วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับตาอังกฤษป่วนเศรษฐกิจโลก

ธปท.-ตลาดหุ้น-พาณิชย์ เตือนเอกชนไทยรับมือ

แบงก์ชาติ–ตลาดหุ้น–พาณิชย์ จับตาความผันผวนตลาดเงิน—ตลาดทุน ชี้ยิ่งใกล้ Brexit 23 มิ.ย. ตลาดยิ่งผันผวนสูง ยันไทยมีความสามารถรับมือ เตือนเอกชนผิดความเสี่ยงรับมือ ขณะที่แนะภาคการเงินไทยรุกตลาดอินโดจีน นำโมเดลความสำเร็จโลว์คอสต์ แอร์ไลน์มาเป็นบทเรียน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาในงาน CLMVT Forum 2016 : Towards a Shared Prosperity ในหัวข้อเรื่อง “Financial Connectivity in CLMVT” ว่า การพัฒนาภาคการเงินเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงถือเป็นรากฐานที่สำคัญ และช่วยสร้างบรรยากาศการเติบโต ทั้งนี้ การเชื่อมโยงกันระหว่างภูมิภาคเปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ ถ้าเครือข่ายของต้นไม้ดี ต้นไม้ก็จะเติบโต การเชื่อมโยงทางการเงินกับภาคธุรกิจก็เช่นกัน หากเชื่อมโยงกันได้ดีเศรษฐกิจก็จะขยายตัว อย่างไรก็ตาม หากไม่มีระบบที่มีประสิทธิภาพ ก็ยากที่จะรับมือกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นได้ การร่วมมือกันระหว่างรัฐและเอกชนจึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ระบบการเงินแข็งแกร่ง และเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างตรงจุดด้วย

“ภาคธุรกิจการเงินในกลุ่มประเทศ CLMVT ยังมีช่องทางอีกมากที่จะนำเสนอการให้บริการทางการเงินในรูปแบบใหม่ๆ ออกมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ใช้บริการ ที่นับวันจะมีความต้องการใช้บริการทางการเงินที่มีความทันสมัยและสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งนี้ ภาคธุรกิจการเงินของไทยควรนำรูปแบบโมเดลความสำเร็จของธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ หรือ โลว์คอสต์ แอร์ไลน์ มาใช้เป็นแนวทางในการเชื่อมโยง”

ทั้งนี้ ผู้ว่าการ ธปท. ยังกล่าวต่อถึงนโยบายสำคัญ 5 ปัจจัย ที่จะช่วยเชื่อมโยงภาคการเงินในกลุ่มประเทศ CLMVT ให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ 1.การส่งเสริมให้มีการเปิดเสรีของภาคการเงินในประเทศให้มีความหลากหลายและมีการบูรณาการระหว่างกันในระดับภูมิภาค โดยในส่วนนี้ ธปท. มั่นใจว่าระบบ National e-Payment จะช่วยตอบสนองนักธุรกิจให้เข้าถึงบริการทางการเงินระหว่างกันในกลุ่มประเทศได้ 2.ไทยควรมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเครดิตบูโรที่จะเป็นประโยชน์ 3.ยกระดับมาตรฐานของกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงและทำให้เกิดระบบที่เป็นประโยชน์ในทิศทางเดียว 4.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพิ่มขีดความสามารถและทักษะต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตของภูมิภาค และนวัตกรรมใหม่ และ 5. การยกระดับบริการด้านการเงินเฉพาะด้านให้ลึกและกว้างมากขึ้น

นายวิรไทยังได้กล่าวถึงความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้นจากกรณีที่ประเทศอังกฤษจะลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit หรือไม่ ในวันที่ 23 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ ว่า สถานการณ์ดังกล่าวมีโอกาสสร้างความผันผวนให้กับตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกสูง โดยจะยิ่งผันผวนมากขึ้นเมื่อใกล้วันลงประชามติสัปดาห์หน้า โดยตลาดเงินตลาดทุนเคลื่อนไหวได้ 2 ทิศทาง โดยเฉพาะความผันผวนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากนักลงทุนจะลดความเสี่ยงก่อนทราบผลการลงประชามติ ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำและปลอดภัยกว่า ภาคเอกชนต้องบริหารความเสี่ยงและปิดความเสี่ยงให้ดี เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนที่จะเกิดขึ้น

“ธปท.ยืนยันว่า มีเครื่องมือทางการเงินที่เพียงพอที่จะดูแลความผันผวนและจะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย และอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทไม่ให้มีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และหากอังกฤษลงประชามติออกจากอียูจริง ธปท.จะต้องติดตามความเสี่ยงระยะกลางและยาวต่อไป เช่น การเจรจาข้อตกลงกับยุโรปจะกระทบต่อความสัมพันธ์และภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะเชื่อมโยงถึงตลาดเงินตลาดทุนให้ผันผวนในระยะต่อไป”

ด้านนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยอมรับว่านักลงทุนมีความกังวลต่อการตัดสินใจของอังกฤษ เห็นได้จากการเทขายหุ้นในช่วงวันก่อนหน้า ซึ่งใกล้วันลงประชามติจะมีกระแสข่าวต่างๆออกมา ยิ่งทำให้นักลงทุนเกิดความตื่นตระหนกมากขึ้น ดังนั้น นักลงทุนจะต้องมองปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนในการตัดสินใจลงทุน

ทั้งนี้ แม้ว่านักลงทุนอังกฤษจะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยไม่มาก แต่เนื่องจากอังกฤษเป็นเมืองศูนย์กลางของการลงทุนหลักของโลกแห่งหนึ่ง จึงทำให้เกิดผลกระทบตลาดหุ้นทั่วโลกและจะส่งผลทางอ้อมมายังตลาดหุ้นของไทยด้วย ดังนั้น ตลท.จึงจะติดตามสถานการณ์และข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้น

ขณะที่นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า หากผลการลงประชามติของสหราช อาณาจักรเกี่ยวกับการแยกตัวออกจากสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) หรือ Brexit ออกมาว่าเห็นชอบให้แยกตัวจากการเป็นสมาชิก EU เชื่อว่าจะส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาและสร้างความตื่นตระหนกทั่วโลกในระยะสั้น แต่ในส่วนของการติดต่อค้าขายกับไทยนั้น คาดว่าจะไม่มีผลทำให้การค้าต้องชะงักงันลง เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้มีการติดต่อค้าขายกับสหราชอาณาจักรมากนัก และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ไทยได้รับจาก EU รวมไปถึงสถานภาพของไทยกับ EU ยังอยู่ในสถานะเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือได้รับผลกระทบใดๆ จากเรื่องดังกล่าว.

แบงก์ชาติ–ตลาดหุ้น–พาณิชย์ จับตาความผันผวนตลาดเงิน—ตลาดทุน ชี้ยิ่งใกล้ Brexit 23 มิ.ย. ตลาดยิ่งผันผวนสูง ยันไทยมีความสามารถรับมือ เตือนเอกชนผิดความเสี่ยงรับมือ ขณะที่แนะภาคการเงินไทยรุกตลาดอินโดจีน... 18 มิ.ย. 2559 02:56 18 มิ.ย. 2559 02:56 ไทยรัฐ