วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ เปิดงาน CLMVT Forum 2016 วอนลืมขัดแย้ง ขอไทยรับมือฝนตกถึงปีหน้า

“ประยุทธ์” เปิดงาน CLMVT Forum 2016 วอน กลุ่มประเทศ ร่วมมือเพื่อสร้างความเข้มแข็งในภูมิภาค ขอให้ลืมปัญหาความขัดแย้ง “ฝัน” สร้างอาเซียนแบรนด์ให้เกิดขึ้นให้ได้ เผยอุตุฯ ทำนายสภาพอากาศโลกปีนี้ไทยเจอฝนยาวต่อเนื่องจนถึงต้นปีหน้า ขอทุกฝ่ายรับมือ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. ที่ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดงาน CLMVT Forum 2016 โดยมีตัวแทนจากประเทศต่างๆ ทั้งลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม ข้าราชการระดับสูง นักธุรกิจ เข้าร่วมงาน

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอให้ทุกคนในภูมิภาคเป็นเพื่อนกัน อย่าให้เกิดความรู้สึกแตกแยก รัฐบาลไทยยินดีต้อนรับ และหวังว่าเวทีการประชุมครั้งนี้จะเป็นเวทีที่สร้างสรรค์ นำไปสู่ประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเป็นเอกภาพ นำไปสู่การปฏิบัตินำไปสู่ผลประโยชน์ร่วมในภูมิภาค ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา ลาว เวียดนาม ถือเป็นแผ่นดินแห่งทองคำ หรือ ดินแดนสุวรรณภูมิ เป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลาย ทั้งพื้นที่ วัฒนธรรม ชนชาติ และภาษา และทุกประเทศมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาในอดีต ปัจจุบันเราสามารถติดต่อสื่อสารและค้าขายกันได้สะดวกและรวดเร็ว ทั้งหมดจึงอยู่ที่ใจของทุกคนว่าจะร่วมมือกันอย่างไร โดยไม่ถือว่าใครเป็นใหญ่กว่า เก่งกว่าใครหรือใครต้องนำใคร ผู้นำทุกประเทศได้สัญญากันแล้วว่า เราจะเดินไปด้วยกันเพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่น ประเทศพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่ง

“ขอเพียงอย่างเดียวว่า เราอย่าลืมประวัติศาสตร์ว่ากลุ่มพวกเรามีความสัมพันธ์กันอย่างไร อะไรที่เป็นความขัดแย้งก็อย่าไปจดจำ หรือจดจำไว้เพียงว่าอย่าทำใหม่ วันนี้เราต้องอยู่ด้วยประวัติศาสตร์เพื่อเป็นบทเรียน ปัจจุบัน คือ อนาคต ต้องมาช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรจะให้ประเทศเรามีความเจริญเติบโต ประชาชนมีความสุข ถ้าเราสามารถรวมดินแดนพวกเราให้เป็นดินแดนผืนใหญ่ ที่มีความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ ทั้งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ทรัพยากร เราก็จะเป็นภูมิภาคที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดเหมือนกัน เป็นฐานรากทางอาหาร วัฒนธรรม ท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่ยั่งยืนมากว่า” นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ในภูมิภาคเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระหว่างประเทศ หรือความขัดแย้งต่างๆ ในโลกปัจจุบัน ทำให้เราประสบกับภาวะสงครามและความยากลำบากอยู่บ้าง แต่เราจะต้องไม่ให้เกิดขึ้นมาอีก เราจะต้องไม่หยุดชะงัก กระชับความร่วมมือ เราต้อทำให้ประเทศในกลุ่ม CLMVT ซึ่งถือเป็นแกนกลางของอาเซียนมีความแข็งแกร่ง ก็จะถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือทำอะไรก็ตามให้ระเบิดจากข้างในออกมา การแก้ปัญหาต่างๆ นั้นอยู่ที่คน หรือทรัพยากรมนุษย์ การประชุมในครั้งนี้ควรจะมีผลสำฤทธิ์ แต่ถ้าประชุมไปเพื่อที่ปีหน้าจะได้ประชุมกันใหม่ ตนคิดว่าไม่ต้องประชุมดีกว่าทำอะไรจะต้องเกิดผล อาเซียนเราจะต้องเดินหน้าไปพร้อมๆ กันตามหลักการคือเราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง stronger together ถือเป็นคำที่มีความลึกซึ้ง ถ้าทุกคนคิดและทำให้ได้ตามนี้ไม่ว่าประเทศ อาชีพ รายได้หรือประชาชน ก็จะไปได้ทั้งหมด โดยมีทั้งการให้และการรับ

“มันจะตกลงกันไม่ได้ถ้าเราเอาความขัดแย้งขึ้นมาพูดกันก่อน หรือหยิบเอาปัญหาต่างๆ มาพูดกันก่อน มันแก้ไม่ได้ทั้งหมด เราจะต้องปรับตัวเข้าหากันให้ได้ ประเทศไทยก็พร้อมที่จะปรับตัว และคิดว่าทุกประเทศก็กำลังปฏิรูปประเทศเช่นกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อนาคตการแข่งขันขึ้นอยู่กับความร่วมมือ ซึ่งความสามารถแต่ละประเทศอาจมีไม่เพียงพอ รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติ บุคลากร แต่ถ้าสามารถนำมารวมกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็จะเจริญเติบโตไปพร้อมกันได้ในศักยภาพของภูมิภาค จึงขอร้องว่าอย่ามองเฉพาะเรื่องการแข่งขันเพียงย่างเดียว ต้องอาศัยพื้นฐาน 3 ประการ ประกอบด้วย ความจริงใจต่อกัน ความร่วมใจกันทั้งมิติของความเชื่อใจ การเคารพซึ่งกันและกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน อย่างเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม และการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ก็จะนำความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้น สามารถลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ เพิ่มความร่วมมือการพัฒนา นำไปสู่การบริหารงานอย่างยั่งยืน "ไม่ว่าจะทำอะไรขอให้นึกถึงประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งผมกำลังทำแบบนี้เป็นบทเรียนที่ประเทศไทยกำลังทำ ก็ขอกำลังใจจากเพื่อนทุกคนด้วย"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการเชื่อมต่อห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาค ถ้าต่างคนยังแข่งขัน คิดถึงแต่เสรีทางการค้าเพียงอย่างเดียวมันไปไม่ได้ เราต้องอาศัยความร่วมมือโดยแข่งขันด้วยนวัตกรรม และอัตลักษณ์ของพื้นที่ ก็จะทำให้เราสู้กับภูมิภาคอื่นได้ และสามารถเชื่อมต่อในระดับภูมิภาคต่อไป ภาคเอกชนต้องเป็นกำลังผลักดันให้และรับ อย่ามุ่งแต่กำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว ภาคเอกชนถ้าสามารถร่วมมือกันได้ทั้งธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ รวมเป็นห่วงโซ่ภาคธุรกิจ และเชื่อมต่อเป็นห่วงโซ่ได้ในส่วนของภูมิภาค ทุกอย่างก็จะเดินไปพร้อมๆ กัน แต่ถ้าทำครอบคลุมทุกอย่างเลยทีเดียว ที่เหลือก็แย่ทั้งหมด ประชาชนก็จะลำบาก ตนยินดีสนับสนุนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทุกเรื่อง

“เราต้องดูว่าศักยภาพของแต่ละประเทศคืออะไร ทั้งในส่วนของ CLMVT ว่าอะไรควรที่จะร่วมมือระหว่างกันอะไรที่จะมีการแข่งขัน ก็จะสามารถเดินไปสู่จะที่เราสามารถมีอาเซียนแบรนด์ได้ โดยเฉพาะกิจการที่เกี่ยวกับแหล่งอาหารโลกที่ไม่ส่งผลกระทบระหว่างกันในตลาด ภาคเอกชนจึงมีส่วนสำคัญ ต้องปรับตัว เพราะรัฐบาลและข้าราชการไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมด ทำอย่างไรเราจะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจร่วมกันได้ หากเราเข้าใจศักยภาพของกันและกัน สามารถเกื้อกูลช่วยเหลือกันได้ อย่ากลัวการเสียเปรียบ เราก็จะเติบโตไปพร้อมกันได้ ถ้าติดขัดปัญหาจุดใดรัฐบาลต้องเร่งแก้ ต้องคิดใหม่ มองไปข้างหน้า ถ้าติดขัดแล้วไม่แก้ปัญหาก็จะคงอยู่เช่นเดิม ไทยก็พร้อมหารือตามหลักสากลให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งเรื่องของการผลิต การเชื่อมโยง การขนส่ง ถ้ามัวแต่คิดใหม่ทำใหม่ก็มีแต่แผนไม่มีการปฏิบัติ เราต้องวางยุทธศาสตร์ไปข้างหน้าเหมือนที่ประเทศไทยกำลังทำอยู่ และไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็จะสานต่อในสิ่งที่เป็นความยั่งยืนเหล่านี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า CLMVT ร่วมกับอีก 5 ประเทศในอาเซียนจะกลายเป็นฐานการตลาดที่ใหญ่ และหากรวมกับจีนและอินเดีย ก็จะเป็นกลุ่มที่มีฐานการตลาดและประชากรใหญ่ที่สุดในโลก คือกว่า 3,000 ล้านคน ทุกประเทศต้องเริ่มสร้างความเจริญเข้มแข็งจากภายใน ก่อนจะก้าวไปสู่ตลาดโลก ซึ่งการหารือร่วมกันในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา และการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน เพื่อก้าวไปสู่ความเจริญก้าวหน้าร่วมกันอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เราต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งในท้องถิ่น กลุ่มประเทศ CLMVT ที่มีพื้นที่ทำการเกษตรจำนวนมาก แม้ช่วงปีที่ผ่านมาจะมีปัญหาเรื่องน้ำอยู่บ้างเนื่องจากฝนตกน้อยในรอบ 40 ปี แต่ปีนี้จากการประเมินและติดตามสภาพอากาศ ปรากฏการณ์จะไปในทิศทางของลานีญา คือจะมีฝนตกยาวขึ้น แม้ฝนจะมาช้าแต่จะหนักในช่วงปลายปี ยาวต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาสภาพอากาศโลกมีการวิเคราะห์ และคาดการณ์ล่วงหน้า เราก็ต้องเตรียมความพร้อมไว้ ซึ่งประเทศไทยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ซึ่งจากปัญหาปีที่ผ่านมาทำให้เรามีปัญหาเรื่องสินค้าการเกษตรพอสมควร แต่ถ้าเราร่วมมือกันได้ก็จะทำให้การแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไทยพร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวของเพื่อนบ้านในลักษณะเป็นแพ็คเกจ ทั้งในเชิงสุขภาพ วัฒนธรรม ศาสนา ซึ่งจะต้องเชื่อมโยงกันให้ได้ ต้องจัดวางแผนการท่องเที่ยวให้ได้ทั้งปี เป็นทางเลือกให้คนมาท่องเที่ยวในโลนใบนี้ ตนเห็นจากโพลล์ คนที่มาเที่ยวในอาเซียนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ อยากจะกลับมาเที่ยวอีกและมั่นใจในความปลอดภัยของบ้านเมืองเรา ซึ่งรัฐบาลจะนำรายได้ส่วนนี้ในรูปแบบของภาษี แต่จะทำอย่างไรให้ถูกกฎหมายในการจดทะเบียนของบริษัทท่องเที่ยว ทั้งนี้ อยากให้มีการปลูกป่าอาเซียน เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ป่าระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้บ้านของเรามีอุณหภูมิที่ลดลง มีฝนตกมากขึ้น ทำอย่างไรให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ ทรงทำไว้ในประเทศไทย วันนี้เวทีโลกมีพื้นที่น้อย ฉะนั้นเราต้องทำให้คนมองเห็นอาเซียนในเวทีโลก มีความหมายกับโลกใบนี้ ซึ่งอยู่ที่พวกเราจะต้องร่วมมือเพื่อรับสถานการณ์ในโลกยุคใหม่ ที่ไม่รู้ว่าจะมีกี่ขั้ว เราต้องอยู่ในผืนผ้าเดียวกันของ CLMVT ผ้าผืนนั้นก็จะสอดประสานกันด้วยเส้นลาย ทำให้ผืนผ้าสมบูรณ์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการค้าตามแนวชายแดน ก็ขอให้เป็นช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่สามารถเปิดทุกช่องทางได้ เนื่องจากมีปัญหาด้านความมั่นคงอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระวัง เราก็เปิดเท่าที่ศักยภาพของแต่ละประเทศจะดูแลได้ ถ้าเปิดแล้วเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไม่เพียงพอก็จะตามมาด้วยอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งเรื่องยาเสพติด การลักลอบหนีเข้าเมือง การก่อการร้าย ก็ฝากให้แต่ละประเทศไปช่วยกันคิด ถ้าเราจัดระเบียบของแต่ละฝั่งได้ก็จะพัฒนาได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ ตนได้พูดคุยกับบรรดากับผู้นำของทุกประเทศแล้ว ในสมัยที่เรายังอยู่จะต้องไม่ทำให้เส้นเขตแดนเป็นเส้นแห่งความขัดแย้ง จะต้องเป็นเส้นของความร่วมมือ ตรงไหนที่มีปัญหาเรื่องการปักเขตแดน ก็ไปทำกันมา ถ้าไม่กระทบกระทั่งกันมันก็อยู่ของมันอย่างนั้น ปักไม่ได้ก็ปักต่อไป แต่วันนี้จะทำอย่างไรให้ประชาชนของเราได้ประโยชน์ วิธีการคือ อย่าให้มีการกระทบกระทั่งตามแนวชายแดนอีกต่อไป อย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นปัญหา อันไหนที่มีปัญหาก็ถอยกันออกมา ทำตรงที่ไม่มีปัญหา อย่าขัดแย้งกัน

“เหนื่อยแล้วเนี่ย เป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทยเหนื่อยจริงๆ แต่ไม่เป็นไรสู้ไหว เพราะมีเพื่อนมาเยอะ CLMVT ก็เพื่อนผม ฉะนั้น 5 ประเทศต้องร่วมมือกัน รวมพลังกันให้ได้ เอา 5 ประเทศที่เหลือมาร่วมด้วย เราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แล้วถ้าเราไปรวมกับประเทศจีน ประเทศอินเดีย ก็จะทำให้มหาศาล อย่าไปทะเลาะด้วยเรื่องที่ไม่เรื่องกันอีกเลย ผมพูดมาเยอะแล้ว 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ผมพูดวันศุกร์วันเดียวทุกสัปดาห์ ก็ร้อยกว่าครั้งแล้ว พูดเยอะก็ชักเบื่อ ศุกร์นี้ก็พูด 28 นาที เมื่อศุกร์ที่แล้วพูด 30 นาที คนก็บอกว่า นายกฯ ไม่สบายหรือเปล่า แสดงว่าพูดมากเกินไปประชาชนก็เป็นห่วง เพื่อนๆ บ้านที่ดูละคร เวลาผมออกวันศุกร์ก็รอหน่อยแล้วกัน ผมขอฝากในเวทีนี้คือ วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ต้องรักกันให้มากขึ้น รวมถึงเราต้องหากิจกรรมให้ได้ ว่าเราจะทำอะไรก่อนในปีนี้และปีหน้า อาเซียนจะทำอะไร CLMVT จะทำอะไร การเจรจาก็ต้องเลือกกันมาว่าจะเรื่องอะไรก่อน ครั้งนี้การเจรจาต่างๆ ต้องพูดให้จบทั้งเป็นฝ่ายให้และฝ่ายรับ ผมขอ 2 ปี ที่ผมยังอยู่ตามโรดแม็ป ทำให้เกิดขึ้นให้ได้ ต่างคนต่างช่วยกัน เราต้องเอาวิกฤติภายนอกภูมิภาคมาเป็นโอกาสให้ได้” นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางกลับทำเนียบรัฐบาล เพื่อเตรียมตัวไปเยือนสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-18 มิ.ย. โดยนายกฯ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนที่มาทำข่าวว่า “ฝากสื่อมวลชนดูแลบ้านเมืองแทนด้วย”

“ประยุทธ์” เปิดงาน CLMVT Forum 2016 วอน กลุ่มประเทศ ร่วมมือเพื่อสร้างความเข้มแข็งในภูมิภาค ขอให้ลืมปัญหาความขัดแย้ง “ฝัน” สร้างอาเซียนแบรนด์ให้เกิดขึ้นให้ได้ เผยอุตุฯ ทำนายสภาพอากาศโลกปีนี้ไทยเจอฝนยาวต่อเนื่องจนถึงต้นปีหน้า 16 มิ.ย. 2559 14:11 16 มิ.ย. 2559 14:36 ไทยรัฐ