วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเอสไอถอยทัพ โดนสกัด ค้นจับธัมมชโย

แจ้งดำเนินคดีศิษย์ขวางจนท. วัดพระธรรมกาย-ระดมพลตี3 ยันมอบตัวถ้ามีประชาธิปไตย

“ดีเอสไอ” นำทีมเจ้าหน้าที่หลายหน่วยปิดล้อมวัดพระธรรมกาย เจรจาขอเข้าตรวจค้นจับกุมพระธัมมชโย แต่ถูกลูกศิษย์ขวางไม่ให้เข้าไปในส่วนของกุฏิ ยืนยันยอมมอบตัวต่อเมื่อมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น จนต้องยกเลิกปฏิบัติการถอนทัพกลับไปตั้งหลักใหม่ โวไม่ได้ล้มเหลวแต่ทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ที่เน้นย้ำไม่ให้เกิดความรุนแรง ส่งฝ่ายกฎหมายดีเอสไอแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง ดำเนินคดีศิษยานุศิษย์ที่ขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 189 แล้ว ด้าน “ศรีวราห์” เด้งรับ ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ขณะที่วัดพระธรรมกายยังไม่ไว้ใจสถานการณ์ สั่งระดมลูกศิษย์มาสวดมนต์ที่วัดตั้งแต่ตี 3 อีก

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มารับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับ ของโจร หลังรับเงินบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ กว่า 2,000 ล้านบาท มีการต่อรองให้เข้า รับทราบข้อกล่าวหาหลายครั้ง แต่ด้านวัดพระธรรมกายอ้างว่า พระธัมมชโยยังป่วยหนักไม่สามารถเดินทางไปมอบตัวได้ จนพนักงานสอบสวนดีเอสไอและอัยการตัดสินใจขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ และเปิดเจรจา 3 ฝ่ายต่อรองให้พระธัมมชโยเข้ามอบตัวแต่ยังล้มเหลว พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึง เดินทางไปขออนุมัติศาลออกหมายค้นวัดพระธรรมกาย และประกาศเปิดยุทธการ “กบิล 59” เข้าตรวจค้นจับกุมพระธัมมชโยถึงในวัดพระธรรมกาย

วัดธรรมกายเริ่มมีความเคลื่อนไหว

บรรยากาศที่วัดพระธรรมกายช่วงดึกวันที่ 16 มิ.ย. ต่อช่วงเช้ามืดวันที่ 17 มิ.ย. หลังพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้หมายค้นจากศาลอาญา เริ่มส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บช.ภ.1 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และฝ่ายปกครอง ไปวางกำลังอยู่บริเวณวัดพระธรรมกาย ทำให้บรรยากาศภายในวัดเริ่มมีความเคลื่อนไหวคึกคักบริเวณประตู 7 ซึ่งเป็นประตูหลักที่ใช้สำหรับผ่านเข้าออก ทางวัดปิดประตูลง 1 บาน ให้รถเข้าออก ได้เพียงประตูเดียว โดยมีลูกศิษย์ทยอยขับรถเข้าไปภายในวัดจำนวนมาก และยังมี รปภ.ของวัดตรวจตราบริเวณรอบวัดอย่างเข้มงวด จนใกล้เวลาเที่ยงคืนจึงปิดประตู 7 ทั้งสองประตูไม่ให้รถเข้าออก

เริ่มวางคนขวางประตูเข้าออก

ส่วนทางด้านประตูที่ใกล้โบสถ์ของวัดพระธรรมกาย มีลูกศิษย์นำรถแบ็กโฮมาจอดขวางประตูไว้ มีเพียง รปภ.ที่เฝ้าจุดดังกล่าว แต่ทางวัดยังให้รถเข้าออกได้ทางฝั่งประตู 5 และประตู 6 เป็นจุดสุดท้ายที่ยังคงเปิดให้ประชาชนเข้าออก โดยตั้งจุดตรวจของทางวัดอยู่ที่บริเวณปากคลองแอนคอยตรวจรถทุกคันอย่างเข้มงวด ทำให้ยังคงมีรถวิ่งเข้าไปด้านในวัดอย่างต่อเนื่อง จนฟ้าสางเริ่มมีศิษย์จากภายในวัดทยอยเดินออกมานั่งอยู่บนถนนหลังประตูเข้าออกวัดทุกประตู โดยเฉพาะบนถนนเลียบคลองแอนทางเข้าประตู 5 และ 6 มีการนำรถบรรทุกมาขวางถนน และญาติลูกศิษย์มานั่งสวดมนต์อยู่บน ถนนด้านนอกประตู จนรถไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่มีฝนโปรยปรายลงมาเป็นระยะ

ระดมลูกศิษย์ผ่านอินเตอร์เน็ต

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สาเหตุที่มีลูกศิษย์เดินทางเข้ามาที่วัดจำนวนมาก เนื่องจากทางวัดพระธรรมกายได้แจ้งคณะศิษย์ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ให้เดินทางมาร่วมปกป้องวัดตั้งแต่เวลา 03.00 น. อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคณะศิษย์บางส่วน เดินทางมาไม่ทันตามเวลา จึงเปิดให้เข้าทางประตู 5 และ 6 แต่ก็มีกลุ่มศิษย์บางส่วนตัดสินใจปักหลักรอสังเกตการณ์อยู่ด้านหน้าประตู 7 และทางเข้าสู่บริเวณ ประตู 5 และ 6 ขณะที่บริเวณหน้าประตู 7 มีสื่อ– มวลชนจำนวนมากมารอทำข่าวตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดยทางวัดนำสแลนมาปิดตามช่องประตู เพื่อไม่ให้สื่อบันทึกภาพความเคลื่อนไหวในวัด ขณะเดียวกันมีสื่อบางสำนักพยายามส่งโดรนเข้าไปถ่ายภาพภายใน วัด จนเจ้าหน้าที่วัดต้องแจ้งเตือนว่า หากโดรนเข้ามา ในพื้นที่วัดอีกอาจมีมือที่ 3 สร้างความเสียหายได้

เรียกรถดับเพลิง–รถพยาบาลเสริม

ต่อมาเวลา 04.30 น. ที่หอประชุมใหญ่ที่ว่าการอำเภอคลองหลวง ถนนคลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่อยู่ตรงข้ามกับวัดพระธรรมกาย มีการระดมพลเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 กองร้อยรวม 150 นาย ประกอบด้วยตำรวจชายและหญิง รถน้ำดับเพลิง 4 คัน รถพยาบาล 4 คัน รถควบคุมผู้ต้องหา 4 คัน รถตู้สำหรับเคลื่อนย้ายกำลังพล 15 คัน รถวิทยุสั่งการ 1 คัน การเรียกระดมพลครั้งนี้หัวหน้าชุดปฏิบัติการควบคุมกองร้อยแจ้งต่อชุดควบคุมฝูงชนว่า เป็นภารกิจเตรียมพร้อมนำโดย พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 มีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเมื่อได้รับการร้องขอ จึงให้เตรียมพร้อมหากมีการร้องขอ

“ศรีวราห์” ประชุมวางแผนเข้าจับ

หลังจากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ ผบ.สำนักปฏิบัติการพิเศษดีเอสไอ เพื่อวางแผนเข้าจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่คาดว่ายังอยู่ภายในวัด

มีลูกศิษย์ในวัดประมาณ 8 พันคน

พล.ต.อ.ศรีวราห์เผยว่า หลังจากเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลอาญารัชดาอนุมัติหมายค้นวัดพระธรรมกายตำรวจเตรียมกำลังหน่วยปราบจลาจลจำนวน 3 กองร้อย ร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร และ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ โดยมี พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ตามแผน ส่วน การเข้าตรวจค้นเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ตำรวจมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยเท่านั้น ยอมรับการข่าวพบว่ามีมือที่สามที่จะเข้ามา สร้างสถานการณ์วุ่นวาย แต่มั่นใจว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และยังไม่พบว่ามีมือที่สามอยู่ภายในวัด ด้านสถานการณ์ภายในวัดขณะนี้เหตุการณ์ยังปกติ มีผู้เข้ามาปฏิบัติธรรมอยู่ประมาณ 8,000 คน และตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ตำรวจตั้งด่านตรวจค้นอาวุธตลอดเส้นทางซึ่งก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ

รู้แล้วพระธัมมชโยอยู่จุดไหน

พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า มอบหมายให้ พ.ต.ต.สุริยา เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เบื้องต้นจะใช้วิธีการเข้าไปเจรจาก่อนที่อาคารดาวดึงส์ในเวลา 08.00-09.00 น. หากไม่สามารถนำหมายเข้าไปภายในวัดได้ จะต้องกลับมาประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เพราะเชื่อว่าพระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัดซึ่งดีเอสไอทราบจุดแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะมีการบันทึกวีดิโอตลอดการตรวจค้น หากมีผู้ขัดขวางจะผิดมาตรา 189 สำหรับหมายค้นวัดพระธรรมกาย ที่ศาลอาญาออกให้สามารถใช้ได้เพียงวันที่ 16 มิ.ย. เพียงวันเดียวเท่านั้น ดีเอสไอได้เตรียมชุดปฏิบัติ การพิเศษกว่า 10 นาย พร้อมอุปกรณ์ส่งสัญญาณภาพสดในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ไปยังศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

ยันตรวจค้นตามหมายทั้ง 196 ไร่

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้จะทำการอย่างละมุนละม่อม เนื่องจากไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง โดยจะประเมินสถานการณ์ทุกนาที หากเข้าไปตรวจค้นแล้วยังไม่พบพระธัมมชโย จะต้องค้นให้ครบพื้นที่ตามที่ศาลอนุมัติหมายค้นจำนวน 196 ไร่ หากพบพระธัมมชโยจะแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมาย ยืนยันทุกขั้นตอนดำเนินการตามระเบียบทางกฎหมายทั้งหมด

ตำรวจใช้แผนกรกฎ 52

ต่อมาเวลา 07.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์เผยว่า การจะพบตัวพระธัมมชโยหรือไม่ เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน ตำรวจไม่ได้มีหน้าที่เพียงดูแลความเรียบร้อยเท่านั้น ทั้งนี้ ยังมีความกังวลเรื่องมือที่ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มเดิมก่อนหน้านี้ ส่วนเรื่องอื่นดูเรียบร้อยดีและคาดว่าเหตุการณ์น่าจะไม่มีปัญหาเพราะบ้านเมืองมีกฎหมาย เรื่องความสงบเรียบร้อยยืนยันดูแลประชาชนทั้งหมด หากไม่เรียบร้อยต้องบังคับใช้กฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ได้ปรับมาใช้แผน “กรกฎ 52” เนื่องจากสำนักงานตำรวจ แห่งชาติออกกฎระเบียบและมีแผน “กบิล 59” เป็นแผนรองตามคำพิพากษาของศาลแพ่งตั้งแต่ปี 2551

ตำรวจ บช.ภ.1 คอยหนุนดีเอสไอ

ขณะที่ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการ กองแผนงานอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ระบุว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์เป็นผู้ควบคุมและสั่งการ จัดกำลังให้การสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนดีเอสไอในการปฏิบัติตามหมายจับ และรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม หลังศาลอาญาได้อนุมัติหมายค้น จึงสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง พล.ต.ต.ศรายุทธ พูลธัญญะ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ถาวร ขาวสะอาด ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.เขม–พัทธ์ โพธิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง และ พ.ต.อ.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานศัลยกรรมโรงพยาบาลตำรวจ

ดีเอสไอยังใช้แผน “กบิล 59”

“ส่วนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ประกอบด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล พ.ต.ต.สุริยาและ พ.ต.ท.สมบูรณ์ รองอธิบดีดีเอสไอ และ ทางฝั่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ประกอบด้วย นายอำเภอคลองหลวง ปลัดอำเภอคลองหลวง ผู้แทน ผวจ.ปทุมธานี พร้อมกำลัง อส. และอาสาสมัคร เพื่อร่วมกันปฏิบัติการตามหมายค้นและหมายจับศาลอาญา พ.ต.ต.สุริยาจะเป็นเข้าไปแสดงหมายค้นเพื่อขอตรวจค้นอาคารและสิ่งปลูกสร้างทุกแห่งภายในเนื้อที่ 196 ไร่ ในวัดพระธรรมกาย เพื่อพบและจับกุมบุคคลตามหมายจับ ทั้งนี้ กำลังเจ้าหน้าที่ที่เหลือ พร้อมให้การสนับสนุนอยู่บริเวณโดยรอบวัดพระธรรมกาย ตำรวจจะใช้แผนกรกฎ 52 คอยอำนวยการและปฏิบัติตามขั้นตอนที่วางไว้ ส่วนฝั่งดีเอสไอใช้แผน “กบิล 59” โดยจะเป็นฝ่ายนำหมายค้นเข้าตรวจสอบวัดพระธรรมกาย เพื่อดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา“ พล.ต.ต.ชยพลกล่าว

เตรียมหมอ รพ.ตำรวจมาตรวจผู้ต้องหา

ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวว่า ในการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายครั้งนี้ ได้มีการนำทีมแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ นำโดย พ.ต.อ.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 5) กลุ่มงานศัลยกรรมโรงพยาบาลตำรวจ ร่วมตรวจร่างกายพระธัมมชโยด้วย ขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้ประจำการอยู่ที่ บช.ภ.1 เพื่อคอยบัญชาการและติดตามข่าวสารในการเข้าจับกุมพระธัมมชโย

ลูกศิษย์เริ่มแห่มานั่งขวางประตู

ขณะที่เจ้าหน้าที่วัดอ่านแถลงการณ์ประวัติความเป็นมาของวัด และชี้แจงว่าหลวงพ่อธัมมชโยบริสุทธิ์ผ่านทางเครื่องขยายเสียงภายนอกวัด จากนั้นคณะศิษย์ที่ต่างใส่ชุดขาวที่มีข้อความว่า “เราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของหลวงพ่อธัมมชโย” ได้เริ่มทยอยมานั่งบริเวณหลังประตู 7 ด้านในวัดจนเต็มพื้นที่ สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใกล้เวลาเข้าปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอคือเวลา 08.00 น. มีรายงานเบื้องต้นว่า ทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะส่งทีมเจรจาเข้ามาก่อน

ยอมให้ดีเอสไอเข้าไปเจรจา

ต่อมาเวลา 08.50 น. ทีมเจรจาจากดีเอสไอนำโดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ เดินทางมายังประตู 7 พร้อมหมายค้น โดยมีพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายมารอรับ พร้อมทั้งเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าไปแต่โดยดี แต่เนื่องจากมีสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตพยายามเข้าไปทำข่าวจนเกิดชุลมุนเล็กน้อย ทำให้พระสนิทวงศ์ต้องแจ้งกับสื่อมวลชนว่า ขอไปหารือกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ก่อน จะกลับมาแถลงข่าวที่บริเวณประตู 7 อีกครั้ง

ทางวัดพระธรรมกายยอมให้ค้น

หลังการหารือประมาณ 20 นาที พระสนิทวงศ์ กลับมาแถลงข่าวพร้อมกับ พ.ต.ต.สุริยา พระสนิทวงศ์ กล่าวว่า ทางวัดยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตามกฎหมาย และยืนยันว่า หลวงพ่อธัมมชโยยังอยู่ในวัด ส่วน พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า เมื่อแสดงหมายค้นและหมายจับกุมตัวแล้ว ทางวัดยินยอมโดยดี แต่ยังมีญาติโยมนั่งปิดทางอยู่ จึงขอให้ทางพระช่วยเจรจาด้วย ซึ่งทางพระก็พร้อมให้ความร่วมมือ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่เดินทางมาโดยปราศจากอาวุธ

ลูกศิษย์ขวางไม่ยอมให้ค้น

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ พ.ต.ต.สุริยากล่าวแถลงข่าวอยู่นั้น มีลูกศิษย์กล่าวผ่านลำโพงขยายเสียงว่า หลวงพ่อจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเมื่อประเทศอยู่ในภาวะปกติเท่านั้น ทำให้ พ.ต.ต.สุริยาต้องขอให้ปิดลำโพง และให้ผู้พูดมาแสดงตัว ปรากฏว่าคณะศิษย์ที่นั่งขวางทางเข้าวัดอยู่นั้นต่างพร้อมใจกันยกมือทุกคน อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเจรจากับพระสนิทวงศ์อยู่พักหนึ่ง ลูกศิษย์คนดังกล่าวจึงยอมแสดงตัว กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า หลวงพ่อธัมมชโยจะเข้ามอบตัวต่อเมื่อประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ปกติ มีระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เนื่องจากการไม่มีประชาธิปไตยทำให้เกิดการคุกคามพระพุทธศาสนาจากพระนอกรีตบางรูป รวมทั้งการขัดขวางการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชด้วย ขณะที่อายุความตามหมายจับนานถึง 15 ปี ดังนั้นเชื่อว่าดีเอสไอสามารถรอให้ประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยได้ก่อนหมดอายุความแน่นอน จึงอยากให้รอก่อน

ต่อรองขอเดินเข้าไปดูด้านใน

หลังจากนั้นจึงยังมีความพยายามเจรจากันต่อ พ.ต.ต.สุริยากล่าวยืนยันว่า ดีเอสไอทำตามกฎหมาย ขอให้พระสนิทวงศ์ช่วยเจรจากับคณะศิษย์ด้วย ด้านพระสนิทวงศ์กล่าวว่า จนใจ เนื่องจากทางวัดยอมแล้ว แต่ญาติโยมไม่ยอม อย่างไรก็ตาม ทางดีเอสไอและพระ รวมทั้งศิษย์วัดพระธรรมกายได้ยืนเจรจากันอีกครั้ง สุดท้ายยอมให้ พ.ต.ต.สุริยาเดินฝ่ากลุ่มลูกศิษย์ที่นั่งอยู่เข้าไปภายในพื้นที่วัดด้านใน โดยมีพระสนิทวงศ์เป็นผู้นำไป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และปลัดอำเภอคลองหลวง ส่วนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่เหลือให้รออยู่ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ของวัด หลังจากนั้นทั้งหมดเดินกลับมาที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ที่เดิม

พยายามไปให้ถึงกุฏิแต่โดนขวาง

มีรายงานว่า คณะที่นำ พ.ต.ต.สุริยาเข้าไปในพื้นที่ด้านในของวัด พยายามจะเข้าไปยังประตู 5 ซึ่งเป็นจุดที่ใกล้กุฏิที่พระวัดพระธรรมกายจำวัดอยู่ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากมีคณะศิษย์นั่งอยู่จนเต็มพื้นที่ จึงต้องย้อนกลับมายังศูนย์ประชาสัมพันธ์เช่นเดิม จากนั้นเวลา 11.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้แจ้งว่า เป็นช่วงเวลาที่พระฉันเพล หลังจากนั้น พ.ต.ต.สุริยาจะแถลงข่าวให้ทราบผลการเข้าไปตรวจสอบ ภายในต่อไป ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงที่ พ.ต.ต.สุริยาเข้าไปยังพื้นที่วัด ก็มีฝนตกลงมาเป็นระยะๆ แต่บรรดาคณะศิษย์ก็ยังคงนั่งอยู่กับที่ไม่ไปไหน

วัดยันช่วยเจ้าหน้าที่เต็มที่แล้ว

ต่อมาเวลา 13.15 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ และพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส เปิดแถลงข่าวร่วมกันที่ประตู 7 วัดพระธรรมกาย พระสนิทวงศ์กล่าวว่า ขอยืนยันว่าทางวัดให้ความร่วมมือ เจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ และเซ็นรับทราบหมายค้นแล้ว พร้อมนำเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปภายในเขตวัด แต่เมื่อเข้าไปทางประตู 5 มีลูกศิษย์กลุ่มหนึ่งนั่งขวางทาง อยู่ จึงช่วยเจรจาแล้วแต่ลูกศิษย์ไม่ยอม จำเป็นต้องเดินกลับมาที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าทางหลวงพ่อธัมมชโยพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่เนื่องจากขณะนี้ยังอาพาธหนักอยู่ จึงอยากขอความเห็นใจด้วย

ดีเอสไอถอยไป สภ.คลองหลวง

ด้าน พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความพยายาม โดยไม่ใช้ยุทโธปกรณ์ตามที่เป็นข่าว เพราะคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก แต่พอเดินเข้าไปถึงวัดชั้นในกลุ่มลูกศิษย์มีเจตนาชัดเจนที่จะต่อต้าน จึงต้องเดินทางกลับ แต่ได้รวบรวมหลักฐานต่างๆเพื่อไปพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ถามว่า การดำเนินการกับพระธัมมชโยยุติแล้วหรือไม่ พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า หมายจับยังคงอยู่ และจากการที่ได้เข้ามาในพื้นที่วัดก็พบพยานหลักฐานชัดเจน ส่วนสาเหตุที่การเจรจายืดเยื้อมาถึงช่วงบ่าย ข้อเท็จจริงก็ปรากฏตามสื่ออยู่แล้วว่าเป็นเพราะอะไร ถามว่า ถือว่าการปฏิบัติการครั้งนี้ล้มเหลวหรือไม่ พ.ต.ต.สุริยาตอบว่า อยู่ที่การใช้คำพูด หลังจากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเดินทางกลับไปที่ สภ.คลองหลวงทันที

ธรรมกายนัดลูกศิษย์อีกตี 3

ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้นลงและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เดินทางกลับไปแล้ว ทางวัดพระธรรมกายได้ปิดประตู 7 ลงทันที พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่วัดได้ประกาศให้คณะศิษย์ที่มานั่งสวดมนต์ปฏิบัติธรรม รอต้อนรับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจนเต็มบริเวณทางเข้าฝั่งประตู 7 ให้สลายตัว และนัดหมายให้ไปรวมตัวกันที่ห้องแก้วสารพัดนึกเวลา 19.00 น. สำหรับคนที่ต้องการปฏิบัติธรรมข้ามคืน ส่วนผู้ที่จะเดินทางกลับบ้านขอให้เดินทางกลับมายังวัดอีกครั้งในเวลา 03.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.

“ศรีวราห์” ยันไม่ล้มเหลว

ที่ สภ.คลองหลวง พล.ต.อ.ศรีวราห์ เผยก่อนเข้าประชุมกับชุดเจรจาดีเอสไอว่า ปัญหาของการบุกเข้าไปในวันนี้ เกิดจากลูกศิษย์มีเจตนาไม่ให้เข้า หากดีเอสไอจะดำเนินการตามกฎหมายก็ให้ร้องขอมาที่ตำรวจ จะรับเรื่องไว้ พร้อมกับดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนการปฏิบัติงานของตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองยืนยันว่า ไม่ล้มเหลว เพราะระหว่างการตรวจค้นไม่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ตนมาดูแลเป็นพิเศษ และการปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนดีเอสไอจะถือว่าการปฏิบัติการครั้งนี้ล้มเหลวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะทำงานและสื่อมวลชนเอง ในทางการข่าวของตำรวจสันติบาลยืนยันว่า พระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัด การมาตรวจค้นในครั้งนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด

ชาวบ้านร้องเรียนปิดถนนรอบวัด

ขณะที่ พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธิ์ รองผบก.ภ.จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมารอบวัดพระธรรมกายว่า มีการนำรถมากีดขวางทางจราจร ไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้ หลังจากนี้จะรอให้ชาวบ้านมาแจ้งความร้องทุกข์ จากนั้นจะให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการกับกลุ่มบุคคลที่กระทำผิดตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ตำรวจโกนหัวแจงไปทำงาน

จากกระแสข่าวลือว่า ทางวัดพระธรรมกายจับกุมชายต้องสงสัยเป็นมือที่ 3 เข้ามาป่วนในวัด ต่อมาทราบว่า ชายดังกล่าวเป็นตำรวจชื่อ ด.ต.ปฏิภาณ สูงเนินเขต หรือดาบมอส ตำแหน่งงานสายตรวจพิเศษ สภ.คลองหลวง โดย ด.ต.ปฏิภาณชี้แจงกับสื่อมวลชนที่ทางเข้า สภ.คลองหลวงว่า ตนได้รับภารกิจให้มาเฝ้าบริเวณประตู 9 วัดพระธรรมกาย ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น. ขณะนั้นฝนตกหนักเลยนั่งอยู่ในรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณสหกรณ์มงคลเศรษฐี ไม่รู้จะทำอะไรเลยนำใบมีดโกนมาโกนศีรษะ เนื่องจากปกติโกนศีรษะโล้นมา 3 ปีแล้ว พร้อมถอดเสื้อออก เพราะเสื้อเปียกและกันเศษผมติดเสื้อ กระทั่งมีพระวัดพระธรรมกายผ่านมาเห็น จึงสอบถามพูดคุย ทางวัดก็เข้าใจว่ามาปฏิบัติหน้าที่ และให้พระตรวจสอบเพื่อความสบายใจ ทุกอย่างเรียบร้อยดี กระทั่งมีการแชร์ภาพตนกลายเป็นกระแสข่าวว่า ปลอมตัวเป็นพระเข้ามาสร้างสถานการณ์ไม่หวังดี ขอยืนยันว่า ไม่ได้ปลอมตัวบวชเป็นพระ หากจะปลอมเป็นพระต้องมีจีวร มีบาตร แต่ไม่มี ตั้งแต่มีภาพหลุดออกมาทำให้เกิดความเครียด แต่ตอนนี้สบายใจแล้วหลังจากได้ชี้แจงกับสื่อมวลชน เพราะกลัวจะโดนกล่าวหาว่าเป็นมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์

รอดีเอสไอแจ้งความลูกศิษย์

ต่อมาเวลา 16.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์เผยหลังการประชุมว่า กรณีกลุ่มศิษยานุศิษย์นั่งสมาธิบริเวณทางเข้าวัดพระธรรมกาย เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นวัดนั้นถือว่ามีความผิด หากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอร้องทุกข์มา ตำรวจต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งนี้ตำรวจมาในฐานะผู้รักษาความสงบ มาป้องกันเหตุร้ายแรง แต่วันนี้ไม่มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นถือว่าดีแล้ว คนไทยด้วยกันไม่จำเป็นต้องมาทะเลาะกัน เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ในส่วนหมายค้นดีเอสไอเป็นผู้ขออนุญาตศาล และการขอค้นจะต้องชี้แจงศาลว่า จะให้เจ้าหน้าที่กี่คน และระบุชื่อด้วยว่าใครบ้าง ไม่ใช่ใครเข้าไปก็ได้ หรือให้กำลัง 5-6 กองร้อยเข้าไปได้ ไม่ใช่แบบนั้น ศาลจะพิจารณาจึงค่อยอนุมัติหมายค้นได้ หากดีเอสไอขอหมายค้นอีกก็ประสานมา เราเตรียมกำลังไว้พร้อม

ห้ามตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าวัด

“ในส่วนการกีดขวางการจราจร และอำนวยความสะดวกประชาชนรอบวัด ได้กำชับให้ทุกหน่วยและท้องที่ดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ประชาชนส่วนใหญ่มีผลกระทบ รวมทั้งเหตุการณ์มือที่ 3 เป็นห่วงเรื่องนี้ ถึงวันนี้ยังไม่มีเหตุอะไร เราก็สั่งให้เฝ้าระวังต่อไป วันนี้ไม่มีเหตุรุนแรงเป็นเรื่องที่ดี พร้อมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยไม่ว่าจะเป็นท้องที่ สันติบาล กองสืบสวน หรือศูนย์สืบสวน ต้องสวมเครื่องแบบเต็มยศเมื่อต้องเข้าไปในวัด ไม่มีนอกเครื่องแบบ หรือไอ้โม่งเด็ดขาด” พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว

“บิ๊กต๊อก” ยันใช้การเจรจาถูกแล้ว

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เผยว่า สำหรับการขอหมายค้นครั้งที่ 2 ยังไม่ได้รับรายงาน เพราะเป็นแง่กฎหมาย เนื่องจากสำนวนทั้งหมดอยู่กับอัยการเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีการเจรจากับวัดพระธรรมกายสำเร็จหรือไม่ ไม่ทราบว่าไปเจรจาอะไรกัน วันที่ 17 มิ.ย. จะเรียก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ มาชี้แจงภาพรวมทั้งหมดให้ฟัง การปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้เป็นไปตามกรอบที่วางไว้ เพราะไม่อยากให้มีเรื่องมีราว ส่วนการนำตัวออกมาสามารถทำได้คือ นำกำลังเข้าไป แต่ถามว่ามันคุ้มหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินว่าไม่คุ้ม

ฮึ่ม ต้องดำเนินคดีลูกศิษย์ที่ขวาง

“คำตอบของเรามีอยู่แล้ว ประกาศให้เห็นอยู่แล้วว่า เจ้าหน้าที่ถูกขัดขวาง หากมีผู้ใดขัดขวางต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขั้นตอนนี้หากประสบความสำเร็จถือว่าทำตามที่ตนสั่งได้ และทำตามที่รัฐบาลห่วงใยไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรง เจ้าหน้าที่ก็ทำตาม เราบอกไม่ได้ว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ เพราะสิ่งที่เราต้องการคือ ต้องเอาตัวผู้ต้องหามาส่งอัยการ แต่ถ้ามันสูญเสียมากกว่า แล้วจะทำให้เกิดการสูญเสียทำไม ตนจึงปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานตามขั้นตอนที่วางไว้” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ดีเอสไอแจ้งความคนขวางค้นวัดแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองคดีดีเอสไอเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง ดำเนินคดีกับกลุ่มที่ขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นพื้นที่วัดพระธรรมกายตามที่ศาลอนุมัติหมายค้น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189 ผู้ใดขัดขืนคำบังคับตามกฎหมายของพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน ซึ่งให้มาเพื่อให้ถ้อยคำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พนักงานสอบสวนจึงเชิญนายสมเกียรติ ธงศรี ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าให้ปากคำต่อ พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัจพัฒนคุณ สว. (สส.) สภ.คลองหลวง ในฐานะพยานที่ร่วมตรวจค้นในวัดพระธรรมกายด้วย

“เลขาฯสมช.” ย้ำนโยบายละมุนละม่อม

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพื่อจับตัวพระธัมมชโย ซึ่งมีหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะบานปลายว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้เน้นย้ำตลอดว่า ต้องดำเนินการทุกอย่างอย่างละมุนละม่อม หลีกเลี่ยงการปะทะ ซึ่งดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบนโยบายนี้ดี ส่วนเรื่องมวลชนนั้นฝ่ายความมั่นคงดูอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทุกคนเห็นอยู่แล้วว่าทำทุกอย่างตามขั้นตอนไม่ได้กดดันหรือเร่งอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามจังหวะของกระบวนการยุติธรรม และผู้ที่ถูกกล่าวหาย่อมได้รับสิทธิในการชี้แจง ขณะนี้เขาก็ให้โอกาสมาชี้แจง

เลี่ยงตอบมอบตัวรัฐบาลใหม่

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับเงื่อนไขที่ทางวัดพระธรรมกายระบุว่า พระธัมมชโยจะมอบตัวก็ต่อเมื่อประเทศมีความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง พล.อ.ทวีปตอบว่า ถ้าจะบอกว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงจะหาปลายไม่เจอ อะไรคือประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่ละประเทศยังไม่เท่ากัน หากจะพูดแบบนี้หาจุดที่จะไปถึงจุดนั้นไม่ได้ ขณะนี้ประเทศมีกฎหมาย ทุกคนต้องเคารพ เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ ใครก็ตามมาละเมิดสิทธิของเรา เราย่อมมีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีได้ ถามอีกว่าหากทางพระธัมมชโยจะรอจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้วค่อยมอบตัว รัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร เลขาฯ สมช.กล่าวว่า ตอนนี้ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างละมุนละม่อมที่สุด

“วิรัตน์” แนะมอบตัวสู้คดี

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดีเอสไอดำเนินการกับวัดพระธรรมกายว่า เมื่อผู้ที่ออกหมายจับและหมายค้นคือ ศาล พระธัมมชโยควรให้ความร่วมมือกับทางการ เพราะการเชิญตัวไม่ได้แปลว่าทำผิดหรือไม่ผิด แต่เพื่อเปิดโอกาสให้พิสูจน์ตัวเองว่าถูกกล่าวหา สามารถสู้คดีได้หรือไม่ แต่กระบวนการที่ทางวัดจัดเครื่องจักรกลหนักมาปิดกั้น และมีกำแพงมนุษย์มาขัดขวาง อาจก่อให้เกิดความผิดทางอาญาอื่นตามมาได้ เพราะหากทางราชการจะไปกลั่นแกล้งพระภิกษุที่มีอิทธิพลระดับประเทศหรือระดับโลก คงไม่มีใครกล้าทำแบบนั้น พระธัมมชโยมีทนายความที่มีฝีมือจำนวนมากควรที่จะเข้ามอบตัว หากอาพาธจริงก็มีสิทธิไปจำวัดอยู่ที่โรงพยาบาลมีทีมแพทย์ดูแลอย่างดี การที่ไม่ยอมให้แพทย์มาตรวจอาการ เสมือนหนึ่งประวิงเวลาขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่เป็นผลดี

ติงรอรัฐบาลใหม่แค่ประวิงเวลา

ส่วนกรณีที่วัดพระธรรมกายออกแถลงการณ์ว่า ให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยก่อน พระธัมมชโยจึงจะมอบตัวนั้น นายวิรัตน์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน นั่นคือการประวิงเวลาให้ล่าช้า ประเทศไหน รัฐบาลไหนก็ต้องทำอย่างรัฐบาลชุดนี้ทำ คือ รักษากฎหมาย ศาลยุติธรรมเป็นผู้ออกหมายค้นและหมายจับ ไม่ใช่ตำรวจหรือดีเอสไอทำการโดยลำพัง ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า ถ้ารัฐบาลชุดนี้ดำเนินการไม่ได้จะไม่มีรัฐบาลชุดไหนเข้าไปดำเนินการได้ เพราะมีทั้งคำสั่ง คสช.และกำลังพลนั้นอยู่ที่ข้อเท็จจริง ถ้าพระธัมมชโยมีความบริสุทธิ์ใจ รัฐบาลไหนก็กลั่นแกล้งไม่ได้ แต่ถ้าทำผิดรัฐบาลไหนก็ปกป้องไม่ได้ นอกจากจะใช้อำนาจโดยไม่ชอบเหมือนรัฐบาลชุดที่ผ่านมา

“ไก่อู” โต้ข้ออ้างศิษย์ธรรมกาย

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีลูกศิษย์วัดพระธรรมกายกล่าวว่า พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายจะไม่มอบตัวจนกว่าบ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตยว่า เหนือความคาดหมายที่ใช้เหตุผลเช่นนี้ปฏิเสธที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ให้เกียรติและปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาไม่เคยใช้อำนาจพิเศษ แม้ขณะนี้อาจไม่ใช่ประชาธิปไตยที่คุ้นเคย แต่ในทางปฏิบัติถือว่า ไทยเป็นประชาธิปไตยไม่แพ้ประเทศเสรีนิยมด้วยการทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ บังคับใช้อย่างเท่าเทียมทุกคน ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน คนทำผิดต้องได้รับโทษไม่มีละเว้น ใครพยายามทำตัวอยู่เหนือกฎหมายใช้อภิสิทธิ์เครือข่ายพวกพ้องปกปิดความผิดตัวเองต่างหากถึงจะเรียกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย

กังขาว่าไม่เกี่ยวการเมือง

พล.ต.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา วัดพระ ธรรมกายมักถูกสังคมตั้งข้อสงสัยว่าอิงการเมืองหรือฝักใฝ่การเมืองขั้วใดหรือไม่ ซึ่งทางวัดก็ปฏิเสธว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่การออกมาอ้างเหตุผลของ ศิษยานุศิษย์ผู้ใกล้ชิดพระธัมมชโยครั้งนี้ น่าเป็นกังวลว่าจะยิ่งทำให้ประชาชนคิดไปได้ว่า วัดพระธรรมกายไม่ได้เป็นอย่างที่พยายามบอกสังคมมาตลอด ตามสามัญสำนึกหากศิษยานุศิษย์กลุ่มนี้มั่นใจในความบริสุทธิ์ ไม่ควรขัดขวางการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของพระธัมมชโย ไม่ควรทำให้ศิษย์วัดคนอื่นๆต้องมาเดือดร้อน มานั่งนอนขวางทางเจ้าหน้าที่ที่พยายามรักษากฎหมายตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนตัวมองไม่เห็นเหตุผลจะรั้งรออะไร เพราะยิ่งปล่อยไว้ให้เรื้อรัง อาจทำให้ประชาชนหรือแม้แต่ผู้ศรัทธาวัดพระธรรมกายเองตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมจึงพยายามซื้อเวลา อยากขอความร่วมมือศิษยานุศิษย์ อย่าขัดขวางการมอบตัวของพระธัมมชโย

“ดีเอสไอ” นำทีมเจ้าหน้าที่หลายหน่วยปิดล้อมวัดพระธรรมกาย เจรจาขอเข้าตรวจค้นจับกุมพระธัมมชโย แต่ถูกลูกศิษย์ขวางไม่ให้เข้าไปในส่วนของกุฏิ ยืนยันยอมมอบตัวต่อเมื่อมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น จนต้องยกเลิกปฏิบัติการถอนทัพกลับ 17 มิ.ย. 2559 08:02 17 มิ.ย. 2559 08:03 ไทยรัฐ