วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รัสเซียน ฮูลิแกน

รัสเซียน ฮูลิแกน

โดย โต้ บ้านแหลม
18 มิ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

มายูโรครั้งนี้ ผมวางโปรแกรมดู บอลทั้งตอนเหนือของฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่ เพราะอยู่ไม่ไกลจากปารีส เฉพาะในเมืองหลวงก็มี 2สนาม ที่สตาด เดอ ฟรองซ์ และปาร์ค เดส์ แพรงซ์ เดินทางค่อนข้างสะดวก

วันก่อนผมมาเยือนปาร์ค เดส์ แพรงซ์ เป็นครั้งแรก เพื่อดูเกมระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับโรมาเนีย นั่งรถไฟใต้ดิน “เมโทร” สาย 9 ลงสถานีปอร์ก เดอ ซังต์คลูด์ ก็ถึงสนามพอดี

ปาร์ค เดส์ แพรงซ์ เป็นสนามเก่าแก่คอบอลรู้จักกันดี เพราะเป็นสนามเหย้าของ “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมยักษ์ใหญ่ลีกเอิง ที่เพิ่งคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกันในฤดูกาลที่เพิ่งจบไป สนามแห่งนี้เป็นสังเวียนประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของวงการลูกหนังโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1897 หรือ 119 ปีก่อน ผ่านการรีโนเวท ปรับปรุงใหม่ 2 ครั้ง ในปี 1932 และ 1972

บอลยูโรยุคแรกๆมีทีมเข้าร่วมแค่ 4 ทีมเท่านั้น ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพครั้งแรก นัดชิงชนะเลิศระหว่างโซเวียตกับยูโกสลาเวีย ในปี 1960 เตะกันที่ปาร์ค เดส์ แพรงซ์ แห่งนี้ โซเวียตชนะ 2-1 คว้าแชมป์ไปครอง มีคนดู 18,000 คน ยูโร 1984 เมืองน้ำหอมเป็นเจ้าภาพ อีกครั้ง และคว้าแชมป์ไปอย่างยิ่งใหญ่ ชนะ สเปน 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศที่ปาร์ค เดส์ แพรงซ์ เป็นยุครุ่งเรืองของบอลฝรั่งเศส มี 3 ทหารเสือ มิเชล พลาตินี, ฌอง ติกานา และอแลง ชีแรสส์ เป็นหัวใจในแดนกลาง ก่อนที่ทีมตราไก่จะมาได้แชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ในปี 2000

หลังจบคู่ระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับโรมาเนียแล้ว ฝรั่งเศสที่อยู่ในกลุ่มเอด้วยกัน ลอยลำเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นทีมแรก หลังจากไล่บดแอลเบเนียน้ำลายเหนียวคอกว่าจะชนะได้ 2-0 ด้วยการทำประตูในนาที 90 และ 96 ดิมิทรี ปาเยต มิดฟิลด์จากเวสต์แฮมยิงปิดท้ายอีกครั้งเหมือนนัดแรก ค่าตัวพุ่งกระฉูดขึ้นไปเรื่อยๆ ทีมบอลต้องมีนักเตะที่เป็นหัวใจของทีมแบบนี้ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวพลิกผันเกมได้

ปอล ป็อกบา ที่ว่าค่าตัวระดับ 70-80 ล้านปอนด์แย่งกันซื้อ ยังไม่โดดเด่นเท่าปาเยต บอลสโมสรฤดูกาลใหม่ ถ้าให้เลือกระหว่าง 2 คนนี้ ผมเชื่อว่ามีคนอยากได้ปาเยตมากกว่าป็อกบาด้วยซ้ำ เป็นบอลชั้นเชิงที่ยิงประตูได้ดี ฟรีคิกเฉียบขาด ค่าตัวก็ถูกกว่า เป็นรองแค่อายุการใช้งานเท่านั้น (ป็อกบา 23 ปาเยต 29)

ส่วนกลุ่มบี ก่อนที่อังกฤษจะเตะกับเวลส์ ที่เมืองลองส์ เมื่อ 16 มิ.ย. กองเชียร์สิงโตคำราม บางส่วนไปปักหลักรวมตัวกันที่ลีลล์ ซึ่งอยู่ใกล้กัน บังเอิญที่รัสเซียเตะกับสโลวะเกียในลีลล์ ทำให้เกิดปัญหาจนได้ แต่ไม่รุนแรงใหญ่โตเหมือนที่มาร์กเซย

มีการปะทะกันประปรายระหว่างแฟนอังกฤษกับรัสเซีย ทั้งที่ถูกยูฟ่าคาดโทษไว้แล้ว ตำรวจที่ลีลล์ต้องงัดแก๊สน้ำตามาใช้อีกครั้งเพื่อเคลียร์ถนนหนทางกลางเมืองลีลล์ยามดึก เพราะแฟนอังกฤษรวมตัวดื่มยึดพื้นที่ย่านกรองด์ ปลาส ชนิดไม่ไล่ไม่เลิก ส่วนแฟนรัสเซียเองก็ยังมีการจุดพลุแฟลร์ในสนามซึ่งพวกเขานำเล็ดลอดเข้าไปได้อีก

ในอดีตนั้นฮูลิแกนอังกฤษขึ้นชื่อลือชาเป็นขาใหญ่ในวงการฟุตบอลช่วงทศวรรษที่ 70-80 ส่วนแฟนหมีขาวไม่เคยมีประวัติด้านนี้มาก่อนในยุคที่ยังเป็นสหภาพโซเวียต ฮูลิแกนรัสเซียเพิ่งจัดตั้งรวมกลุ่มเปิดตัวต่อสาธารณะในช่วงปี ค.ศ.2000 เป็นต้นมา

ใครเคยดูคลิปในโลกอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับการนัดต่อสู้กันระหว่างชายฉกรรจ์สองฝ่ายในฝั่งยุโรปตะวันออก จะคุ้นเคยกันดี พวกเขาจะหาสถานที่ปลอดคน รวมตัวกันมาฝั่งละเท่าๆกันแล้วแต่ตกลง บางครั้งหลักสิบ บางครั้งหลักร้อยก็มี จากนั้นตั้งแถวเดินเข้าหากันแล้วตะลุมบอนด้วยมือเปล่าแบบแฟร์ๆเหมือนนักรบโบราณ ใครหมอบ สู้ไม่ได้ ก็หันหลังเดินกลับยอมแพ้ไป

กลุ่มฮาร์ดคอร์ หรือพวก “อุลตรา” กองเชียร์ทีมบอลก็มีการจัดทีมต่อสู้แบบนี้ นัดดวลกับแฟนบอลคู่ปรับ ตำรวจฝรั่งเศสเชื่อว่ามีกองเชียร์ตัวแสบของรัสเซียเดินทางมาป่วนในยูโร 2016 ราว 70-250 คน ล้วนเป็นชายฉกรรจ์ ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี มีลูกเตะที่หนักหน่วงเหมือนมวยไทย ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นแฟนบอลฝรั่งทั่วไปใช้เท้าได้ดีแบบนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจที่เราเห็นคลิปแฟนอังกฤษ ซึ่งอาจจะซ่า ก้าวร้าว ขี้เมา แต่ถ้าสู้กันจริงๆแล้ว เสร็จรัสเซียทุกราย

หลังจากตะลุมบอนกับแฟนอังกฤษที่มาร์กเซยแล้ว มีฮูลิแกนรัสเซียโพสต์รูปทางโซเชียลมีเดีย โชว์ธงชาติอังกฤษที่ยึดมาได้ มีรอยเลือดเปรอะอยู่บนธงนั้น ราวกับโชว์หัวสัตว์ป่าที่ล่ามา นาทีนี้ไม่มีฮูลิแกนทีมไหนโหดเท่ารัสเซียอีกแล้ว...

โต้ บ้านแหลม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้