วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป.หนุนโพสต์พท. ไม่รับร่างรธน.-ไม่ผิด

บิ๊กตู่ดึงปท.เพื่อนบ้าน ปลูกป่าเชื่อมเขตแดน

กกต.ย้ำเลือกตั้งปี 60 แน่ ไม่ว่าประชามติจะผ่านหรือไม่ ชี้กรณี 17 แกนนำพรรคเพื่อไทยพร้อมใจโพสต์เฟซบุ๊กไม่รับร่าง รธน.อยู่ในขอบเขตที่รับได้ แต่ต้องพิสูจน์ทำส่วนบุคคลหรือไม่ ถ้าพบวางแผนเป็นขบวนการโดยพรรคเพื่อไทย อาจผิดคำสั่ง คสช. โทษถึงขั้นยุบพรรค “บิ๊กป๊อก” ไม่สบายใจท่าทีชี้นำความคิด เช่นเดียวกับ “วิษณุ” เอือมระอาพูดอะไรไม่เคยฟัง “วันชัย” ซัดเจตนาท้าทาย คสช. จี้รัฐบาลตัดไฟแต่ต้นลม ด้านพรรคประชาธิปัตย์เข้าข้างเพื่อไทย เชื่อทำได้ไม่ผิด “ชัยเกษม” ยันความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้วางแผนมาป่วน เตือนยิ่งปิดกั้นยิ่งไปไม่รอด “ภูมิธรรม” งงคนเห็นต่างคือคนทำผิด ด้าน นปช.เดินหน้าศูนย์ปราบโกง เชิญยูเอ็น-ทูตแวะชม 19 มิ.ย. เผยตุลาการศาล รธน.วินิจฉัยคำร้อง ม.61 วรรค 2 พ.ร.บ.ประชามติไม่เกิน มิ.ย.นี้ “บิ๊กตู่” ปลุก 5 ชาติ ไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม โตไปด้วยกัน ฝันเห็นป่าเชื่อมเขตแดน พร้อมวอนอย่าทะเลาะกันอีกเลย

สืบเนื่องจากกรณีที่ 17 แกนนำพรรคเพื่อไทยพร้อมใจกันออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ระบุไม่รับร่างรัฐธรรมนูญท่ามกลางเสียงท้วงติงจากแม่น้ำ 5 สาย ทั้งรัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมทั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่าอาจเข้าข่ายชี้นำ ปลุกปั่นหรือไม่นั้น

กกต.ย้ำประชามติผ่านไม่ผ่าน ลต.60

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมบางกอกพาเลส ประตูน้ำ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมโครงการสัมมนาเพื่อชี้แจงขั้นตอนการออกเสียงประชามติและมอบนโยบายการสนับสนุนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จัดโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยมีปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบการออกเสียงประชามติทุกอำเภอและผู้ช่วยจ่าจังหวัดทุกจังหวัด รวมกว่า 954 คน เข้าร่วมงาน นายสมชัยกล่าวตอนหนึ่งว่า กลไกของกรมการปกครองนับว่ามีความหมายที่จะช่วยให้การทำประชามติเกิดความสำเร็จ โดยหน้าที่ของฝ่ายจัดการออกเสียงเราไม่สนใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ต้องการให้เกิดข้อยุติว่าสังคมคิดอย่างไรกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หากผลออกมารับหรือไม่รับคือจบและไม่ว่าผลจะออกมาในแนวทางใดก็ขอให้สบายใจได้ว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นในปี 2560 แน่นอน

แกนนำ พท.โพสต์อาจถึงยุบพรรค

จากนั้นนายสมชัยกล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยโพสต์เฟซบุ๊กพร้อมกันไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า การแสดงความเห็นของประชาชนไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะมีฐานะเป็นผู้บริหารของพรรคการเมืองหรือเป็นบุคคลทั่วไป ถ้อยคำต่างๆที่ปรากฏออกมาก็พบว่ายังอยู่ในขอบเขตที่รับได้ แต่จะต้องพิสูจน์ว่าเป็นการกระทำโดยตัวบุคคลหรือไม่ หากทำโดยบุคคลโดยไม่ใช้ข้อความที่เท็จหยาบคายหรือปลุกระดม ก็ไม่ถือว่าผิด แต่ถ้าทำกันเป็นขบวนการ โดยพรรคการเมืองหรือพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ดำเนินการภายใต้ผู้บริหารพรรค ไม่ถือว่าผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ แต่หากตรวจพิสูจน์ได้ว่ากรณีนี้มีความเชื่อมโยงกับพรรคเพื่อไทยก็จะผิดคำสั่ง คสช. ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง ดังนั้นประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นยุบพรรค การเมือง ส่วนที่ กรธ.มองว่าเนื้อหาที่โพสต์ของสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางคนมีข้อความที่บิดเบือนเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ สามารถส่งเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบได้ หรือจะไปแจ้งความดำเนินคดีเองก็สามารถทำได้

วอนยุติวุ่นวายสร้างบรรยากาศดี

เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มพลเมืองโต้กลับที่ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะทำให้เกิดความวุ่นวายผิดกฎหมายหรือไม่ นายสมชัยตอบว่า การเคลื่อนไหวทุกเรื่องเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชน แต่ต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลายหรือทำให้การออกเสียงประชามตินำไปสู่ความวุ่นวาย ถ้านำไปสู่ความวุ่นวายก็จะเข้าสู่การบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มาตรา 61 (1) อยากให้ประชาชนทุกฝ่ายอยู่ในบรรยากาศของการพูดคุยด้วยเหตุผล ไม่อยากให้เกิดบรรยากาศที่ก้าวร้าวหรือรุนแรงเหมือนกับเหตุการณ์แบบเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ขอให้ทุกฝ่ายและทุกกลุ่มยุติการกระทำที่จะนำไปสู่ความวุ่นวายทั้งหมด เพื่อสร้างบรรยากาศการทำประชามติให้เป็นประชาธิปไตย

“บิ๊กป๊อก” ติงบิ๊ก พท.ชี้นำความคิด

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีแกนนำพรรคเพื่อไทย รวมตัวโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า ถ้าเป็นการแสดงความเห็นผ่านช่องทางส่วนตัวก็เป็นเรื่องส่วนตัว ตนเคารพการแสดงความคิดเห็น แต่สำหรับความคิดตนนั้นเห็นว่าเป็นการก้าวล่วงความคิดของคนอื่นหรือเป็นการชี้นำ เพราะแม้แต่ตนเองก็ยังไม่พูดเรื่องนี้ แต่เราใช้กลไกครู ก ข ค ในการอธิบายเนื้อหาให้ประชาชนได้ฟัง แต่จะไม่ใช้วิธีวิพากษ์วิจารณ์

“วิษณุ” ชี้เวที รธน.ภาคเหนือไม่น่าห่วง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปลี่ยนสถานที่จัดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และประชามติ จากค่ายกาวิละ เป็นหอประชุมนานาชาติ จ.เชียงใหม่ว่า กกต.แจ้งให้ทราบแล้ว ส่วนตนยังไม่แน่ใจว่าจะไปร่วมหรือไม่ เพราะเห็นว่าเวที 2 ครั้งที่ผ่านมา ตัวแทนรัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องเข้าร่วม ไม่เหมือน กรธ. และ กกต. การจัดเวทีที่ จ.เชียงใหม่ ไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล เป็นการพูดกันอย่างฉันมิตร ไม่ต้องเตรียมตัวว่ามันจะเกิดปัญหา ถ้าเมืองไทยจัดอะไรแบบนี้ขึ้นมาแล้วมีปัญหาหมดคงแสดงถึงอะไรบางอย่าง

เอือม พท.พูดอะไรไม่เคยเชื่อฟัง

เมื่อถามถึงกรณีแกนนำพรรคเพื่อไทยพร้อมใจกันโพสต์เฟซบุ๊กไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายวิษณุตอบว่า ทราบจากข่าวแล้ว ไม่มีความเห็นเรื่องนี้ จะไปบอกว่าทำได้แล้วปรากฏว่าทำไม่ได้ขึ้นมาจะมาตำหนิตน เมื่อถามอีกว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายลักษณะชี้นำหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ แต่ทุกคนทำอะไรไปต้องรับผิดชอบการกระทำตนเอง ต่อให้ทำมากกว่านี้ตนก็ตอบไม่ได้ว่าเขาผิดหรือไม่ เพราะบอกไปเขาก็ไม่เชื่อไม่ฟังอยู่แล้ว จึงไม่ต้องไปบอกอะไร ต่อข้อถามว่า เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวจะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่น่าจะมี ประเทศไทยไม่ได้อยู่ภายใต้การชี้นำของใคร อย่างเวทีที่ จ.นคร– ศรีธรรมราช นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และแกนนำกปปส.ยังประกาศว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญ ตนไม่เห็นว่าเป็นการชี้นำ ใครจะรับก็รับ ใครไม่รับก็ไม่รับ แต่พอพูดพร้อมๆกันจะผิดหรือไม่ผิดมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวข้องกับการชี้นำหรือไม่ชี้นำ

ยังไร้แววประชามติล้มแต่ต้องระวัง

รองนายกฯยังกล่าวด้วยว่า สถานการณ์ต่างๆ ตามภาพที่ปรากฏ ณ ขณะนี้ ยังไม่มีอะไรเป็นสัญญาณที่จะทำให้การทำประชามติไม่ราบรื่น ส่วนที่คาดกันไว้จะเกิด ก็คงมี เพราะข่าวนำเสนออยู่เยอะแยะว่าต่อไปจะทำอย่างไรกัน แต่อย่าทำให้สิ่งเหล่านี้โผล่ขึ้นมาเท่านั้น ถ้าเราดูจากสิ่งเกิดขึ้นตอนนี้ไม่มีอะไรน่ากลัว เชื่อว่าราบรื่น แต่บางเรื่องที่อยู่ในใจคนหรือกำลังคิดเตรียมการ ซึ่งมีรายงานตนตอบไม่ได้ว่าสุดท้ายมันจะราบรื่นหรือไม่ เพราะถ้าแค่คิดเฉยๆ ก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าทำมันจะไม่จบ เพราะจะมีคนเคลื่อนออกมาต่อต้านสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งทำ แล้วจะเกิดการปะทะกัน ตัวอย่างเหตุการณ์เล็กๆ ที่หน้าสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ถ้ามันมีเหตุการณ์ที่ใหญ่กว่านี้ถือว่าน่ากลัว มันจะกลับไปสู่เหตุการณ์ก่อน 22 พ.ค.57 อย่างนั้นต้องระวังกันไว้อย่าให้เกิด

“วันชัย” ซัด พท.เชื้อร้ายท้าชน คสช.

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณี 17 แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมใจโพสต์เฟซบุ๊กไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า พฤติกรรมต้องการสร้างความวุ่นวายชัดเจน แม้ทางกฎหมายอาจกระทำได้ แต่เจตนาโน้มน้าวสมคบร่วมกันกระทำเหมือนชี้นำในนามตัวแทนพรรคการเมืองต้องการท้าทายอำนาจรัฐ ท้าทาย คสช. ท้าทาย กกต. ว่าจะจับก็ให้มาจับ เพื่อนำประเด็นไปเคลื่อนไหวทางการเมือง ส่วนจะเป็นการกระทำเพื่อหวังผลปลุกม็อบหรือไม่นั้น มองว่าเป็นการส่งสัญญาณให้เครือข่ายของตัวเอง ถ้าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นจะเปิดหน้าชนในสถานการณ์ใกล้ลงประชามติ รัฐบาลจึงต้องรีบตัดไฟต้นลม เช่นเดียวกับเรื่องตั้งศูนย์ปราบโกง ไม่ได้ปราบโกงจริงจัง ตั้งมาสร้างความวุ่นวายกวนบ้านกวนเมือง เห็นด้วยให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ออกมาพูดจะไม่ให้มีศูนย์นี้เกิดขึ้นเด็ดขาด ตนว่าถ้าปล่อยไว้จะเป็นเชื้อร้ายของบ้านเมือง

“นิพิฏฐ์” ฟันธงระดมโพสต์ไม่ผิด

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญพร้อมกันของ 17 แกนนำพรรคเพื่อไทยนั้น คิดว่าน่าจะทำได้ ไม่ผิดตาม พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ก่อนหน้านี้ในกฎหมายประชามติฉบับเดิมห้ามรณรงค์ แต่ล่าสุดแก้ไขเอาคำว่ารณรงค์ออกไปในชั้นกรรมาธิการแล้ว จึงอาจตีความได้ว่าการกระทำดังกล่าวไม่ผิด เพราะไม่มีคำว่ารณรงค์อยู่ในกฎหมาย ประชาธิปไตยไม่ใช่ความเงียบสงบเหมือนในเรือนจำ ในระบอบประชาธิปไตยเหมือนความวุ่นวายในตลาดสดมีแม่ค้าโฆษณาขายของวุ่นวายได้ แต่อย่าตีกัน หรือลักขโมยของ รัฐบาลต้องคอยดูความเรียบร้อย อย่าให้วุ่นวาย หรือทำผิดกฎหมาย ต้องสนับสนุนให้ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้แสดงความเห็น

“องอาจ” เข้าข้าง พท.มีสิทธิ์ทำได้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นสิทธิเสรีภาพที่ทำได้ ที่บางฝ่ายบอกว่าเป็นการชี้นำนั้น เห็นว่าแม้จะชี้นำน่าจะกระทำได้ ขึ้นอยู่กับว่าคนที่ได้รับฟังข้อมูลจะเห็นด้วยหรือไม่ ไม่น่ามีผลอะไรมากต่อประชามติ ไม่น่านำไปสู่ความวุ่นวาย ควรปล่อยให้ทุกฝ่ายมีสิทธิ์แสดงออกอย่างกว้างขวาง ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง หรือ กกต.ไม่ควรที่จะแสดงออกใดๆที่นำไปสู่การปิดกั้น การกระทำดังกล่าวไม่ได้ใช้ถ้อยคำก้าวร้าว หยาบคาย แกนนำพรรคเพื่อไทยคงพิจารณาไตร่ตรองรอบคอบก่อนโพสต์แล้ว

บี้ กกต.ต้องกล้าใช้อำนาจชี้ขาด

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องดูเจตนาการกระทำของแกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลที่มุ่งหวังว่าต้องการให้มีอะไรเกิดขึ้นอย่างไร จะผิด พ.ร.บ.ประชามติหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ กกต.วินิจฉัย จึงขอเรียกร้องให้ กกต. กล้าใช้อำนาจชี้มูลเรื่องนี้เพื่อให้ได้ข้อยุติ ที่สำคัญขอให้ กกต.กล้าใช้อำนาจในการเปิดกว้างให้ประชาชน วงวิชาการและสื่อสารมวลชนได้แสดงความคิดเห็นถกเถียงในร่างรัฐธรรมนูญอย่างเปิดกว้างก่อนการทำประชามติ หาไม่แล้วการมีส่วนร่วมก็ไม่เกิดขึ้นและการทำประชามติ วันที่ 7 ส.ค. คงไม่มีความหมายไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน อาจเกิดการไม่ยอมรับและเป็นปัญหาในอนาคตอีก

เหน็บรักประชาธิปไตยกันหนักมาก

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยโพสต์เฟซบุ๊กไม่รับรัฐธรรมนูญเป็นนัดหมายกันแน่นอน แต่เป็นสิทธิไม่น่าจะผิดกฎหมาย เราต้องเคารพความคิดเห็นต่าง แต่ย่อมก่อให้เกิดความปั่นป่วนในการทำประชามติเชื่อว่าคงมีอีกเป็นระยะๆ บางคนเป็นอดีตประธานรัฐสภา บางคนเป็นอดีตอธิการบดี กลับมารักประชาธิปไตยสุดๆในยุคนี้ แต่ทีสมัยนายทักษิณใช้อำนาจเผด็จการรัฐสภาและมีผลประโยชน์ทับซ้อน สร้างปัญหาให้กับประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ ท่านไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมยุคหนึ่งจึงมีการสั่งไม่ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร กับบริวารบ่อยครั้ง จึงขอเรียกร้องให้หน่วยราชการเป็นหลักให้กับบ้านเมืองทำหน้าที่ตรงไปตรงมาอย่ายอมเป็นเครื่องมือของนักการเมือง

“ชัยเกษม” ชี้ยิ่งปิดกั้นยิ่งไปไม่รอด

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. แกนนำ พรรคเพื่อไทย 17 คน ออกมาพร้อมใจกันโพสต์เฟซบุ๊ก ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัว เมื่อมีคนมาถามก็ตอบไป ไม่ได้วางแผนสร้างความวุ่นวายอะไร ถ้าจะวางแผนสร้างความวุ่นวายจริงคง ไม่ใช่พวกตน การออกมาแสดงความคิดเห็นส่วนตัวโดยสุจริต อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ทุกคนย่อมมีสิทธิทำได้ ตามกฎหมายกำหนด และเชื่อว่าทุกคน มีดุลพินิจ ถ้าจะปิดกันจนไม่ให้พูด ไม่ให้แสดงความคิดเห็นอะไรเลย ทำได้อยู่ฝ่ายเดียว บ้านเมืองไปไม่รอดหรอก ถ้าลองไปอ่านดูก็ไม่เห็นมีใครชี้นำ ดังนั้น ไม่ควรห้ามอะไร ปัจจุบันเรื่องของความคิดเห็น แบ่งเป็น 2 ฝ่ายอยู่แล้ว เป็นผลดีกับประชาชนด้วยซ้ำ จะได้เห็นว่าใครคิดอย่างไร สิ่งที่คิดถูกหรือผิด คน อยากเชียร์ก็เชียร์ไป แต่ไม่ใช่ไปชักชวนให้ลงตาม ถ้าอย่างนั้นเสร็จแน่ จากนี้อาจมีการออกมาแสดงความคิดเห็นเพิ่มอีกเป็น 10 เป็น 100 ก็ได้

“ภูมิธรรม” งงคนเห็นต่างคือคนผิด

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรามาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในสังคมที่ผิดปกติและแปลกประหลาดไปทุกวัน การทำประชามติของคนที่อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน และต้องเป็นการทำประชามติที่อิสระและเป็นธรรมที่ทุกฝ่ายสามารถถกเถียงกันได้อย่างเต็มที่ แต่การทำประชามติครั้งนี้ต้องถือว่าเป็นการทำประชามติที่แปลกประหลาด เพราะบรรยากาศที่จะให้ฝ่ายต่างๆ ได้รับโอกาสในการพูดคุยถกเถียงกันนั้นมีน้อยมาก โดยฝ่ายผู้สนับสนุนสามารถแสดงความเห็นได้เต็มที่ ในขณะที่ฝ่ายเห็นต่างแทบจะไม่มีเวทีในการแสดงออก และยิ่งประหลาดใจ เมื่ออดีตนักการเมืองและอดีตรัฐมนตรีที่ห่วงใยบ้านเมือง ได้ใช้สิทธิของตนในการออกมาแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญที่จะนำไปลงประชามติเพื่อกำหนดอนาคตของสังคมไทย กลับถูกผู้เกี่ยวข้อง และผู้มีอำนาจในปัจจุบันบางส่วนแสดงท่าทีประหนึ่งว่าการแสดงความเห็นของท่านเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ผิดหรือกระทำไม่ได้

“วัฒนา” กระทุ้งเผด็จการทำลาย ศก.

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “เผด็จการคือตัวปัญหา” ว่า เผด็จการหรือ ประชาธิปไตยแบบครึ่งๆกลางๆ ได้พิสูจน์แล้วว่าบริหารประเทศไม่ได้ เพราะไม่สามารถจะทำให้เกิดความสงบและสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เผด็จการไม่สามารถบังคับให้เกิดการส่งออก การบริโภคและการลงทุน แม้แต่ภาคธุรกิจที่เคยสนับสนุนให้มีการยึดอำนาจก็ยังไม่เกิดความมั่นใจ จึงเกิดภาวะเศรษฐกิจซบเซาโดยมีเครื่องชี้วัดคือมีเงินล้นตลาดเพราะไม่มีการลงทุน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศว่ามีเงินล้นระบบ ซึ่งเป็นเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์แบบข้ามคืน ถึงวันละกว่า 900,000 ล้านบาท รัฐบาลเผด็จการไม่มีทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เพราะสิ่งที่ขาดหายไปที่เผด็จการไม่มีทางสร้างให้เกิดขึ้นได้คือความเชื่อมั่น

ซัด คสช.สับขาหลอกยื้ออยู่ยาว

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้แม้มีครู ข ครู ค แต่ประชาชนยังไม่รู้เรื่องรัฐธรรมนูญเลย ให้อธิบายแต่เรื่องปราบโกงแต่ไม่มีการพูดถึงข้อดีข้อเสีย เมื่อประชาชนไม่รู้ หน้าที่อธิบายข้อดีข้อเสียก็เป็นของ นักการเมือง อาจารย์นักศึกษา แต่มีการออก พ.ร.บ.ประชามติโทษจำคุก 10 ปี เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. แกนนำ พรรคเพื่อไทย 17 คน ออกมาบอกว่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช.ออกมาบอกว่าผิด อาจมีโทษจำคุก 1-10 ปี เมื่อเป็น แบบนี้ความขัดแย้งขยายมากขึ้นและการที่ นปช.เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ แต่ คสช.บอกว่าจะดำเนินคดีนั้น ความจริงถ้า คสช.อยากอยู่ในอำนาจต่อก็อยู่ไปเลยไม่ต้องทำประชามติ แต่เมื่อเกิดความเสียหายต่อประเทศ คสช.ก็ต้องรับไป คสช.บอกว่าจะปฏิรูป แต่ไม่มีการเปิดกว้างให้นำไปสู่ประชาธิปไตยเลย เผด็จการขึ้นทุกวัน จะเลือกตั้งไปทำไม แค่เป็นการอำพราง สร้างความชอบธรรมเพื่ออยู่ในอำนาจต่อไปใช่หรือไม่ นอกจากนี้ มีการทำโครงการหมู่บ้านละ 2 แสนบาท ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านดูแล เป็นการจูงใจ หรือเป็นสินบนให้ช่วยเอื้อให้ประชามติผ่านหรือไม่

“ยังเติร์ก” พท.ซ้ำดาบสองโพสต์ไม่รับ รธน.

วันเดียวกัน อดีต ส.ส.และคณะทำงานกลุ่ม “ยังเติร์ก” พรรคเพื่อไทยจำนวน 4 คน พร้อมใจกันโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เหมือนกับแกนนำพรรค 17 คน ที่โพสต์ไปก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. โดยนายไผ่ ลิกค์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร ระบุว่า รัฐธรรมนูญนี้ให้อำนาจกลุ่มบุคคลที่มาจากการแต่งตั้งมากกว่าพี่น้องประชาชน ผมในฐานะคนรุ่นใหม่จึงมองไม่เห็นอนาคตที่ดี ผมจึงไม่ขอรับร่างรัฐธรรมนูญ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ลดทอนสิทธิประชาชน ในการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตประเทศ ด้วยการให้ประชาชนกาบัตรเลือกตั้งใบเดียว จึงทำให้ไม่สามารถเลือกคนที่รักพรรคที่ชอบ ถือเป็นการลิดรอนสิทธิในการร่วมกำหนดนโยบายผ่านการเลือกตั้งอีกด้วย ดิฉันจึงไม่อาจรับร่างฯนี้ ขณะที่นายวัน อยู่บำรุง อดีตรองเลขา– ธิการนายกรัฐมนตรี โพสต์ว่า ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและการเลือก ส.ส.ไม่ได้มีบัตรลงคะแนนสองใบ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเลือกคนที่รักเลือกพรรคที่ชอบได้ ผมจึงไม่ขอรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ถ้ารัฐธรรมนูญใหม่ไม่สร้างความมั่นใจให้กับต่างประเทศ ก็จะไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้

นปช.เชิญยูเอ็นดูศูนย์ปราบโกง 19 มิ.ย.

นพ.เหวง โตจิรการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีที่จะเชิญองค์การสหประชาชาติและสถานทูตต่างๆ มาดูงานในศูนย์ปราบโกงประชามติของ นปช. ว่า ในวันที่ 17 มิ.ย. เวลา 13.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และแกนนำ นปช. จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อองค์การสหประชาชาติ ที่ ถ.ราชดำเนิน เพื่อเชิญชวนให้ส่งตัวแทนมาดูงานศูนย์ปราบโกงประชามติ ที่ นปช.ตั้งขึ้น เพื่อตรวจสอบการทำประชามติของ รัฐบาล คสช. ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ในวันที่ 19 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ขณะเดียวกัน จะส่งอีเมลไป ยังสถานทูตสำคัญๆ ในประเทศไทย เพื่อให้ส่งตัวแทนมาดูงานที่ศูนย์ปราบโกงประชามติในวันที่ 19 มิ.ย.เช่นกัน เจตนาของการให้ยูเอ็นเข้ามาดูศูนย์ปราบโกง คือ การร้องขอความเป็นธรรมจากยูเอ็น ในกรณีที่รัฐบาลลุแก่อำนาจเรื่องการทำประชามติ จึงขอให้องค์กรระดับโลกเข้ามาถ่วงดุลการใช้อำนาจที่ไม่ถูกกฎหมาย ถือเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการทำงานของศูนย์ปราบโกงว่าไม่ได้ซ่องสุมทำผิดกฎหมายอะไร ไม่มีวาระแอบแฝงการเมือง ทั้งนี้ ถ้าหากรัฐบาลต้องการจะส่งตัวแทนมาที่ศูนย์ปราบโกง วันที่ 19 มิ.ย. ก็ไม่ได้ห้ามอะไร

ศาล รธน.วินิจฉัยคำร้องเสร็จ มิ.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสภานิติ– บัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้วเมื่อวันอังคารที่ 14 มิ.ย. ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ทั้ง 2 หน่วยงานทำคำชี้แจงภายใน 7 วัน หลังจากศาลรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่เสนอให้ศาลพิจารณาว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 มาตรา 61 วรรคสอง มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นจะนำคำชี้แจงดังกล่าวเข้าที่ประชุมองค์คณะ ตุลาการเพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้า ถ้าคำชี้แจงมี รายละเอียดเพียงพอต่อการวินิจฉัย ศาลก็สามารถนัด อภิปรายเพื่อลงมติได้เลย หรือหากศาลเห็นว่าข้อมูลไม่เพียงพอ ก็จะนัดไต่สวน เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายผู้ร้อง คือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือตัวแทนจากผู้ถูกร้อง คือ กกต.และ สนช. ชี้แจงเพิ่มเติม คาดว่า น่าจะพิจารณาแล้วเสร็จไม่เกินสิ้นเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจขององค์คณะตุลาการด้วย

สนช.ตั้งแท่นสอย “บิ๊กโอ๋” ล้วงลูก ขรก.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่ วาระการประชุมนายพรเพชรแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงรายงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ส่งเรื่องการถอดถอน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม มาให้ สนช.ดำเนินการ กรณีก้าวก่ายแทรกแซงแต่งตั้ง พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกลาโหม โดยมิชอบ ซึ่งที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติเสียง ข้างมากว่าพฤติการณ์ พล.อ.อ.สุกำพลเป็นการใช้สถานะ รมว.กลาโหมก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติของคณะกรรมการปลัดกระทรวงกลาโหมในการบรรจุแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้อื่น และพรรคการเมือง ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 (1) (2) รวมทั้งฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง ข้อ 15 พ.ศ.2551 จึงเป็นเหตุให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง โดยขอกำหนดประชุมสนช.นัดแรก เพื่อพิจารณาคดีถอดถอน พล.อ.อ.สุกำพลในวันที่ 7 ก.ค. ส่วนข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีเพิกเฉยไม่ไต่สวนหนังสือร้องทุกข์ของปลัดกระทรวงกลาโหม และยังนำความกราบบังคับทูลโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง พล.อ.ทนงศักดิ์เป็นปลัดกลาโหม ทั้งที่ทราบดีว่า พล.อ.อ.สุกำพลก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหมนั้น ป.ป.ช.มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป เพราะไม่มีมูลความผิด

ตั้ง “ชัยยะ” เพื่อน “สนธิ” นั่งเลขา ปปง.

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ประชุม สนช.ที่มีนาย สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ปปง.ที่มี พล.อ.อู้ด เบื้องบน เป็นประธาน ได้รายงานผลการตรวจสอบของ พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รักษาราชการและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการ ปปง.ผู้ได้รับการเสนอชื่อฯ ในส่วนที่เปิดเผยและรายงานลับแล้ว จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาด้วยการประชุมลับและลงมติลับด้วยคะแนน 154 ต่อ 2 งดออกเสียง 3 เห็นชอบให้ พล.ต.อ.ชัยยะเป็นเลขาฯ ปปง.ต่อไป

ผ่าน ก.ม.ตั้งศาลอาญาคดีทุจริต

จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีนายมนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด เป็นประธานพิจารณาเสร็จแล้ว สาระสำคัญคือ ให้จัดตั้งศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยยกฐานะแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในศาลอาญาขึ้นเป็นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และเมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเปิดทำการแล้ว ห้ามมิให้ศาลชั้นต้นอื่นรับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ไว้พิจารณาพิพากษา ที่ประชุมพิจารณาเรียงลำดับรายมาตราจนจบ แต่ไม่มีสมาชิกคนใดอภิปราย และลงมติในวาระ 3 เห็นชอบด้วยคะแนน 160 เสียง งดออกเสียง 2 ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

สปท.ปรับระบบเงินอุดหนุนพรรค

นายสมพงษ์ สระกวี ประธานอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูประบบพรรคการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาแนวทางปฏิรูประบบพรรคการเมืองว่า อนุ กมธ.ได้ข้อสรุปการปฏิรูประบบพรรคการเมืองเรียบร้อยแล้ว มีสาระสำคัญคือ การปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันการเมือง มีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกันอย่างแท้จริง ไม่ถูกครอบงำจากนายทุน โดยเพิ่มเติมเนื้อหาสำคัญให้สมาชิกพรรคการเมืองชำระค่าธรรมเนียมการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองรายปี รายละไม่เกิน 200 บาท ต่อปี และให้รัฐอุดหนุนเงินเพิ่มเติมแก่พรรคการเมืองอีกครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมที่พรรคการเมืองได้รับ เช่น พรรค ก. มีสมาชิกพรรค 1 ล้านคน จะได้ค่า ธรรมเนียมจากสมาชิกพรรคคนละ 200 บาท รวม เป็นเงิน 200 ล้านบาท และรัฐก็จะอุดหนุนเงินเพิ่มเติมแก่พรรคการเมืองอีกครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมจากสมาชิกพรรคคือ 100 ล้านบาท รวมแล้วพรรค ก. จะได้เงินอุดหนุนพรรค 300 ล้านบาทต่อปี

ให้ที่ประชุมพิจารณาปลาย มิ.ย.

นายสมพงษ์กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยมี เพราะเดิมการสมัครเป็นสมาชิกพรรคไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่อนุ กมธ.เห็นว่า ควรให้เสียค่า ธรรมเนียมเพื่อให้ประชาชนมีความรู้สึกมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของพรรคอย่างแท้จริง และจะกระตุ้นพรรค การเมืองต้องทำนโยบายที่ดี เพื่อจูงใจให้ประชาชนมาเป็นสมาชิกพรรคมากๆ ส่วนกรณีการบริจาคเงินให้พรรคการเมืองสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนเงินจ่ายไปจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนบริจาคเงินให้พรรคการเมืองมากขึ้น เหมือนกับการบริจาคเงินให้โรงเรียน วัด ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งอนุ กมธ.จะนำเสนอรายงานการปฏิรูประบบพรรคการ เมืองต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองในวันที่ 17 มิ.ย. คาดว่าประมาณปลายเดือน มิ.ย.หรือต้นเดือน ก.ค.นี้ จะเสนอรายงานปฏิรูประบบพรรคการเมืองต่อที่ประชุมสปท. เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป

โวแหลกเสนอคลอด ก.ม. 40 ฉบับ

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) แถลงผลการประชุมวิป สปท.ว่า จากการทำงานของ สปท.ที่ผ่านมา ได้ส่งรายงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านต่างๆ ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. แล้วทั้งสิ้น 63 เรื่อง และมีรายงานการปฏิรูป อีก 5 เรื่อง ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงรายงาน และ จากการติดตามรายงานปฏิรูปที่ส่งให้นายกฯพิจารณาแล้ว พบว่าส่วนใหญ่ได้รับการตอบรับและขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติแล้วในส่วนของการออกกฎหมาย ผลงานปฏิรูปที่มีความเป็นรูปธรรมขณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการออกกฎหมาย มีเรื่องการปฏิรูปที่เสนอให้ออกกฎหมายรวม 40 ฉบับแล้ว

“บิ๊กตู่” ปลุก 5 ชาติเติบโตไปด้วยกัน

ด้านความเคลื่อนไหวนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมดุสิตธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานและกล่าว สุนทรพจน์เปิดการประชุมและเสวนา CLMVT Forum : Toward a Shared Prosperity “ประสาน แบ่งปัน มั่งคั่งและยั่งยืน” ระหว่างผู้แทนภาครัฐและเอกชนด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวของประเทศ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย ถือเป็นดินแดนแห่งทองคำหรือดินแดนสุวรรณภูมิ อุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทั้งพื้นที่ วัฒนธรรม ชนชาติ ภาษา และมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมา เราต้อง ร่วมมือกันให้ทันกับโลกยุคใหม่โดยไม่ถือว่าใครเก่งกว่าใครต้องเดินไปด้วยกัน ไทยยินดีมีส่วนร่วมทุกอย่างทำให้บ้านเมืองเราเจริญเติบโต มั่งคั่ง แข็งแกร่งยั่งยืน อย่ามองการแข่งขันด้านเดียว ต้อง เคารพเกื้อกูลกัน นำพาไปด้วยกัน ทำอะไรนึกถึงประชาชนเป็นศูนย์กลาง ภาคเอกชนต้องรู้จักให้และรับ ต้องทำให้เวทีโลกมองเห็นเราทั้งอาเซียน

อยากเห็นพื้นที่ป่าเชื่อมระหว่างกัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อยากให้มีการปลูกป่าอาเซียนเพื่อเชื่อมต่อพื้นป่าระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้บ้านของเรามีอุณหภูมิที่ลดลงมีฝนตกมากขึ้น ทำอย่างไรให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ ซึ่งพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงทำไว้ในประเทศไทย วันนี้พรุ่งนี้มะรืนนี้ ต้องรักกันให้มากขึ้นด้วยความจริงใจเผื่อแผ่กัน CLMVT และอาเซียนต้องหากิจกรรมว่าเราจะทำอะไรก่อนในปีนี้ ปีหน้าให้ได้ ถ้าเราไม่เริ่มจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น การเจรจาการค้าหมื่นรายการชาติหน้าไม่มีจบ ตนมีข้อสรุปเจรจากับบางประเทศมา 20 ปีหมื่นกว่ารายการย้อนกลับไปดูที่ทำมาวันนี้ได้ 83 รายการ ครั้งนี้ต้องพูดให้จบคือ ต้องมีทั้งให้และรับเพราะเราเป็นเพื่อนกัน ประเทศไทยพร้อมเป็นเพื่อนสนับสนุนทุกอย่าง บทเรียนของไทยก็ถือเป็นบทเรียนกับเพื่อนบ้าน อะไรที่ไม่ดีอย่าเอาเป็นตัวอย่าง ถ้าไทยไม่มีเสถียรภาพอาเซียนก็ไม่มีเสถียรภาพ ต้องช่วยตนทำให้ประเทศไทยมีเสถียรภาพก่อน ตนก็พร้อมช่วยให้ทุกประเทศมีเสถียรภาพเหมือนกัน วันนี้จริงๆ แล้วต้องเดินทางไปต่างประเทศ แต่รอเพื่อนจึงเลื่อนเดินทางไปสายหน่อย

แนะทีม ศก.เปิดสายด่วนสายตรง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ถ้ามีอะไรสงสัยถามรัฐมนตรี ถ้าตอบไม่ได้บอกตน ทั้ง รมว.-รมช.พาณิชย์ รมว.พลังงาน รมว.ต่างประเทศ รมว.อุตสาหกรรม ทั้งหมดคือทีมงานเศรษฐกิจ อยู่ภายใต้การดูแล ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ กำลังทำทุกอย่าง มีอะไรคุยกันได้หมด อยากให้มีสายด่วนสายตรงถึงกัน ไม่ใช่ถึงเวลาก็ประชุมเสร็จกลับไปโอเค แต๊งกิ้ว พอถามยังทำอะไรไม่ได้เลยต้องคุยกันต่อเสียเวลาไปเท่าไหร่แล้ว ตนขอ 2 ปีที่ยังอยู่ตามโรดแม็ป ที่พูดทั้งหมดต้องทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้ ถ้าเห็นด้วยช่วยทำให้มันเกิดขึ้นต่างกันต่างช่วยประเทศของท่าน ความขัดแย้งโลกภายนอกสูงขึ้นเรื่อยๆ ต้องเอาวิกฤตินอกภูมิภาคเราเป็นโอกาสให้มากที่สุด

อย่าทะเลาะด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า เป็นนายกฯประเทศไทยเหนื่อยจริงๆ แต่ไม่เป็นไรสู้ไหว เพราะมีเพื่อนมาเยอะ วันนี้มี CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) มากับตนด้วย 5 ประเทศเราร่วมมือกันรวมพลังกันให้ได้และต้องรวมกันอีก 5 ประเทศอาเซียนให้ได้ เราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต้องอยู่ในวงจรห่วงโซ่มูลค่าให้ได้ จะตรงไหนก็แล้วแต่ต้องเผื่อแผ่แบ่งปันกัน และถ้าเราไปรวมกับจีนและอินเดียจะอีกมหาศาล อย่าไปทะเลาะกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอีกเลย พูดมาเยอะแล้ว 2 ปีที่ผ่านมาคิดง่ายๆ รายการวันศุกร์วันเดียว 2 ปีครึ่ง ร้อยกว่าครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง วันนี้ชักเบื่ออาทิตย์ที่แล้วพูด 30 นาที คนบอกว่านายกฯเป็นอะไรไม่สบายหรือเปล่าแสดงว่าพูดมากเกินไปประชาชนชักเป็นห่วง ก็เลยมีเวลาไปดูโทรทัศน์บ้าง บันเทิงไปแต่บันเทิงอย่าลืมสาระ ดูละครไทยก็เผื่อแผ่ไปเพื่อนบ้านเหมือนกัน เวลาตนออกรายการวันศุกร์ก็รอละครไทยช้าหน่อยเฉพาะวันศุกร์

ลั่นหมดยุคขัดแย้งแนวชายแดน

นายกฯกล่าวว่า พื้นที่ชายแดนตนได้พูดคุยกับทุกประเทศแล้วว่า สมัยที่เรายังอยู่เส้นเขตแดนต้องไม่เป็นเส้นเขตแดนแห่งความขัดแย้ง ต้องเป็นเส้นแห่งความร่วมมือ ตรงไหนที่มีปัญหาการปักปันเขตแดนก็ไปปักปัน เพราะปักปันวันนี้วันหน้ามันก็อยู่ในที่ของมัน ต่างคนต่างไม่กระทบกระทั่งกัน 200 ปีข้างหน้าก็อยู่อย่างนี้ แต่วันนี้จะทำอย่างไรให้พื้นที่ตรงนั้นเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของเราตามแนวชายแดน วิธีการง่ายๆคืออย่ากระทบกระทั่งกันอีกต่อไป อย่าเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นปัญหาเพราะมันจะเกิดไปในหลายพื้นที่ ตนว่าหมดยุคไปแล้ววันนี้เขตใครก็ว่าไปมีอะไรอยู่ก็มีตามนั้น ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ถ้าเอาทุกอย่างเป็นความขัดแย้งมันก็ไม่เกิดขึ้น แล้วเราจะได้อะไรจากทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมกันก็ไม่มี ตรงไหนยังไม่ได้ปักปันเขตแดนลงทุนค้าขายก็ขยับถอยห่างกันออกมาสักหน่อยอย่าไปจ่อกันเพราะจะมีปัญหาฟ้องร้องขึ้นศาลกันอีก ไปสร้างถนนหนทางเชื่อมโยงไปหากันก็ได้

นายกฯบินเยือนอินเดียเชื่อมสัมพันธ์

จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เดินทางไปท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) เพื่อขึ้นเครื่องบินไปเยือนสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-18 มิ.ย. โดยก่อนออกเดินทาง พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มโบกมือให้แก่ผู้สื่อข่าวโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ สำหรับการเดินทางไปเยือนอินเดียเพื่อกระชับความสัมพันธ์และหารือส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนของทั้งสองประเทศอย่างรอบด้านกับนายเอ็ม ฮามิด อันสารี รองประธานาธิบดีอินเดีย นายนเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย โดยจะมีการลงนามความตกลงจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1) แผนปฏิบัติการว่าด้วยโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม 2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับมหาวิทยาลัยนาคาแลนด์ 3) บันทึกความเข้าใจระหว่างธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กับธนาคาร Axis จำกัด นอกจากนี้ นายกฯจะเดินทางไปสักการะศาสนสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาที่เมืองคยา รัฐพิหาร และเป็นประธานพิธีสวดมนต์และเจริญจิตภาวนาใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

อัดแก้ปัญหาเรียนฟรีแบบขอไปที

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กกรณีหัวหน้าคสช.มีคำสั่งมาตรา 44 ฉบับที่ 28/2559 เรื่องให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายว่า ตกลงร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ.กำหนดเรียนฟรีกี่ปีแน่ คำชี้แจงของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกคำสั่งนี้ไม่ขัดร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ.ที่กำหนดให้เรียนฟรีภาคบังคับ 12 ปี และร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็ไม่มีผล ทำให้เห็นได้ว่าพอมีเสียงวิจารณ์กันมากๆ เรื่องเรียนฟรีแค่ 12 ปี จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน จึงใช้อำนาจเบ็ดเสร็จมาหาทางออกทำแบบสุกเอาเผากิน หรือขอไปที โดยไม่ได้หารือผู้ที่เกี่ยวข้องให้ดีก่อน และอาจเกิดปัญหาใหม่ๆในทางปฏิบัติ กรธ.มีความคิดแปลกๆหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องเรียนฟรีด้วย จึงได้ร่างกันมาตามความคิดของตน ที่ไม่ใช่หลงลืมหรือมองข้าม แต่มีวิธีคิดอย่างนั้นจริงๆ สนใจแต่เรื่องโครงสร้างอำนาจ

เย้ย คสช.กลัวไม่ผ่านประชามติ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ คสช.ใช้มาตรา 44 สั่งเรียนฟรี 15 ปี ตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมปลาย เพราะกลัวว่ารัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ว่าให้เรียนฟรี 12 ปีจะไม่ผ่านประชามติ และยังเป็นการหักหน้านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ก่อนหน้านี้ออกมายืนยันโดยตลอดว่าถูกต้องแล้ว และอยากบอกว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริงคือการได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยการดำเนินการครั้งนี้ทำให้ประชาชนยิ่งสับสนและสงสัยว่ารัฐธรรมนูญดังกล่าวมีปัญหาจริงใช่หรือไม่ ไม่ต่างจากการแก้เนื้อร้องในเพลงเชิญชวนให้ไปแสดงประชามติที่เหมือนเป็นการดูถูกคนภาคอีสานและคนภาคเหนือซึ่งตอนแรกที่มีเสียงคัดค้านก็ยืนยันว่าถูกต้อง แต่สุดท้ายก็ต้องมาเปลี่ยนเนื้อร้อง

ปอท.ยื่นฝากขังผัด 5 “บุรินทร์” คดี 112

เมื่อเวลา 08.45 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์และพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้นำตัวนายบุรินทร์ อินติน ผู้ต้องหาตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาฝากขังผัดที่ 5 ภายหลังครบกำหนดฝากขังผัดที่ 4 ต่ออีกเป็นเวลา 12 วัน โดยศาลอนุมัติฝากขัง ขณะที่นายอานนท์ นำภา ทนายความ ขอยื่นประกันตัวหลักทรัพย์ 5 แสนบาท แต่ศาลไม่อนุญาต

นายกฯ ถึงอินเดียพบทีมไทยแลนด์

เมื่อเวลา 16.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที) หรือตรงกับเวลา 18.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานกองทัพอากาศปาลาม กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยมีอธิบดีกรมพิธีการทูตอินเดีย เอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ให้การต้อนรับ จากนั้นเวลา 18.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้พบปะหารือและมอบนโยบายกับทีมประเทศไทยในอินเดียที่โรงแรม The Leela Palace

กกต.ย้ำเลือกตั้งปี 60 แน่ ไม่ว่าประชามติจะผ่านหรือไม่ ชี้กรณี 17แกนนำพรรคเพื่อไทยพร้อมใจโพสต์เฟซบุ๊กไม่รับร่าง รธน.อยู่ในขอบเขตที่รับได้ แต่ต้องพิสูจน์ทำส่วนบุคคลหรือไม่ ถ้าพบวางแผนเป็นขบวนการโดยพรรคเพื่อไทย อาจผิดคำสั่ง คสช. 17 มิ.ย. 2559 07:58 ไทยรัฐ