วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เห็น ‘ไต๋’ ยิ่งต้องระวัง

เห็น ‘ไต๋’ ยิ่งต้องระวัง

  • Share:

“การมอบตัวก็ต่อเมื่อบ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คือ เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์แล้วเท่านั้น”

คำตอบสุดท้ายจากแนวรบ “ธรรมกาย”

เป็นเนื้อหาสรุปจากแถลงการณ์จากคณะศิษย์พระเทพญาณมหามุนี หรือหลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่ออกมาภายหลังจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ นำหมายค้นและหมายจับกุมในคดีฟอกเงิน และรับของโจร ต่อเนื่องจากการฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

และสุดท้ายต้องถอนทัพกลับไป เนื่องจากศิษยานุศิษย์ ญาติโยมธรรมกายรวมตัวนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมขวางเส้นทางเจ้าหน้าที่ ไม่ให้ผ่านเข้าไปตรวจค้นภายใน

แต่คิวรุกฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐรอบนี้ก็ไม่ได้เสียของเสียทีเดียว อย่างน้อยก็เห็นอะไรชัดจากแถลงการณ์คณะศิษย์ธรรมกายที่ออกมาระบุเงื่อนไข หลวงพ่อธัมมชโยจะมอบตัวก็ต่อเมื่อบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์

แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า คดีนี้มีอายุความถึง 15 ปี จึงควรรอให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้ล่าช้าและเกิดความเสียหายต่อรูปคดี

หนำซ้ำเนื้อหายังโยงไปถึงคดีบุกยึดสถานที่ราชการ ที่มีหมายจับพระชื่อดังที่ร่วมการเคลื่อนไหวเมื่อช่วงม็อบ กปปส.ชัตดาวน์กรุงเทพฯ

สรุปว่า “ชาวธรรมกาย” วางเงื่อนไข ชู “ประชาธิปไตย” สู้ “อำนาจพิเศษ” ของทหาร

เปิดไต๋สู้ด้วยปม “การเมือง” และวกเข้าเรื่อง “ขั้วฝ่าย” จนได้

แต่ก็เป็นอะไรที่ถูกคาดการณ์จากบางฝ่ายไว้เหมือนกัน กับคอนเนกชั่นสายสัมพันธ์บิ๊กเนมขั้วการเมือง กับเจ้าอาวาสวัดดัง ที่เคยถูกจับตาว่าเป็นอีกฐานมวลชนใหญ่

ประเด็นคดีความเกี่ยวกับพระสงฆ์ ที่มีฐานประชาชนกลุ่มใหญ่คอยหนุนหลัง

มีทั้งเรื่องศรัทธา ความเชื่อ และการเมืองเกี่ยวข้อง

ยิ่งละเอียดอ่อนเกินกว่าจะผลีผลามเข้าไปใหญ่

แล้วก็ส่งสัญญาณมาทั้งห้องเครื่องอำนาจพิเศษ ไล่ตั้งแต่ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ที่รับผิดชอบงานความมั่นคงไปจนผู้ถืออำนาจสูงสุดอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.

ประสานเสียง ต้องละมุนละม่อม อย่าให้เกิดเหตุรุนแรงจนลุกลามบานปลาย

ใช้ไม้นวม-ไม้แข็ง อย่างระมัดระวัง

เพราะถึงอย่างไรสุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย “กบิลเมือง”

ตามชื่อแผน “กบิล 59” ในการเข้าตรวจค้นจับกุมของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งตำรวจ ดีเอสไอ ที่เตรียมใช้ในการจัดการปม “ธรรมกาย”

ในห้วงรอจังหวะเหมาะ ค่อยรุกกันใหม่

นั่นก็คงไม่แตกต่างจากปมการเมืองว่าด้วยเรื่องประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ฝ่ายถืออำนาจรัฐผ่อนคลายสถานการณ์ ลดแรงกดดันมาพักใหญ่ ฝ่ายต้านก็ได้ช่องเคลื่อนไหวแบบแปรรูปขบวนกันมา

ทั้งคนพรรคเพื่อไทย แนวร่วมกลุ่ม นปช. และนักศึกษา นักวิชาการ กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ทั้งมีโพสต์ข้อความบนสื่อ

โซเชียลมีเดีย แสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งการประกาศตั้งศูนย์ปราบโกงทั่วประเทศของกลุ่ม นปช. ทั้งการจัดกิจกรรม มินิคอนเสิร์ต ปล่อยคลิปเพลงต้านร่างรัฐธรรมนูญ

ขยับแรงและพร้อมเพรียงในคิวประชามติ “ยั่วตบะ” แหย่ ท็อปบูต

แล้วก็ดูเหมือนจะได้ผล อำนาจพิเศษเริ่มกลับมาขึงตึง คุมเข้มกันอีกครั้ง หลังจากเปิดกาเจาะฝารูระบายแรงกดดันให้เวทีคนการเมืองได้มีปากมีเสียง

ล่าสุดเริ่มไล่บล็อกไล่สกัดการเคลื่อนไหว กิจกรรม ขู่ใช้กฎเหล็กข้อกฎหมายจัดการ

ทั้งหมดทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นแนวรบ “ธรรมกาย” ทั้งสมรภูมิ “ประชามติ” เป็น 2 ประเด็นร้อนที่ “อำนาจพิเศษ” ต้องผ่อนสั้นผ่อนยาว เลือกจังหวะผ่อนหนัก-ผ่อนเบาจัดการ

เพราะเห็นชัดว่า 2 ปมเริ่มลากเข้ามาสู่สถานการณ์ยุ่งๆ

ชู “ขั้วประชาธิปไตย” ชนกับ “ฝ่ายท็อปบูต” กันแล้ว.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้