วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใช้เทคโนโลยียุคใหม่ สร้างความปลอดภัยให้คน กทม.

วันเสาร์สบายๆวันนี้ผมขอชวนคุยเรื่อง “เทคโนโลยียุคใหม่” อีกนะครับ ยุคนี้เทคโนโลยีกำลังครองโลก ยกเว้น ประเทศไทย อุตส่าห์จัดตั้ง กระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขึ้นมาขับเคลื่อน เศรษฐกิจดิจิทัล ที่ ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล หมายมั่นให้เป็นอนาคตของชาติ แต่ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กลับสั่ง ปิดบริการ Grab Bike และ Uber Moto บริการแอพเรียกมอเตอร์ไซค์ เพราะผิดกฎหมาย แทนที่จะไปแก้กฎหมาย ดิจิทัลไทยแลนด์เลยไปไม่ถึงไหนเสียที

แม้ กฎหมายไทยจะล้าหลัง ไม่รองรับเทคโนโลยียุคดิจิทัล หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็ไม่สนใจเร่งแก้ไข เพราะเสื้อวินมีราคา

วันนี้ผมจะเขียนถึง เทคโนโลยีความปลอดภัยของประชาชนในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ โคราช หาดใหญ่ เป็นต้น ทั่วโลกวันนี้มีผู้บริหารประเทศและผู้บริหารเมือง ใช้เทคโนโลยี Safe City สร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในเมืองใหญ่ไปแล้วกว่า 100 เมือง ในกว่า 30 ประเทศ ถือเป็นการปฏิวัติความปลอดภัยของประชาชนเมือง ด้วยเทคโนโลยียุคใหม่

เมื่อเดือนที่แล้ว สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้จัดงาน Global Safe City Summit 2016 ขึ้นที่ นครดูไบ เพื่อแสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมใหม่ ไอซีที เช่น บิ๊กดาต้า, เดอะ อินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ คลาวด์ คอมพิวติ้ง จะช่วยพัฒนาเมืองให้มีความปลอดภัยได้อย่างไร ภายใต้ธีม ไอซีทีใหม่ชั้นนำ ทำให้เมืองมีความปลอดภัยมากขึ้น

ผู้บัญชาการตำรวจดูไบ ได้เปิดเผยในงานสัมมนาว่า ตำรวจดูไบได้ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุด สร้างความปลอดภัยให้ชุมชนได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันตำรวจดูไบมีบริการที่เรียกว่า Smart Service ถึง 115 บริการ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องไปที่โรงพักเลย

ในงานเดียวกันนี้ หัวเหว่ย ที่เพิ่งมาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ที่เมืองไทยเป็นเจ้าแรก ก็ได้นำเทคโนโลยี Safe City Solution ไปเปิดตัวที่ดูไบ ความจริงเทคโนโลยีนี้ หัวเหว่ยเคยนำมาเปิดตัวที่เมืองไทยแล้วเมื่อปลายปีก่อน แต่ไม่มีใครสนใจ ความปลอดภัยของคนกรุงเทพฯ 10 กว่าล้านคน ยังฝากไว้กับกล้องวงจรปิดเอกชนและร้านสะดวกซื้อเป็นหลัก ทั้งที่ กทม. ก็ใช้งบมหาศาลซื้อกล้องวงจรปิดติดทั่วกรุง ก็ไม่รู้ในยุคนี้ยังมี “กล้องดัมมี่” อยู่หรือเปล่า เพราะไม่มีใครไปตามข่าวและไม่มีใครไปตรวจสอบ

ความจริงเทคโนโลยี เซฟ ซิตี้ โซลูชั่น ของ หัวเหว่ย ก็ไม่มีอะไรใหม่ ไอบีเอ็ม ก็ทำมาหลายปีแล้ว ผมเองก็เคยเขียนเล่าในคอลัมน์นี้แล้ว แต่ระบบความปลอดภัยนี้ กล้องวงจรปิดและข้อมูลทุกฝ่ายทั้ง กทม. และตำรวจ จะต้องเชื่อมเป็นระบบเดียวกัน จึงไม่มีใครสนใจ แต่ละหน่วยงานอยากจะแยกซื้อเองติดตั้งเองต่างหาก และ ไม่ต้องการเชื่อมเป็นระบบเดียวกัน เหมือน รถไฟฟ้าใต้ดิน ที่กำลังมีปัญหา แค่สถานีเดียวก็เดินรถถึงกันไม่ได้ นี่คือประเทศไทย ระบบรักษาความปลอดภัยของ กทม.และตำรวจจึงมีปัญหา

ระบบความปลอดภัยเมือง ของ หัวเหว่ย ประกอบด้วยหัวใจสำคัญ 6 ส่วนคือ 1. ศูนย์ควบคุมระบบกลาง Convergence Command Center 2. กล้องวงจรปิดอัจฉริยะในระบบคลาวด์ ที่สามารถติดตามผู้ต้องสงสัย ไปจนถึงที่สุด 3.ระบบอัจฉริยะที่ดูแลความปลอดภัยของถนน 4.ระบบ 4 G Broadband Trunking ที่เชื่อมโยงทั้งเสียงและวีดิโอ 5.ระบบการสื่อสารที่รวดเร็ว และ 6.การเก็บรักษาข้อมูลด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ เท่านี้แหละ

เมืองเสิ่นเจิ้น ได้นำระบบเซฟซิตี้นี้ไปใช้ใน สมาร์ท ซิตี้ เมืองอัจฉริยะ พบว่า สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจได้ถึง 50% แทนที่จะเสียเวลาไปวิ่งเต้นตำแหน่ง และช่วยลดอาชญากรรมได้ถึง 40% เป็นเทคโนโลยีที่ผมคิดว่า รัฐบาลน่าลงทุนนะครับ ถ้ารักประชาชน อยากให้ประชาชนทุกคนปลอดภัย ในยามที่บ้านเมืองไม่ค่อยปลอดภัยอย่างนี้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

17 มิ.ย. 2559 14:21 17 มิ.ย. 2559 14:21 ไทยรัฐ