนั้น คงต้องไปถามดีเอสไอ ในส่วนของ คสช.มองภาพรวมทั่วไป แต่อาจทำให้สังคมเข้าใจว่าเป็นเรื่องของการเมือง คสช.ไม่อยากให้ถูกนำไปเชื่อมโยงกับความมั่นคงและการเมือง เพราะทางวัดเองก็เคยยืนยันว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

อ้าง ปชต.ถือว่าเปิดเผยตัวตน

พ.อ.ปิยพงษ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ผ่านมาไม่ได้ล้มเหลว การที่เจ้าหน้าที่ถอยก็เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมต่อไป ส่วนข้ออ้างเรื่องประชาธิปไตยนั้น เป็นการเปิดเผยตัวตนว่า อิงอยู่กับการเมืองฝ่ายใด เจ้าหน้าที่คงไม่สามารถทำตามได้ ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย แม้จะไม่ได้ตัวผู้ต้องหา แต่เราได้ข้อมูลจากสิ่งที่เห็น ทั้งเรื่องสถานที่ตั้ง พื้นที่ด้านในบางส่วน ภาพกลุ่มแกนนำ นอกจากนั้น ยังพบข้อมูลว่ามีพระมาจากภาคใต้ มวลชนจากภาคอีสานที่เข้ามา 2 วันก่อนที่เจ้าหน้าที่เข้าไป แน่นอนว่ามวลชนเหล่านี้คือผู้ที่นับถือวัดพระธรรมกาย แต่ต้องดูว่ามีใครบ้างเป็นแกนนำ คนจำนวนมากขนาดนั้นมีองค์ประกอบอย่างไร

ตามรอยธุรกรรมกลุ่มคนสนับสนุน

เมื่อถามว่า จะตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทาง การเงินวัดพระธรรมกาย และกลุ่มผู้สนับสนุนหรือไม่ พ.อ.ปิยพงษ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ติดตามอยู่ เรามองว่ามาจากใคร ใครให้การสนับสนุน ให้สิ่งของ หรือตัวเงิน เจ้าหน้าที่ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ตัวพระธัมมชโยอย่างเดียว แต่ติดตามข้อมูลอื่นด้วย เช่น พอประกาศว่าจะดำเนินคดีกับผู้ขัดขวางการจับกุม ก็นำผ้ามาปิดหน้าเพื่อไม่ให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) คงต้องตั้งด่านตรวจรอบวัดพระธรรมกายเพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย เพราะเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน และสังคมที่จับตามองอยู่ ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุแทรกซ้อน ส่วนกรณีที่วัดมีทั้งบอลลูน และโดรนถ่ายภาพทางอากาศนั้น เป็นอีกประเด็นที่สื่อจะช่วยให้ประชาชนได้เห็นว่า เครื่องมือเช่นนี้มีความจำเป็นเพื่อใช้ในพื้นที่การปฏิบัติธรรมหรือไม่

“ไพบูลย์” เชื่อจับได้แน่ใน รบ.นี้

ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ข้ออ้างเรื่องให้เป็นประชาธิปไตยก่อนนั้น ถือเป็นการเปิดเผยธาตุแท้ 2 ประการ คือ 1.ที่เคยอ้างว่าวัดพระธรรมกายไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แสดงว่าพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย เกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรง 2.แสดงให้เห็นว่าพระธัมมชโย ไม่ประสงค์จะเข้าต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้น สำหรับดีเอสไอถือว่าทำตามหน้าที่ มีการขอหมายค้นจากศาลและเข้าไปในวัด ที่ผ่านมาที่ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย อ้างว่าวัดพระธรรมกายจะไม่ใช้กำแพงมนุษย์ ไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ จะไม่หลีกหนีกระบวนการยุติธรรม สังคมเห็นแล้วว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เชื่อว่าดีเอสไอคงใช้เวลาดำเนินการนำตัวพระธัมมชโยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไม่เกินรัฐบาลนี้

“ประสาร” จี้ดีเอสไอจัดการตาม ก.ม.

ขณะที่นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต สปช. กล่าวว่า ภาพที่เกิดขึ้นแปลว่าวัดพระธรรมกายประกาศตนเป็นรัฐอิสระจากราชอาณาจักรไทยไปแล้ว การเข้าตรวจค้นของดีเอสไอต่อหน้าสื่อมวลชน มีผล 2 ด้าน คือ 1.แสดงให้เห็นต่อสาธารณะว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการโดยชอบตามกฎหมาย ใช้ความละมุนละม่อม 2.เป็นการเปลือยสบงจีวรให้เห็นความตลบตะแลงรายวัน ก่อนนี้บอกว่าอาพาธหนัก แต่วันนี้มาอ้างเรื่องประชาธิปไตย นับเป็นการท้าทายของรัฐอิสระธรรมกายต่อราชอาณาจักรไทยครั้งสำคัญที่ดีเอสไอและกระบวนการยุติธรรมไทยจะย่อหย่อนไม่ได้ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายสถานเดียว ถ้ายอมได้คราวนี้จะมีคดีท้าทายอื่นตามมาอีก

ว่อนเน็ต ร้องศาลปกครองเบรกดีเอสไอ

เย็นวันเดียวกัน มีการส่งต่อข้อความทางโซเชียล มีเดียระบุว่า “ด่วนมาก ศาลปกครองรับเรื่อง วันพฤหัสบดีที่ 16 มิ.ย.59 เวลา 16.10 น. ยื่นฉุกเฉินต่อศาลปกครอง ขอความคุ้มครอง ขอโปรดระงับการใช้กฎหมายโดยทุจริตของทีมดีเอสไอ และหน่วยงานของภาครัฐที่ทำงานร่วมกับดีเอสไอ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวเนื่องที่ได้ร่วมกระทำการอ้างกฎหมายใช้กฎหมายสร้างข้อกล่าวหาให้กับพระสงฆ์ และสถาบันพระพุทธศาสนาด้วยวิธีการอันผิดจริยธรรมที่ดีงาม....” และได้มีการลงหมายเลขโทรศัพท์ 0-2141-0220-1 ให้ติดตามเรื่องร่วมขอความเป็นธรรมที่ฝ่ายความเคลื่อนไหวคดี สำนักงานศาลปกครองกลางนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อเท็จจริง พบมีผู้เข้ายื่นบันทึกข้อความลักษณะดังกล่าวต่อศาลปกครองจริง เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. แต่เมื่อฝ่ายรับฟ้อง ได้ตรวจสอบพบว่า คำร้องไม่เป็นไปตามรูปแบบคำฟ้องที่จะยื่นในศาลปกครอง ที่ต้องมีเนื้อหาพอให้เข้าใจถึงพฤติการณ์ การกระทำที่ให้เกิดความเสียหาย จึงไม่อาจรับบันทึกนั้นไว้ได้ เพราะยังไม่เป็นคำฟ้อง

ศรีวราห์เร่งหาคนสั่งการขวางดีเอสไอค้นวัดพระธรรมกาย แต่ยังไม่พบหลักฐานเจ้าอาวาสรูปดังอยู่เบื้องหลัง สตม.ขึ้นบัญชีดำห้ามพระธัมมชโยออกนอกประเทศ “บิ๊กต๊อก” กางปีกป้องดีเอสไอไม่ได้ล้มเหลวค้นวัดพระธรรมกายแต่ถือว่าทำตามคำสั่ง... 18 มิ.ย. 2559 05:07 18 มิ.ย. 2559 05:09 ไทยรัฐ