วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้ปมเศรษฐกิจปัญหาของรัฐบาล

โดย สายล่อฟ้า

แม้จะมองกันว่า การที่รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการดูแลขับเคลื่อนการลงทุนในระบบการบริหารจัดการนํ้า โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กระโดดลงมาเป็นประธานด้วยตนเองถือเป็นเรื่องที่ดี

เพราะทำให้การดำเนินการต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เอกภาพ โปร่งใส และแก้ปัญหาระหว่างหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง

มองมุมไหนก็เป็นเรื่องที่ดีและควรทำเป็นอย่างยิ่ง

จริงอยู่ รัฐบาลมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและทำหน้าที่อยู่แล้ว

แต่ในความเป็นจริงต้องยอมรับว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อให้เดินหน้าไปสู่ความสำเร็จจะต้องเล่นกันเป็นทีมตามนโยบายแผนงานและขั้นตอนที่ได้กำหนดเอาไว้ในทิศทางเดียวกัน

เผอิญที่ว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มีการปรับเปลี่ยนจากชุดของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่ถูกปรับออกไปมาเป็นชุดของ ดร.สมคิดมีความแตกต่างกันมาก

ชุดของ “หม่อมอุ๋ย” มากันเป็นทีมมากันเป็นพ่วง

ทำให้การขับเคลื่อนงานจะไปในทิศทางเดียวกัน รับลูกกันอย่างดี เพียงแต่ว่าด้วยนโยบายและแนวคิดในการแก้ไขปัญหาและการขับเคลื่อนไม่สอดรับกับปัญหาและสภาพความจริงจึงทำให้การแก้ไขไม่ดีพอ

อีกทั้งจุดอ่อนอย่างหนึ่งก็รัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจบางส่วนมาจาก “ทหาร” ที่ยังไม่สันทัดต่อเรื่องเศรษฐกิจและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง

ทางแก้ก็คือการมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ถือว่าเป็นเบอร์ 2 ของ คสช. แต่ก็ไปไม่รอด

เมื่อมีการปรับเปลี่ยนใหม่มาเป็นทีมของ ดร.สมคิดซึ่งมีรัฐมนตรีหลายคนที่มากันเป็นพ่วงแต่ก็ยังมีอีกหลายคนไม่ใช่ทีมเดียวกัน

แม้จะมองเห็นตรงกันว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งระบบและก็สามารถเดินหน้าไปได้ดีพอจะมองเห็นอนาคตได้

ทว่าก็ยังเกิดปัญหาเดิมๆตามมาอีก

มีการชี้เป้าไปที่งานของกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย จนทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจล่าช้าเพราะติดขัดที่การนำนโยบายไปการปฏิบัติไม่สอดคล้องกัน

เช่นว่ากระทรวงมหาดไทยซึ่งจะต้องเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการกระจายเงิน กระจายงาน เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคที่แจกจ่ายไปยังจังหวัดต่างๆ คือ ตำบลละ 5 ล้าน

กว่าจะรับหลักการในเรื่องนี้ก็ต้องว่ากันหลายยกจึงจะยินยอม เมื่อยอมรับนโยบายแต่การดำเนินการก็เป็นไปอย่างล่าช้ากว่าจะเห็นผลก็ต้องข้ามปีแทนที่ในไตรมาสสุดท้ายปี 58 จะเห็นผลต้องโผล่ออกไตรมาส 1 ปี 2559

เป็นผลให้จีดีพีกระดกหัวขึ้นมาได้

ว่ากันว่าในส่วนงานที่กระทรวงเกษตรฯรับผิดชอบก็ยิ่งไปกันใหญ่เพราะล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้เพราะความเป็นตัวของตัวเองของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ

ทำให้การสั่งงานไม่เป็นไปตามแผนงานที่วางเอาไว้จนเกิดอาการสะดุด เครื่องหลวมเหมือนไม่ยอมรับทั้งนโยบายและตัวบุคคล

“คมนาคม” ก็ไม่ต่างกันจนทำให้โครงการใหญ่ๆล่าช้า เดินหน้าไม่ได้เพราะไม่กล้าตัดสินใจเกรงว่าจะเกิดความผิดพลาด

เป็นความหนักใจของหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและนายกฯเช่นเดียวกัน แต่ด้วยความเกรงใจไม่กล้าปรับเปลี่ยนก็เลยหาทางออกด้วยการกระโดดเข้าไปดูแลและขับเคลื่อนเอง

เพราะถ้าเศรษฐกิจไม่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมก็ตัวใครตัวมันล่ะครับ...

“สายล่อฟ้า”

16 มิ.ย. 2559 13:31 16 มิ.ย. 2559 13:31 ไทยรัฐ