วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นาเกลือ–ต้องฟังชาวบ้าน

“เหมืองเกลือโคราช” กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อชาวบ้านจาก 3 ตำบล ในเขตอำเภอขามสะแกแสง เดินขบวนถือป้ายรณรงค์ในกว่า 15 หมู่บ้าน เพื่อเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันต่อต้านการทำเหมืองเกลือหิน ในขณะที่บริษัทหนึ่งทำการขุดเจาะชั้นน้ำบาดาล และชั้นเกลือหินใต้ดิน หลังจากกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่รอยต่อ 2 ตำบล ประมาณ 600 ไร่ เพื่อทำเหมืองเกลือ

แกนนำชาวบ้านชี้แจงเหตุที่ต้องออกมาคัดค้าน เนื่องจากไม่เชื่อว่าจะเป็นการขุดเจาะสำรวจ ตามอาชญาบัตรที่ได้รับเมื่อปี 2558 ตามที่บริษัทกล่าวอ้าง แต่อาจขุดเจาะเพื่อนำข้อมูลไปประกอบการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อขอประทานบัตรทำเหมืองแร่เกลือหิน ที่ประชาชนและสภาตำบลของสองตำบลคัดค้าน ตั้งแต่ปี 2556

หลังจากที่ถูกประชาชนและสภาสองตำบลคัดค้าน โครงการทำเหมืองแร่เกลือหินหยุดชะงักไป แต่บริษัทยังเดินหน้าต่อ ด้วยการยื่นขออาชญาบัตร เพื่อขอสำรวจแร่เกลือหิน ในพื้นที่ 10,000 ไร่ เป็นพื้นที่ที่ทับซ้อนกับพื้นที่ที่ขอประทานบัตร ส่วนสาเหตุที่ประชาชนคัดค้าน เพราะกลัวว่าอาจมี การปล่อยน้ำเกลือให้ไหลทะลักเข้าสู่นาข้าวชาวบ้าน จนไม่สามารถปลูกข้าวได้อีกต่อไป

ความกลัวหรือความกังวลของชาวบ้าน ไม่ใช่เรื่องจินตนาการ ไม่ได้คิดกลัวขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล แต่เคยมีตัวอย่างใน 20 ปีที่ผ่านมา มีชาวบ้านบางส่วนใน อ.โนนไทย อ.พระทองคำ และ อ.โนนสูง ทำเหมืองเกลือแบบชาวบ้าน ด้วยการสูบน้ำเกลือขึ้นมาต้ม และตากในนาข้าวในหลายหมู่บ้าน ทำให้ความเค็มแพร่เข้าสู่นาข้าวเสียหาย เกรงว่าถ้าเป็นเหมืองขนาดใหญ่จะมีผลกระทบร้ายแรง

เรื่องราวในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้น ในบางพื้นที่ของจังหวัดมหาสารคาม เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ที่เหมืองเกลือปล่อยน้ำเค็มเข้าสู่แหล่งน้ำสาธารณะ และนาข้าวของประชาชน ในบางอำเภอของนครราชสีมา ก็เคยมีเรื่องแบบนี้ และเมื่อชาวบ้านขอร้องให้เจ้าของเหมืองเกลือปิดกั้น ไม่ให้น้ำเกลือไหลเข้านาข้าว เจ้าของเหมืองซึ่งมีการเมืองหนุนหลังกลับเมินเฉย

ส่วนการเดินขบวนคัดค้านเหมืองเกลือ ที่อำเภอขามสะแกแสง เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเสนอให้ชาวบ้านตั้งตัวแทน 10 คน ร่วมเป็นคณะกรรมการควบคุมการขุดเจาะ แต่ชาวบ้านไม่ยอมเข้าร่วม เพราะไม่ไว้วางใจ ชาวบ้านแค่ 10 คน ที่ร่วมเป็นกรรมการรับประกันไม่ได้ว่าจะสามารถยับยั้ง ไม่ให้มีการทำเหมืองเกลือ ซึ่งอาจกระทบรุนแรงต่อประชาชน

ถ้าจะให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะหลักการของรัฐธรรมนูญที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด นั้นก็คือโครงการที่มีผลกระทบชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพประชาชน ต้องศึกษาผลกระทบทั้งสองด้าน ต้องรับฟังและได้รับความเห็นชอบจากประชาชน และให้องค์กรอิสระรวมทั้งสถาบันอุดมศึกษา ให้ความเห็นประกอบด้วย.

16 มิ.ย. 2559 13:52 16 มิ.ย. 2559 13:52 ไทยรัฐ