วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


สารกันบูดในขนมเค้ก

โขนมเค้ก มีรากศัพท์มาจากคำว่า “kaka” มาจากภาษาของชาวไวกิ้ง

“ขนมเค้ก” เป็นขนมหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากชาติตะวันตก และได้เข้าสู่ประเทศไทย จนได้รับความนิยมแพร่หลายในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

คนไทย นิยมทานขนมเค้กเป็นของหวาน ในช่วงงานเทศกาลและงานเฉลิมฉลองต่างๆ โดยเฉพาะงานวันเกิด และงานแต่งงาน

ขนมเค้ก มีส่วนประกอบสำคัญ คือ แป้ง น้ำตาล ไข่ และผลไม้ที่ให้รสหวานหรือเปรี้ยว หรืออาจมีส่วนประกอบที่มีไขมันอื่น เช่น เนย ชีส ยีสต์ นม จึงไม่แปลกที่หากขนมเค้กไม่ผ่านกระบวนการผลิต การเก็บรักษาอย่างดี ก็อาจไม่สามารถเก็บไว้ขาย และเก็บไว้ทานได้เป็นเวลานาน

ผู้ผลิตบางราย จึงเติมวัตถุกันเสีย หรือสารกันบูดลงไปในขนมเค้ก เพื่อให้สามารถเก็บไว้ได้นานๆ ปกติ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร อนุญาตให้เติมสารกันบูดลงในอาหารได้ แต่ต้องเติมในปริมาณที่กำหนดไว้เท่านั้น

วันนี้ สถาบันอาหาร ได้สุ่มตัวอย่างขนมเค้ก จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ร้านค้า ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อวิเคราะห์ปริมาณสารกันบูด 2 ชนิด คือ กรดเบนโซอิกและกรดซอร์บิก

ผลปรากฏว่า พบกรดเบนโซอิกใน 4 ตัวอย่าง และกรดซอร์บิก ใน 2 ตัวอย่าง ซึ่งพบกรดเบนโซอิกเกินมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 281 (พ.ศ.2547) 1 ตัวอย่าง

สาร 2 ชนิดนี้ ค่อนข้างปลอดภัย แต่หากได้รับในปริมาณสูง อาจทำให้ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร มีผลต่อตับและไต

เห็นอย่างนี้แล้ว ขอแนะว่าหากไม่ต้องการได้สารกันบูดเป็นของแถม ควรเลือกอาหารที่บนฉลากระบุว่าไม่ใส่สารกันบูด และเลี่ยงอาหารที่ไม่ระบุชัดเจนบนฉลากว่าใช้ หรือไม่ใช้สารกันบูด

ทางที่ดีควรปรุงอาหารคาว หวานทานเองที่บ้าน เพื่อความปลอดภัย.

16 มิ.ย. 2559 13:09 16 มิ.ย. 2559 13:10 ไทยรัฐ