วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'คิวชู-คะโงะชิมะ' โรแมนติกแห่งเกาะใต้

มุมมองจากห้องพักในโรงแรม.

เพียง 4 ชั่วโมงเศษ บนเครื่องแอร์บัส 330 ของการบินไทย เราก็มาถึงสนามบินฟูกุโอกะ บนเกาะคิวชู เกาะที่อยู่ตอนใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น ถ้าจำกันได้ ฝันร้ายของผู้คนบนเกาะนี้เพิ่งผ่านไปหมาดๆ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แต่ญี่ปุ่นก็คือญี่ปุ่น ไม่ว่าจะผ่านเหตุการณ์ที่เลวร้ายสักเพียงใด พวกเขาจะพร้อมใจกันฟื้นฟูประเทศที่เป็นแผ่นดินเกิดของพวกเขาให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด ทำให้ภาพของฟูกุโอกะที่เราเห็นวันนี้ จึงเหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ผู้คนใช้ชีวิตเหมือนปกติ มีเจ้าหมีคุมะมง หรือคุมะม่อน (Kuma-mon) มาสคอตประจำเกาะคิวชู ทำหน้าที่โปรโมตเชิญชวนให้ผู้คนมาเที่ยวเกาะคิวชูและเมืองคุมาโมโตะ....!!

จากสนามบินฟูกุโอกะ เรานั่งรถ คิวชูชินคันเซน ต่อไปยังเมือง คะโงะชิมะ หรือ คาโกชิมา(Kagoshima) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของเกาะ คิวชู จุดหมายแรกของการท่องเที่ยวคราวนี้ คือ ภูเขาไฟซากุระจิมะ (Sakurajima) หนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคงปะทุมากที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองคะโงะชิมะ หรือคาโกชิมา มองจากที่ไกลๆจะเห็นควันลอยอยู่ที่ปากปล่องของภูเขาไฟตลอดเวลา ถือเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้น สำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ไม่เคยเห็นภูเขาไฟคุกรุ่นอย่างเราๆ และด้วยความเป็นทริปออกจะวีไอพี เล็กน้อย ทันทีที่ไปถึงคะโงะชิมะ ท่านนายกเทศมนตรีของเมืองมารอต้อนรับคณะของเราด้วยตนเอง พร้อมกับไกด์สาวหน้าตาน่าเอ็นดูอีก 2 คน ที่พร้อมพาพวกเราตะลุยเที่ยวเมืองนี้กันแบบอะเมซซิ่ง...คะโงชิมะกันเลยทีเดียว...

อาหารมื้อแรกในคะโงะชิมะ เป็นทงคัตสึ เจ้าดังของเมือง ชื่อ Meat&Meet KAREN ที่เจ้าบ้านยืนยันว่าเป็นร้านดัง 1 ใน 10 ของเมือง ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพราะรสชาติของเนื้อนุ่มๆกินกับซอสทงคัตสึสไตล์ของร้าน อร่อยอย่าบอกใคร...และเพื่อให้รู้จักความน่ารักอย่างมีสไตล์ของเมือง 2 ไกด์สาว จึงพาพวกเราไปตบท้ายด้วยของหวาน เป็นน้ำแข็งไสร้านเก่าแก่ของเมืองที่เกิดมานานกว่า 70 ปี ที่ย่าน เทนโมคัง (Tenmonkan) ที่หน้าร้านมีหมีอีกตัวชื่อเจ้า มูจากิโกะ (Mujakikko) เป็นหมีขาวเรียกลูกค้าของร้าน หลังอิ่มหนำสำราญแล้ว พวกเราก็เดินไปต่อกันที่ศาลเจ้า เทรุกูนิ (Terukuni) ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ชาวเมืองให้ความเคารพ เลยต้องแวะเข้าไปสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลสักหน่อย...

ช่วงเย็น นักธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของเกาะ คิวชู จัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะอย่างเป็นทางการ ดูเจ้าภาพจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เพราะแม้แต่ป้ายและโบรชัวร์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยังพิมพ์เป็นภาษาไทย อีกอย่างที่ควรรู้สำหรับการไปเที่ยวคะโงะชิมะ คือ ที่นี่เป็นเมืองหลวงของแหล่งออนเซนที่ดีที่สุด ซึ่งต้องบอกว่า เวลาที่นอนแช่น้ำแร่ที่ร้อนกำลังดี พร้อมชมทัศนียภาพของภูเขาไฟซากุระจิมะไปด้วย...เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมละ...งานนี้...!!

คืนแรกในคะโงะชิมะ เรานอนหลับอย่างสบายรวดเดียว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะออนเซนหรือเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง อาจจะผสมๆกันอยู่ รุ่งขึ้น การบินไทยเจ้าภาพใหญ่ และ JTB บริษัทจัดการด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น พาพวกเราไปชมสวน เซงกาเงน (Senganen) ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พักผ่อนของเหล่าโชกุน แต่ยังคงความสวยงามด้วยสไตล์การจัดสวนญี่ปุ่น...แบบดั้งเดิม ที่นี่เราได้รับการต้อนรับด้วยพิธีชงชา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่แบบญี่ปุ่น ถือเป็นการให้เกียรติผู้มาเยือน และตามสูตรก็ต้องแวะชิมช็อปร้านขายของที่ระลึก ชิมโมจิหวานกับโซยุซอส ที่ดูเหมือนจะไม่เข้ากัน แต่ขอบอกเลยว่า มันอร่อยมว้าก...

จาก คะโงะชิมะ เราเดินทางต่อไปยังเมืองอิบุซึกิ (Ibusuki) ด้วยรถไฟขบวนพิเศษจากสถานี Kagoshima Chuo ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อ ของรถไฟหัวจรวดชิงคันเซนจากฟูกุโอกะ

ที่ต้องบอกว่ารถไฟขบวนพิเศษ เพราะรถขบวนนี้ จัดบรรยากาศเป็นธีมนิยายปรัมปรา เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งช่วยชีวิตเต่าทะเลเอาไว้จากพวกเด็กเกเร เต่าจึงตอบแทนด้วยการพาไปเที่ยวเมืองใต้ทะเล เพลิดเพลินอยู่ถึง 3 ปี จึงกลับขึ้นมาที่เมืองมนุษย์ พร้อมกล่องใบหนึ่ง พอเปิดกล่องออกก็มีควันพวยพุ่ง แล้วร่างเด็กน้อยก็กลายเป็นชายชรา เพราะช่วง 3 ปีในเมืองบาดาล เท่ากับ 700 ปีในโลกมนุษย์....เพิ่งรู้ว่าญี่ปุ่นก็มีเรื่องเล่าแบบนี้เหมือนกัน...

ถึงอิบุซึกิ แวะทานมื้อเที่ยงกันที่ Ibusuki Iwasaki Hotel โรงแรมริมทะเล ที่มีหาดทรายร้อนจากเถ้าถ่านภูเขาไฟ ไว้ให้นักท่องเที่ยวมาใช้บริการอบตัวเป็นไฮไลต์ของเมืองนี้เลยทีเดียว และยังมีสนามกอล์ฟสุดอลังให้นักกอล์ฟทั้งหลายได้ขยับวงสวิงกันด้วย โดยมีเจ้าของโรงแรมและนายกเทศมนตรีอิบุซึกิให้การต้อนรับอย่างดี เรามีโอกาสได้เข้าไปนมัสการศาลเจ้าริวกู ที่แหลมนางาซากิ (Nagasaki) แผ่นดินที่อยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่โรแมนติกที่สุดด้วย หากมองจากแหลมไป จะเห็น ไคมองดาเคะ ภูเขาทรงกรวย สูง 924 เมตร โดดเด่นเป็นสง่า สวยงามเฉกเช่น ฟูจิซัง จึงได้รับการขนานนามว่า “ซัตซึมะฟูจิ”

คืนนี้พวกเราพักที่โรงแรม Ibusuki Ha– kusuikan เป็นโรงแรมแบบเรียวกัง และแน่นอนสิ่งที่พลาดไม่ได้ คือการอบตัวในทรายร้อนจากบ่อทรายที่เป็นเถ้าถ่านของภูเขาไฟ ที่คนญี่ปุ่นเชื่อว่าทำให้สุขภาพดี

รุ่งเช้าเรามีนัดลงเรือสปีดโบ๊ต เพื่อไปยัง เกาะยัคคุ (Yakushima) ที่พื้นที่กว่า 40% ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติ Shiratani Unsuikyo ที่คนสูงอายุนิยมมาที่นี่ หลายคนสะพายเป้ใส่หลัง มี เบนโตะ หรือข้าวกล่องแบบญี่ปุ่น ขึ้นไปทานกลางวันกันบนเขา ตลอดเส้นทางมีน้ำตกและแหล่งน้ำซึม ต้นไม้ใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยมอส-เฟิร์น ที่นี่เป็นแรงบันดาล ใจที่นำมาเป็นโลเกชั่นอนิเมะชื่อดังในหมู่วัยรุ่น เรื่อง Princess Monnoke

หลังตระเวนเที่ยวเกาะ คิวชูจนเต็มอิ่ม ก็ได้เวลากลับสู่ฟูกุโอกะ เมืองแห่งสีสันของเกาะใต้สุด รวบรวมแหล่งช็อปปิ้งเอาไว้ หลายย่าน โดยเฉพาะย่านเท็นจิน (Tenjin) แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนม และ อันซีนฟูกุโอกะ ที่พลาดไม่ได้เห็นจะเป็นเทมปุระร้านเก่าแก่เปิดมากว่า 60 ปี สไตล์เจ้าของร้านรุ่นเก๋าละเมียดละไมกับการทอดเทมปุระทีละชิ้นๆอย่างใจเย็น เสิร์ฟลูกค้าให้กินกันร้อนๆ

ปิดทริปกันด้วยอาหารเทียบชั้นภัตตาคารบนเครื่องการบินไทย ที่ภูมิใจนำเสนอเมนูไก่ย่าง ราดซอสฟองเดอโว หรือคนชอบทานปลา ก็เลือกเมนูปลาบรีมทะเลรมควัน ราดซอสเนยขาวจากภัตตาคาร “HANA-NKI” ร้านอาหารฝรั่งเศสในฟูกุโอกะ...ที่หากินที่ไหนไม่ได้นอกจากไฟลท์บินตรงฟูกุโอกะ-กรุงเทพฯ

สำหรับคนที่ไปญี่ปุ่นมาหลายรอบ อาจจะไม่เคยได้ สัมผัสญี่ปุ่นแบบที่เล่ามา ทั้งหมดนี้ เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www. thai airways. com บอกได้เลยว่า เส้นทางสายนี้โรแมนติกแบบญี่ปุ่นจริงๆ.

17 มิ.ย. 2559 14:49 ไทยรัฐ