วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หุ่นยนต์ไทยบุกญี่ปุ่น แจ้งเกิด!ดูแลคนแก่

“หุ่นยนต์”...เป็นหนึ่งในนวัตกรรมของประเทศไทยและคนไทย ที่ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วให้เป็นหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรมและการพาณิชย์ เหมือนหลายประเทศในโลกที่มีความเจริญด้านเทคโนโลยีสูงสุดอยู่ในขณะนี้

แม้แต่นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังต้องยกให้เป็น 1 ในอุตสาหกรรมส่งออกที่สำคัญของไทย ผนวกกับรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ดูด้านเศรษฐกิจเอง ก็ยอมรับว่า นี่คือฝีมือด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่สำคัญของคนไทยที่ควรค่าแก่การสนับสนุน

แล้วความสำเร็จคนไทยก็ไม่ไกลเกินฝัน เมื่อ เฉลิมพล ปุณโณทก ประธานบริหาร “ซีที เอเซีย โรโบติกส์” นำหุ่นยนต์สัญชาติไทยแท้บุกญี่ปุ่น เพื่อช่วยเหลือคนชราที่กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน

โดยเฉพาะ... “ญี่ปุ่น” ในแต่ละปีมีประชากรสูงอายุเพิ่มสูงมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ “ญี่ปุ่น” ได้ชื่อว่ามีคนอายุยืนมากที่สุดในโลก แต่เมื่ออายุยืนมากขึ้น กลับเป็นปัญหาใหม่และใหญ่กว่าเดิม เพราะคนแก่เหล่านี้จะมีชีวิตอยู่อย่างไร ในโลกที่ลูกหลานต้องทำงานหนัก และมีชีวิตครอบครัวของตนเอง แม้จะมีเงิน...สวัสดิการจากประกันสังคมมากพอ แต่ระบบใดหรือที่จะทำให้ชีวิตของคนที่กำลังแก่ตัวลงทุกวัน ไม่เปล่าเปลี่ยวหรือโดดเดี่ยวจนเกินไป

“ญี่ปุ่น”...แม้ว่าจะได้ชื่อว่ามีสวัสดิการดีที่สุดในโลกสำหรับผู้สูงอายุ แต่กำลังคนและอารมณ์ของผู้ดูแลที่เป็นมนุษย์ก็มีข้อจำกัดมากมาย อารมณ์...จิตใจของมนุษย์อาจมีความขยันขันแข็ง เสียสละตั้งใจทำงานดี แต่บางครั้งเมื่ออารมณ์ถูกกดดัน จิตใจก็เปลี่ยนแปรสภาพไปได้ง่าย กลายเป็นความเหนื่อยหน่าย หงุดหงิด

ในที่สุด...ก็นำมาซึ่งปฏิกิริยาที่ไม่ปกติ หรือรุนแรงต่อคนแก่มากขึ้น

ญี่ปุ่นมีการค้นคว้าเรื่องนี้มากมาย ในที่สุดแนวคิดเรื่องการใช้หุ่นยนต์ เพื่อกิจกรรมคนแก่ก็เกิดขึ้น เทคโนโลยีหุ่นยนต์ของญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเทียบได้ แต่การใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่ใช้ต้นทุนสูงมาก จนยากที่จะนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เพราะราคาที่แพงลิบลิ่ว จนยากที่จะนำมาใช้กับกิจกรรมประจำวันของผู้ชราได้

และแล้ว...เรื่องเหลือเชื่อชนิดช็อกโลกก็เกิดขึ้น จากการวิจัยคิดค้นของคนไทยที่มีทั้งความกล้าหาญบ้าบิ่นพอที่จะก้าวออกไปทำธุรกิจในการผลิตหุ่นยนต์ไทยที่ใช้สื่อสารกับมนุษย์ได้

เฉลิมพล ปุณโณทก ร่วมกับ ศาสตราจารย์นายแพทย์ณรงค์ นิ่มสกุล ได้ร่วมกันนำเสนอนวัตกรรมหุ่นยนต์ไทยไปบุกญี่ปุ่น ทำเอ็มโอยูกับเฟรนด์ บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้จำหน่ายยารักษาโรคและบ้านรับรองคนชราที่มีมากถึง 40 สาขาทั่วญี่ปุ่น ในการผลิตหุ่นยนต์เพื่อดูแลคนชราในบ้านพักคนชราญี่ปุ่น

“หุ่นยนต์ดินสอ”...ยุคใหม่ที่เพิ่งจะเซ็นเอ็มโอยูไปเมื่อเร็วๆนี้ที่ญี่ปุ่นจะพัฒนาอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆเพิ่มมากขึ้น...ก้าวหน้ายิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อสนองตอบความต้องการของคนชราญี่ปุ่น

“นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่บริษัทของประเทศที่กำลังพัฒนาแห่งหนึ่งอย่างประเทศไทยกลับได้รับการยอมรับให้ผลิตอุปกรณ์สำคัญที่ก้าวหน้าที่สุดของโลก ในขณะที่ญี่ปุ่นคือผู้ผลิตหุ่นยนต์ประสบความสำเร็จจนมีชื่อเสียงรายแรกๆของโลกด้วยซ้ำไป” เฉลิมพล ว่า

ย้อนวันวานจากจุดเริ่มต้นเมื่อเรียนจบบริหารธุรกิจจากจุฬาฯ และ MBA จาก Southern California แต่เขากลับมีความใฝ่ฝันที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น... หลายปีมาแล้ว เฉลิมพลหยิบดินสอขึ้นมาวาดรูป รูปที่เขาวาดคือหุ่นยนต์วาดแล้วยังฝันว่าจะเคลื่อนไหวได้ แล้วก็พยายามมุ่งมั่นทำฝันนั้นให้เป็นความจริง

“หุ่นยนต์ดินสอ” ถือกำเนิดขึ้นมา ทำให้ชื่อ “เฉลิมพล” ได้รับการต้อนรับอย่างกว้างขวางภายในเวลาเพียงสาม...สี่ปี ทดลองผลิตเพื่อการพาณิชย์เป็นตัวแรกและบริษัทแรกของประเทศไทย โดยความร่วมมือ ให้คำปรึกษาจากหลายสถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรม

ความสำเร็จในประเทศ...ขายหุ่นยนต์ให้กับธนาคารออมสิน เอ็มเคสุกี้ และเริ่มบุกตลาดโลก ร้านอาหารในประเทศสวีเดนซื้อหุ่นยนต์ไปกว่าสิบตัว เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

ในอดีต “หุ่นยนต์” จะถูกใช้ในงานที่เป็น...งานน่าเบื่อ เช่น งานที่เยอะ ต้องทำซ้ำๆซากๆจำเจทำทั้งวันทั้งคืน ถัดมา...เป็นงานที่อันตราย เช่น อันตรายต่อคน งานที่คนไม่สามารถที่จะยกได้

“เมื่อก่อนหุ่นยนต์ทำแค่นั้นก็เลยจะเป็นสิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปแตะต้องไม่ถึง หุ่นยนต์จึงไปอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ทำแผ่นวงจร PCB ทำมาเป็นหมื่นเป็นแสนชิ้น หรือไม่ก็จะอยู่ทางด้านการทหาร”

ผศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม รองอธิการบดี และคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร บอกอีกว่า แต่ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมันพัฒนาขึ้นเยอะมาก หุ่นยนต์ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราแล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น ไอโรบอท เมื่อก่อนสร้างหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดคนเข้าถึงได้ยาก จึงเปลี่ยนรูปแบบของบริษัทโดยการผลิตเครื่องดูดฝุ่นแทน ซึ่งทุกคนสามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้า

สิ่งที่น่าตื่นเต้นมากกว่า “หุ่นยนต์ดูดฝุ่น” ก็คือตอนนี้เทคโนโลยีของหุ่นยนต์สามารถที่จะถูกพัฒนาและเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันแม้กระทั่งการแพทย์

ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถสร้างหุ่นยนต์ที่มีขนาดเล็กมากๆ วิ่งเข้าไปวางยาในสมอง หรือเข้าไปในส่วนที่ต้องการโดยไม่ต้องทำการผ่าตัด ด้วยความที่เป็นหุ่นยนต์ความแม่นยำสูง มีความเที่ยงตรงกว่าหมอ (เป็นมนุษย์) หมอผ่าตัด 1 เซนติเมตร อาจจะเป็น 1.1 เซนติเมตร แต่หุ่นยนต์จะแม่นยำตามนั้น

ใกล้ตัวเข้ามาอีกหน่อยบริษัทดีเอชแอล...บริษัทส่งของทั่วโลก ที่เยอรมันจะมีบางพื้นที่ที่มีคนอยู่แต่สามารถเข้าถึงได้ยากก็นำ “โดรน” ใส่ยานบินเอาไปส่งได้อัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีข่าวอีกว่าพิซซ่าฮัท ก็กำลังจะเอาไปทำที่อเมริกา...อีกหน่อยสั่งพิซซ่า สั่งหนังสือจาก...อเมซอน คงไม่ต้องใช้คนแล้ว...ใช้หุ่นยนต์โดรนส่งแทน

สำหรับ “โดรน” ในประเทศไทยเท่าที่เห็นก็คือ ถ่ายภาพยนตร์ ถ่ายภาพ ทำข่าว แต่จริงๆโดรนมีบทบาทมากกว่านั้นได้เยอะเลย ทั้งทางด้านการทหาร และอื่นๆ ผศ.ดร.ภานวีย์ ย้ำว่า ภาพกว้างหุ่นยนต์มีสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นเยอะแยะ แต่กุญแจสำคัญที่ทั่วโลกหรือแม้กระทั่งประเทศไทยเองก็คือการพัฒนานำหุ่นยนต์มาใช้ทดแทนแรงงานที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นและมีน้อยลงไปเรื่อยๆ

“คนไทยจะพร้อมรับเทคโนโลยีของหุ่นยนต์หรือไม่นั้น...คนไทยไม่มีสิทธิ์เลือกเพราะว่าประเทศไทย ตอนนี้จะเข้าไปอยู่ในสังคมคนชรา หาผู้ดูแลคนชรายากขึ้น เพราะคนไม่อยากที่จะมาดูแลคนชรา อยากจะทำงานในเมืองสวยหรูกันทั้งนั้น...เลือกไม่ได้หุ่นยนต์จึงต้องเข้ามามีบทบาท คนไทยจะพร้อมหรือไม่พร้อม...”

เราต้องมองว่าประเทศไทยจะอยู่อย่างไร จะพึ่งเทคโนโลยีหุ่นยนต์จากต่างประเทศ หรือว่าจะมีเทคโนโลยีหุ่นยนต์เป็นของตัวเอง รัฐบาลไทยเองก็มีการให้ทุนวิจัยหลายๆทุนที่เกี่ยวกับการนำหุ่นยนต์ไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ มีบริษัทไทยหลายๆบริษัทที่เริ่มที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ให้เป็นสายเลือดไทย

“สรุปว่า...คนไทยพร้อมหรือยังถึงเวลาอย่างไรก็ต้องพร้อม ตอนนี้จากความรู้สึกของผมเราควรที่จะมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ดีกว่าไปพึ่งเทคโนโลยีของต่างชาติ...หุ่นยนต์สัญชาติไทย โดยวิศวกรคนไทยก็สามารถเกิดขึ้นได้ 100% แต่เกิดขึ้นได้มีคนใช้ไม่ใช้อีกเรื่องหนึ่ง”

ผศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม ฝากทิ้งท้ายว่า ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวพันกับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์สัญชาติไทย...รัฐบาลจะต้องสนับสนุน คนไทยจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติ ว่าของไทยก็ดี ให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ อุตสาหกรรมภายในได้มีโอกาสลืมตาอ้าปาก.

16 มิ.ย. 2559 13:35 16 มิ.ย. 2559 13:35 ไทยรัฐ