วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กต๊อก' แจงปัดถอนยาเสพติดออกจากบัญชี ชี้โลกมองเป็นเรื่อง สธ.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผย ไม่ได้ถอนยาเสพติดออกจากบัญชี เป็นเพียงข้อเสนอแนวทางหนึ่ง หลังร่วมประชุมสมัชชาใหญ่ฯ ระบุ จะทำอย่างไรให้สังคมอยู่ร่วมกับยาเสพติดได้อย่างปลอดภัย ชี้ โลกมองยาเสพติดเป็นเรื่องสาธารณสุข

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 17 มิ.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวที่ว่า กระทรวงยุติธรรมเตรียมลดโทษยาเสพติด ประเภท 1 หรือยาบ้า ให้เป็นยารักษาโรค โดยความดูแลของระบบสาธารณสุข ว่า หลังเข้าประชุมร่วมสมัยพิเศษของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเรื่องยาเสพติด หรือ UNGASS 2016 ที่เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นวาระพิเศษเกี่ยวกับยาเสพติด ได้มีการกำหนดแนวทางการใหม่ โดยแนวทางเดิมคือแนวทางที่ให้โลกปราศจากยาเสพติด และประกาศสงครามกับยาบ้า ใช้ระบบปราบการจับกุมอย่างเดียว แต่ระบบการป้องกัน และฟื้นฟูก็ตามมา เรื่องทิศทางนโยบายยาเสพติดโลก เตรียมปรับยาบ้าให้เป็นยารักษาในระบบสาธารณสุข

ที่ผ่านมาประเทศไทยประกาศสงครามยาเสพติดแต่ไม่ได้ผล กลับมีนักโทษคดียาเสพติดล้นเรือนจำ และเป็นปัญหาที่หลายฝ่ายมองว่า แก้ไม่ตรงจุด โดยในที่ประชุมแต่ละประเทศที่สามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้สำเร็จ หยิบยกกรณี ตัวอย่าง คือ ให้มองว่า ผู้ใช้ยาเสพติด เป็นผู้ป่วยกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องรับการบำบัดรักษา และเตรียมระบบสาธารณสุขในการบำบัด ฟื้นฟูผู้ป่วยที่ดี จะสามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้ 

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทยมองว่า ที่ผ่านมากว่า 30 ปี ไทยประกาศทำสงครามกับยาเสพติดมาโดยตลอด และค่อนข้างชัดเจนว่า มาตรการ ปราบปรามไม่สามารถแก้ปัญหายาเสพติดให้หมดไป ซึ่งประเทศไทยยาเสพ ติดประเภท ยาบ้าและไอซ์ ถือว่าแพร่ระบาดมากที่สุด และสารตั้งต้นบางตัวในยาเสพติดประเภทนี้ คือ เมทแอมเฟตามีน ที่ถูกจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 เป็นวัตถุออกฤทธิ์ทางประสาท แต่มีผลใช้รักษาโรคหอบหืด เหงาหลับ สมาธิสั้น ซึมเศร้า ซึ่งต่างจากฤทธิ์ของสุราและบุหรี่ที่ทำลายสมองมากกว่า เพราะองค์ประกอบของยาเสพติดจากฝิ่น มันเป็นองค์ประกอบของยารักษาโรค ซึ่งจำเป็นต้องปลูกและต้องมี แต่คนก็นำไปใช้ผิดประเภท เพราะยาเสพติดที่เกิดจากสารเคมีมันเกิดจากสารตั้งต้นที่เอานำมาใช้ทำน้ำหอมหรือฟอกหนัง ซึ่งมันก็เกิดอุตสาหกรรมอื่นตามมา โดยเราไม่สามารถตัดต้นต่อของส่วนผสมยาเสพติดได้

"เราจะอยู่กับยาเสพติดได้อย่างไร โดยที่สังคมต้องปลอดภัย ไม่เสียหายกับยาเสพติด ซึ่งมันต้องคิดวิธีการนี้ให้ได้ ไม่สามารถที่จะทำให้ยาเสพติดหมดไปจากประเทศไทยได้ ต้องทำให้ยาเสพติดไม่เป็นภัยต่อสังคมให้ได้ หรือทุเลาเบาบางลง ไม่เป็นปัญหา วันนี้โลกได้มองยาเสพติดเป็นเรื่องของสาธารณสุข เป็นเรื่องของสุขภาพ และการเข้าถึงยาที่มีส่วนผสมของยาเสพติดได้อย่างไร และมองเห็นคนเสพยาเสพติดเป็นคนป่วย เป็นโรคหนึ่งที่ต้องได้รับการบำบัดเยียวยาอย่างที่เหมาะสมจนหายขาด อันนี้คือกรอบมันมีเหตุมีผลมีงานวิชาการ ว่าการประกาศสงครามกับยาเสพติดไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แนวคิดที่พูดกันมาเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และหลายประเทศได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งเขาก็อยู่กับยาเสพติดได้อย่างเหมาะสมโดยไม่เป็นภัยต่อสังคม" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

รมว.ยุติธรรม เผยอีกว่า ผลจากการประชุมวงใหญ่ UNGASS จึงถูกหยิบเข้าที่ประชุม เรื่องทิศทางนโยบายยาเสพติดโลก ที่จัดขึ้นโดยศาลฎีกา ร่วมกับสำนักกิจการในพระราชดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำนักงาน ป.ป.ส. และศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เตรียมผลักดัน ปรับวิธีการแก้ปัญหายาเสพติดในประเทศไทย ซึ่งต้องสร้างการรับรู้ใหม่ และทำให้สังคมยอมรับว่าจะอยู่ร่วมกับยาเสพติดอย่างไรไม่ให้ยาเสพติดเป็นภัยต่อสังคม โดยจะเรียกประชุมในสัปดาห์หน้า จะให้สังคมรับรู้ได้อย่างไร และจะเตรียมความพร้อมองค์กรต่างๆ ได้อย่างไร การมองยาบ้าเป็นเรื่องอาชญากรรมมันต้องมาทบทวน ขณะนี้เราได้แก้กฎหมายยาเสพติดแล้ว แต่แก้ในการพิจารณาการลงโทษให้เกิดความชัดเจน เพื่อลงโทษผู้ค้ารายใหญ่ แหล่งผลิตเป็นหลักมากกว่า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผย ไม่ได้ถอนยาเสพติดออกจากบัญชี เป็นเพียงข้อเสนอแนวทางหนึ่ง หลังร่วมประชุมสมัชชาใหญ่ฯ ระบุ จะทำอย่างไรให้สังคมอยู่ร่วมกับยาเสพติดได้อย่างปลอดภัย ชี้ โลกมองยาเสพติดเป็นเรื่องสาธารณสุข 17 มิ.ย. 2559 17:17 17 มิ.ย. 2559 22:07 ไทยรัฐ