วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทรนด์ฮิต..ฟิตร่างกาย สมองดี..ไม่มีแก่

กระแสการออกกำลังกายกำลังมาแรง ช่วงนี้เราจึงมักเห็นผู้คนพากันออกไปวิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ เข้าฟิตเนส เล่นโยคะ ฯลฯ ที่ถ้าใครไม่ทำก็ถือว่าตกเทรนด์ยุคนี้ไปละ..

การออกกำลังกายโดยทั่วไป มี 3 แบบหลักๆ คือ 1. การออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมสมรรถภาพความแข็งแรงอดทนของหัวใจและปอด (Cardiore spiratory Endurance ) เป้าหมายหลักของการออกกำลังกายประเภทนี้ คือ พัฒนาคุณภาพการทำงานของหัวใจและปอดให้แข็งแรง

2. การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aero– bic Exercises) เป้าหมายเพื่อให้กล้ามเนื้อได้รับอากาศหรือออกซิเจนอย่างเพียงพอ สำหรับการผลิตพลังงานไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และ 3. การออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscular Strength and Endu– rance) มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโครงสร้างของร่างกาย กล้ามเนื้อและรูปร่างทรวดทรง ให้แข็งแรงกระชับได้สัดส่วนและสวยงาม

การศึกษาของทีมนักวิจัยจาก สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ (U.S. National Cancer Institute) หรือ NCI พบว่าคนที่ออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬายามว่างเป็นประจำ แม้แต่ในคนที่เป็นโรคอ้วน จะมีชีวิตยืนกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลยโดยเฉลี่ยถึง 4 ปี

ขณะที่ สตีเว่น มัวร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งแห่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ บอกว่า การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงต่อการ เป็นโรคหัวใจ ลดระดับความดันโลหิตสูง ระดับคอเลสเทอรอลในกระเเสเลือด และเสริมการทำงานของปอด

นอกจากผลทางด้านร่างกายแล้ว ยังพบว่า การออกกำลังกายมีผลต่อการทำงานของสมอง ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทและเซลล์สมอง อีกทั้งยังช่วยพัฒนาระบบไหลเวียนของออกซิเจนที่ช่วยในการหล่อเลี้ยงสมอง ส่งผลให้ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมีสมาธิและการจดจำดีขึ้น

การศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีแห่งจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Acta Psychologica ระบุว่า ได้ทำการศึกษาโดยให้ผู้ที่เข้าร่วมการศึกษาวิจัยครั้งนี้ดูภาพ 90 ภาพ โดยยังไม่ต้องจดจำ โดยให้ครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างเคลื่อนไหวขาและร่างกายไปด้วยระหว่างดูภาพ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งให้นั่งดูภาพเฉยๆ ผลปรากฏว่า กลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวของขาและร่างกายสามารถจดจำภาพได้ถึง 60% ขณะที่กลุ่มที่ไม่มีการเคลื่อนไหว จดจำได้เพียง 50% เท่านั้น

ผลการวิจัยในประเทศสวีเดน พบว่า การออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น วิ่งกลางแจ้ง หรือปั่นจักรยานในศูนย์ฟิตเนส ช่วยเพิ่มสมรรถนะของสมอง โดยสมองจะมีสมรรถนะสูงสุดเมื่อเราออกกำลังกายจนชีพจรเต้นเร็วขึ้น

นักวิทยาศาสตร์บอกว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะการออกกำลังกายมีส่วนทำให้สมองหลั่งสารบางอย่างออกมา ส่งผลให้เซลล์ประสาทแข็งแรงกว่าเดิม

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาแนะนำให้คนในวัยผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 18 ปีจนถึง 64 ปี ออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยว่าการออกกำลังกายที่ออกแรงในระดับปกติเทียบเท่ากับการเดินนาน 10 นาทีต่อวัน ช่วยให้อายุยืนขึ้นถึง 2 ปี

มีงานวิจัยจำนวนไม่น้อยที่พูดถึงการหลั่งฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการทำงานของสมองและเซลล์ประสาท ว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการออกกำลังกายเป็นประจำ การศึกษาของแผนกจิตวิทยา มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้ชายช่วงอายุระหว่าง 18-24 ปี เมื่อได้ออกกำลังกายเป็นเวลา 30 นาที จะมีการตอบสนองในด้านความจำมากกว่าคนปกติที่ไม่ออกกำลังกายเลย นอกจากนี้ ยังทำให้มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีขึ้น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยพัฒนาสมองซีกขวาที่มีผลต่อความคิด และจินตนาการของคนเรา รวมถึงการลดความเครียดและปรับอารมณ์ให้คงที่ได้อีกด้วย

หลังการออกกำลังกาย ควรรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์อย่างเพียงพอ เพราะอาหารเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกายไม่ควรออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก นอกจากรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว อาจเลือกรับประทานอาหารเสริมเพื่อสุขภาพร่วมด้วย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกายและช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอาหารในกลุ่มฟังก์ชันแนลฟู้ด เช่น ซุปไก่สกัดต่างๆที่มีรายงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ช่วยให้ร่างกายเร่งกำจัดของเสียจำพวกแอมโมเนียและแลคเตทที่เกิดขึ้นระหว่างออกกำลังกาย และเป็นสาเหตุของอาการกล้ามเนื้อล้าและตะคริวได้เร็วขึ้น โดยทำให้กล้ามเนื้อหายล้าได้เร็วภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง ช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองเพิ่มขึ้น เพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจนในสมอง ทำให้มีสมาธิช่วยในการจดจำและเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้

อย่างไรก็ตาม ในการออกกำลังกาย ผู้ที่เริ่มออกกำลังฟิตร่างกายใหม่ๆไม่ควรหักโหมจนเกินไป และควรมีขั้นตอนของการออกกำลังกาย คือ อบอุ่นร่างกายหรือวอร์มอัพประมาณ 5-10 นาที จากนั้นออกกำลังกายตามกำลังสมรรถนะของแต่ละบุคคลตั้งแต่ 20-40 นาที และผ่อนคลายกล้ามเนื้อหรือวอร์มดาวน์อีก 5-10 นาที

เพียงเท่านี้ นอกจากการออกกำลังกายของคุณจะทำให้คุณเป็นคนไม่ตกเทรนด์แล้ว ยังทำให้สมองฟิต และร่างกายเฟิร์มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ.

17 มิ.ย. 2559 14:40 17 มิ.ย. 2559 14:43 ไทยรัฐ