วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกต.ติวเข้มครู ก.พีอาร์ประชามติ ตั้งเป้าคนออกใช้สิทธิ 80 % ขออย่าชี้นำ

กกต. ติวเข้ม ครู ก.รุ่น 5 ชี้แจงประชามติ ตั้งเป้าคนใช้สิทธิออกเสียง 80 เปอร์เซ็นต์ ขออย่าชี้นำ ปัดแสดงความเห็น ปม ก๊วนเพื่อไทยแห่โพสต์ FB ปลุกไม่รับร่างฯ

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ นายประวิช รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการมีส่วนร่วม เป็นประธานเปิดการประชุมอบรมวิทยากร ครู ก.เพื่อเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ รุ่นที่ 5 โดยกล่าวว่า ครู ก.คือ ทัพหน้าของ กกต.แม้จะไม่มีการเลือกตั้งมา 2 ปี แต่เราทำงานอย่างแข็งขันในการสร้างเครือข่ายตลอด 2 ปี ที่ผ่านมา การทำประชามติจึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับทุกท่าน หน้าที่ของเรา 2 ส่วน คือ 1.การเตรียมการออกเสียงลงคะแนน ซึ่งอยู่ในฝีมือของทุกคนและเป็นที่ยอมรับ และ 2. การสื่อสาร ที่ต้องการให้มีการออกเสียงคุณภาพโดยพลเมืองคุณภาพ ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ร้อยละ 80 เป็นการตั้งเป้าสูงเพื่อให้คุ้มแรงเหนื่อย

นอกจากนี้ ยังขอให้เร่งรณรงค์เพราะการออกเสียงประชามติครั้งนี้ไม่มีการออกเสียงล่วงหน้า และนอกราชอาณาจักร ดังนั้น ให้เร่งรณรงค์และชักชวนให้ประชาชนไปลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัด ซึ่งเหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์ที่จะเปิดโอกาสให้ลงทะเบียน และจะหมดเขตในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มจำนวนคนออกมาใช้สิทธิ อย่างไรก็ตามในการรณรงค์ ไม่ต้องสนใจว่าประชาชนจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้ออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด และลดจำนวนบัตรเสียให้มีไม่เกินร้อยละ 3 การรณรงค์จะต้องไม่ชี้นำ และไม่ต้องอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญเพราะเป็นหน้าที่ของ กรธ.    

          
นายประวิช กล่าวต่อว่า กรณีมาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ประชามติ ที่มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น ตอนนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล แต่เชื่อว่าไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร จะไม่กระทบต่อการทำประชามติ เพราะมาตรา 7 เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในการที่จะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ และเผยแพร่ความเห็นได้ ทั้งนี้ตัวกฎหมายมีโทษทางอาญา กกต.ไม่ได้ไปตัดสิน แต่ประชาชนที่เห็นการกระทำผิดไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษได้ ดังนั้นอะไรที่สุ่มเสี่ยงอย่าไปทำ
          
จากนั้น นายประวิช ได้กล่าวถึงกรณีแกนนำพรรคเพื่อไทยโพสต์เฟซบุ๊กไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตนวินิจฉัยไม่ได้ เพราะ พ.ร.บ.ประชามติ รองรับการแสดงความคิดเห็นที่สุจริตบนข้อกฎหมาย ซึ่งยังไงก็ไม่ผิด แต่ผู้แสดงความคิดเห็นต้องรับผิดชอบ ว่าไม่ได้บิดเบือน หลอกลวง และอยู่บนข้อเท็จจริง ซึ่ง สนช.ก็อธิบายมาตลอดว่าต้องการเห็นความสงบเรียบร้อย การทำประชามติในครั้งนี้มีระยะเวลายาวนานกว่าการทำประชามติปี 50 ต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจ และในช่วงนั้นไม่มีไลน์ ไม่มีเฟซบุ๊ก ที่เปิดกว้างมากขึ้น ดังนั้นคนที่แสดงความคิดเห็นใดๆ ต้องรับผิดชอบและแสดงความเห็นบนความเป็นจริง ซึ่งที่ผ่านมาก็แสดงความเห็นได้เรียบร้อยดี
          
ส่วนกรณีที่กลุ่ม นปช.จะยื่นให้ยูเอ็นเข้ามาสังเกตการณ์การจัดตั้งศูนย์ปราบโกงประชามตินั้น นายประวิช ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยบอกว่า กกต.มีหน้าที่เพียงรักษาการตาม พ.ร.บ.ประชามติเท่านั้น ดังนั้นจะพยายามทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด ส่วนกฎหมายอื่นก็มีผู้รักษาการอยู่หรือในเรื่องความผิดอื่นนอกเหนือที่ กกต.รักษาการไม่ใช่หน้าที่ของ กกต.จะไปวินิจฉัย

กกต. ติวเข้ม ครู ก.รุ่น 5 ชี้แจงประชามติ ตั้งเป้าคนใช้สิทธิออกเสียง 80 เปอร์เซ็นต์ ขออย่าชี้นำ ปัดแสดงความเห็น ปม ก๊วนเพื่อไทยแห่โพสต์ FB ปลุกไม่รับร่างฯ 17 มิ.ย. 2559 16:09 17 มิ.ย. 2559 17:37 ไทยรัฐ