วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไข่ เสี่ยงทาย

ในมานวธรรมศาสตร์ว่า เมื่อครั้งที่โลกยังว่างเปล่ายังไม่มีสรรพสัตว์ พระอาตมภูได้ทรงสร้างน้ำขึ้นก่อน แล้วทรงเอาพืชหว่านลงไป ยังเกิดเป็น “ไข่ทอง” แล้วแตกออกเกิดเป็นพระพรหม

(เรื่องข้างสำรับ ส.พลายน้อย สำนักพิมพ์พิมพ์คำ พ.ศ.2559)

อีกตำราขยายความออกไป เปลือกไข่ที่แตกออกเป็นสองซีกนั้น ซีกข้างบนเป็นฟ้า ซีกข้างล่างกลายเป็นแผ่นดิน

ความเชื่อพรหมเกิดจากไข่ โบราณาจารย์จึงเอาไข่ต้มเสียบไว้บนยอดกรวยข้าวที่บายศรี นี่คือที่มาของไข่ยอดบายศรี

เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ผู้หญิงมีท้องนิยมเอาไปรับประทาน เชื่อกันว่าช่วยให้คลอดลูกง่าย

มนุษย์นิยมกินไข่กันมานาน ชาวโรมันเชื่อว่า เมื่อทุบไข่กินแล้ว ต้องรีบทำลายเปลือกไข่ เพราะอาจเป็นโอกาสให้พ่อมดหมอผี เอาไปเสกทำร้ายคนกินไข่ได้

ชาวเกาะอังกฤษ มีเรื่องเล่า พวกเงือกรู้ความลับของน้ำต้มไข่ แต่ความลับนั้นคืออะไร เงือกไม่ยอมบอก

ชาติต่างๆในสมัยโบราณ เช่น อียิปต์ อิหร่าน โรมัน เชื่อว่าเคล็ดลับของชีวิตอยู่ในไข่ ชาวอิหร่านนิยมระบายสีไข่ แล้วส่งเป็นของขวัญในวันปีใหม่ วันนั้นจึงได้อีกชื่อว่า วันรื่นเริงไข่

ยิวนิยมส่งไข่เหมือนกัน แต่ต้มเสียก่อนแล้วระบายสี ในพิธีแต่งงานชาวยิว ชาวโมร็อกโก เจ้าบ่าวต้องเอาไข่ปาเจ้าสาว ถือเป็นเคล็ดลับทำให้เจ้าสาวคลอดลูกง่าย

ยิวในรัสเซีย นิยมเอาไข่ไปวางตรงหน้าเจ้าสาว เป็นความหมาย ขอให้ลูกดกคลอดง่าย เหมือนไก่ออกไข่

ประเพณีฝรั่งมีฤดูถือศีลอดอาหาร ระหว่างนี้ห้ามกินไข่ จะกินได้ก็ต่อเมื่อถึงเทศกาลอีสเตอร์ และจะมีการส่งไข่ที่เขียนภาพไว้ให้กันในระหว่างเพื่อนฝูง

ไข่...ในเรื่องเล่าเหล่านี้ ดูจะหมายถึงไข่ไก่ หากจะพูดถึงเรื่องไข่เป็ด...ก็มีเรื่องส่วยไข่เป็ด ในตำนานศรีวิชัย

ในสมัยศรีวิชัย เอาว่าก็ราวๆพันปี นิยมเลี้ยงเป็ดกันแล้ว พระยาจันทรภาณุ น้องพระยาศรีธรรมาโศกราช เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ขึ้นชื่อว่าเลี้ยงเป็ดไว้มาก

ในขณะที่เมืองศรีวิชัยในชวา เลี้ยงเป็ดไม่เป็น ไม่มีไข่เป็ดกิน

พระเจ้าศรีวิชัยวางอุบาย ส่งหนังสือมาบอกว่า จะยกพระธิดาให้เป็นชายา ให้พระยาจันทรภาณุเดินทางไปรับ เมื่อพระยาจันทรภาณุไป ก็ถูกจับ

แต่เมื่อเจรจากันบรรลุข้อตกลง นครศรีธรรมราชจะส่งส่วยไข่เป็ดให้ศรีวิชัย พระยาจันทรภาณุ จึงถูกปล่อยตัวกลับ แต่ไม่มีเรื่องเล่าได้ธิดา เจ้าศรีวิชัยมาเป็นชายาด้วยหรือเปล่า

นอกจากเอาไข่กินเป็นอาหาร ส่งไข่เป็นของขวัญ และถึงขั้นต้องส่งส่วยไข่ อาจารย์ ส.พลายน้อย เล่าว่า หมอกลางบ้าน ชาวอินเดียตะวันออก ยังใช้ไข่เป็นเครื่องเสี่ยงทาย ในกรณีที่มีคนเจ็บป่วย

มีกระดานแผ่นเล็กๆ ยาวราว 6 นิ้ว กว้างราว 4 นิ้ว วางไว้ในกระจาด

หมอถือไข่ไว้ให้ตรงกระดาน ปล่อยไข่ให้ตกลงไป แล้วทำนายไปตามลักษณะที่ไข่ตก

เช่น เอียงไปทางซ้าย ค่อนไปทางขวา หรือตรงกลาง บางทีก็ดูไข่แดงว่าแตกเป็นรูปอะไร

ถ้าไข่แดงแตกเป็นรูปสี่เหลี่ยม ท่านว่าร้ายมาก บอกอาการตายของคนเจ็บจะตาย มากกว่าจะอยู่

คนไทยโดยทั่วไป มีเรื่องราวและคำพูดเกี่ยวกับไก่มากมาย แต่เรื่องไข่มีน้อย ที่ติดปาก คือตั้งไข่

สำนวนนี้หมายความถึง เด็กทารกมีอายุถึงระยะจะยืน อย่างที่เรียกว่า “สอนยืน” ตอนสอนยืนเด็กยังทรงตัวไม่ได้ ก็ล้มๆลุกๆคล้ายกับการเอามาตั้ง จึงเรียก “ตั้งไข่”

บทสำหรับเด็กร้องเล่นบทหนึ่ง “ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน ไข่ตกดิน ใครจะกินไข่เน้อ...”

ผมจะเปรียบเทียบอะไรก็ไม่ถนัด นึกได้แต่รัฐธรรมนูญเมืองไทย ร่างกันใช้กันและฉีกทิ้งกัน จนถึงวันนี้ ฉบับที่ 20 ก็ยังออกอาการ ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน กันอยู่นั่น

ส่วนใคร จะได้ “กินไข่เน้อ” นั้น เห็นจะไม่ต้องถาม เห็นหน้าตากันชัดๆอยู่แล้ว.

กิเลน ประลองเชิง

17 มิ.ย. 2559 14:00 17 มิ.ย. 2559 14:01 ไทยรัฐ