วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิกฤติเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ เมื่ออเมริกาจะเป็นซ้าย

ปีนี้โลกเบี้ยวของเราเจอวิกฤติหลายดอก ทั้ง วิกฤติเศรษฐกิจการเงินที่ลากยาว วิกฤติ Brexit ในสัปดาห์หน้า และดอกล่าสุดในปลายปีนี้คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชิงชัยกันระหว่าง นางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต และ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ไม่ว่าใครชนะได้เป็นผู้นำสหรัฐฯ โลกก็มีปัญหาแน่นอน

คนไทยโชคร้ายเจอวิกฤติในบ้านแถมอีกดอก 7 สิงหาคม จะมีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยไม่เต็มใบ ก็ต้องก้มหน้าก้มตาเดินไป

วันนี้ผมจะพาไปดูคู่ชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯกันครับ นางฮิลลารี คลินตัน กับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่ากันว่า เป็นตัวเลือกที่แย่ที่สุดที่สหรัฐฯเคยมี สองคนนี้ไม่ว่าใครชนะ เศรษฐกิจสหรัฐฯก็มีปัญหา เศรษฐกิจโลกก็มีปัญหา แต่ ไทยอาจแฮปปี้ ทั้ง คลินตัน และ ทรัมป์ ไม่มีใครเอา ข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจทรานส์แปซิฟิกพาร์ทเนอร์ชิพ หรือ TPP ของ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ทำไว้กับ 12 ชาติ

เท่ากับว่า ข้อตกลง TPP แท้งตั้งแต่ยังไม่คลอด ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการส่งออกของไทย แต่ไม่เป็นผลดีต่อ ญี่ปุ่น เวียดนาม สิงคโปร์ คู่แข่งของไทย

จากโพลล่าสุดของ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ที่ทำเสร็จเมื่อวันจันทร์ ด้วยคำถามง่ายว่า ถ้ามีการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯในวันนี้ และผู้แข่งขันเป็น คลินตัน (พรรคเดโมแครต) ทรัมป์ (พรรครีพับลิกัน) และ จอห์นสัน (พรรคลิเบอเรชั่น) คุณจะเลือกใคร ผลออกมาปรากฏว่า นางฮิลลารี คลินตัน มาเป็นอันดับ 1 ได้ 49% อันดับ 2 นายโดนัลด์ ทรัมป์ 37% ห่างกันถึง 12% อันดับ 3 จอห์นสัน ได้เพียง 9% เท่านั้น

ผลโพลที่ออกมาก็ตรงกับทุกสำนักที่คาดกันว่า คลินตัน จะชนะ ทรัมป์ แน่นอน แม้คลินตันจะมีปัญหาเรื่องอีเมลส่วนตัว แต่คนอเมริกันและคนทั้งโลก คงไม่มีใครรับนโยบายเพี้ยนของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่หาเสียงไว้ได้

จากการหาเสียงและดีเบตหลายรอบที่ผ่านมา ทำให้เห็นชัดเจนว่า นโยบายเศรษฐกิจของคลินตันเอนเอียงไปทางซ้าย หลังจากที่ต้อง
แข่งขันกับ เบอร์นี แซนเดอร์ส คู่แข่งที่เป็น ฝ่ายซ้ายจัด ในพรรคเดโมแครต เพื่อเป็นตัวแทนของพรรค ทำให้นโยบายของคลินตันตกอยู่ใต้อิทธิพลของแซนเดอร์สเอียงซ้ายไปด้วย แซนเดอร์ส ได้ประกาศที่จะ ทำสงครามกับคนรวย เขาทนไม่ได้ที่เห็นครอบครัวเจ้าของ Walmart มีทรัพย์สินมากกว่าคนอเมริกัน 130 ล้านคนรวมกัน

ถ้า ฮิลลารี คลินตัน ได้รับเลือกตั้งเป็น ประธานาธิบดี เธอจะ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากชั่วโมงละ 7.25 ดอลลาร์ เป็น 12 ดอลลาร์ นโยบายนี้ผู้ใช้แรงงานชอบใจแน่นอน ตรงข้ามกับ ทรัมป์ ที่เข้าข้างคนรวย เพราะมาจากนักธุรกิจและนักลงทุน ทรัมป์ไม่มีนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพราะเห็นว่าจะไปลดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ

คลินตัน ประกาศ จะขึ้นภาษีคนรวย แต่ไม่ขึ้นภาษีชนชั้นกลาง เศรษฐีทุกคนจะต้องจ่ายภาษีมากกว่าเลขานุการของเขา เรื่องนี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีอันดับต้นของโลก เคยเอามาตีแผ่ว่า เขาเสียภาษีน้อยกว่าเลขานุการของเขากว่า 12% คลินตัน ยังประกาศจะ เพิ่มภาษีแคปปิตอลเกนที่ได้กำไรจากการขายหุ้น และ จะเก็บภาษีคนที่ซื้อขายหุ้นถี่เพื่อเก็งกำไรด้วย เพื่อลดการเก็งกำไรในหุ้น

นโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังสร้างความผวาไปทั่วโลกก็คือ America First อเมริกาต้องมาก่อน จะดึงโรงงานอเมริกันในต่างประเทศกลับอเมริกา เพื่อสร้างงาน จะทำลายล้างกลุ่มไอซิสในอิรัก จะฉีกทิ้งข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน จะสร้างกำแพงยาวกั้นระหว่างสหรัฐฯกับเม็กซิโก จะส่งคืนแรงงานผิดกฎหมาย 11 ล้านคน เพื่อดึงงานเหล่านี้กลับมาให้คนอเมริกันทำ

แต่สิ่งสำคัญที่ทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันคือ การยกเลิกข้อตกลง TPP ของ โอบามา นี่คือ วิกฤติอีกดอกของโลกที่เห็นชัดเจนแล้ว หลังจาก วิกฤติ Brexit แม้จะดูไกลตัว แต่ผลกระทบใกล้ตัวแน่นอน ผมเลยนำมาเล่าสู่กันฟัง คนไทยจะได้เตรียมตัวกันล่วงหน้า.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

16 มิ.ย. 2559 13:50 16 มิ.ย. 2559 13:50 ไทยรัฐ