วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใจต้องรัก 'บอย ถกลเกียรติ' ชี้ตลาด 'ละครเวที' ไม่ง่าย ทุนสูง กำไรน้อย

ละครเวที ถือเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ยากที่สุดของการแสดง เพราะต้องเล่นยาวแบบไม่มีการสั่งคัต จึงต้องใช้ทีมงานและนักแสดงที่มีความสามารถฝึกซ้อมให้เข้าที่ เคี่ยวให้ข้นจนถึงวันแสดงจริง เพราะเหตุนี้ละครเวทีจึงต้องเป็นงานที่ใช้เวลาและเงินลงทุน จึงไม่แปลกที่เมืองไทยจะมีคนทำละครเวทีอยู่แค่ไม่กี่เจ้า และ บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ก็ถือว่าเป็นผู้บุกเบิกละครเวทีในประเทศไทย ทำให้ศาสตร์แขนงนี้เข้ามาอยู่ในใจของใครหลายคนได้สำเร็จ

แม้จะเป็นงานที่ทำยาก งบประมาณค่อนข้างสูง ใช้เวลานาน แถมยังเจาะเฉพาะกลุ่มคนดูเท่านั้น แต่ละครเวทีก็ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มมีคนสนใจที่จะผลิตละครเวทีมากขึ้นภายในเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา รายงานพิเศษสัปดาห์นี้ จะพาไปพูดคุยถึงตลาดของละครเวทีในตอนนี้ ว่ารุ่งเรืองขนาดไหน จากปากของเจ้าพ่อละครเวทีอย่าง บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัทซีเนริโอ จำกัด 

หลายคนมีคำถามว่าการทำละครเวทีในเมืองไทยมันคุ้มมั้ย ที่ทำเป็นเพราะความชอบหรือเพราะเห็นช่องทางในการทำเงิน?

"คุ้มบ้างไม่คุ้มบ้างครับ แล้วแต่เรื่องครับ บางเรื่องกระแสดีได้รับความสนใจมากก็มี มันก็คละเคล้ากันไป (ยิ้ม) ส่วนคำถามที่ว่าทำเพราะมองเห็นตลาดของละครเวทีนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก มันไม่มีตลาด ยอมรับว่าที่ทำเพราะมันเป็นความชอบส่วนนึง แต่สิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นสิ่งที่เราควรจะสื่อสารออกไปว่ามันมีอะไรแบบนี้ในโลกนี้ที่มนุษย์ทำได้ และผมมองว่ามันดีกับสังคม มันเป็นการรวมผู้คนที่ชอบในสิ่งเดียวกัน ให้มารวมอยู่ในที่เดียวกันเป็นพันกว่าคน ผมมองว่านี้คือสิ่งสำคัญมากกว่า มันเหนือกว่าความชอบของผมเสียอีก มันมีความสุขที่ได้พาคนดูไปเห็นในสิ่งใหม่ๆ ที่บางทีเรามองข้ามไป อย่างโรงละครที่ตัดสินใจทำก็ต้องดูปัจจัยหลายอย่างในการตัดสินใจที่จะทำ ไม่ได้อยากจะทำเพราะความชอบอย่างเดียวไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะเจ๊งครับ"

ในการลงทุนทำละครเวที 1 เรื่อง ใช้งบประมาณมากแค่ไหน มากกว่าหรือน้อยกว่าการผลิตละครทีวี?

"งบประมาณในการทำละครเวทีกับการทำละครทีวีมันต่างกันครับ มันคนละอย่างกันเลยระหว่างละครทีวีกับละครเวที ละครทีวี 1 เรื่องงบมันอยู่ที่จำนวนตอนที่ออกอากาศ ก็คิดเป็นต่อตอนที่ออกอากาศ ส่วนละครเวทีมันก็แล้วแต่สเกลว่าจะสเกลไหน ฉากจะอลังการแค่ไหน นักแสดงเยอะแค่ไหน โปรดักชั่น แสงสีเสียงแค่ไหน ละครเวทีงบตั้งแต่ 10 กว่าล้านไปจนถึง 40 ล้าน ก็เป็นได้ ในส่วนที่เคยทำก็มีมาหมดทุกงบประมาณเลยครับ"

ตลาดละครเวทีในเมืองไทย ต้องยกระดับขึ้นอีกมั้ย?
"มันต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ อยู่ตลอดอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะละครเวทีนะ ละครทีวีก็เช่นกัน ก็ต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุดครับ แต่ถ้าถามว่าจะให้ยกระดับเทียบเท่าละครเวทีของบรอดเวย์มั้ย มันคนละแบบกัน เราก็ทำที่มันเป็นของเรา ผมว่าเรื่องแบบนี้มันอยู่ที่รสนิยมของแต่ละประเทศ แต่ละกลุ่มว่าเราจะทำให้ใครดู และเราสามารถสื่อสารให้เค้ากับได้หรือไม่ มันอยู่ที่ตรงนั้น มันอยู่ที่ว่าเราจะสื่อสารให้กับกลุ่มที่ชอบดูละครของเราหรือไม่"

ในการทำละครเวทีแต่ละเรื่อง ใช้อะไรเป็นตัวเลือกว่าจะทำเรื่องนี้?
"เราดูกันที่เนื้อเรื่อง งบประมาณ และความพร้อมขององค์ประกอบหลักอื่นๆ อย่างเช่น เรามีเนื้อเรื่องแล้ว แต่เรามีนักแสดงตัวเด่นของเรื่องนี้มั้ย มันก็เป็นปัจจัยหนึ่ง หรือบางทีต้องดูความเหมาะสมว่าเรื่องนี้เหมาะที่จะเป็นละครเวทีมั้ย เรื่องอาจจะเป็นภาพยนตร์ได้ แต่อาจจะเป็นละครเวทีไม่ได้ ก็ได้เช่นกัน ต้องดูว่าเรื่องนั้นมันสามารถมาเล่าเป็นละครเวทีได้หรือไม่ ยิ่งถ้าเป็นมิวสิคัลมันจะร้องได้หรือไม่กับเรื่องราวที่เราจะนำเสนอ เพราะถ้าเป็นมิวสิคัลมันจะต้องร้อง"

กว่าจะทำให้ละครเวทีติดตลาดได้ ต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง?
"อย่างแรกเลยคือต้องผ่านการทำความเข้าใจกับคนดูนะครับ ว่าละครเวทีคืออะไร ทุกวันนี้คนก็ยังเข้าใจละครเวทีไม่เยอะ ไม่เข้าใจว่าละครเวทีมันจะทำอะไร มันเป็นแค่เวที 4 เหลี่ยมที่อยู่หลังม่าน 1 ผืน มันทำอะไรได้ แต่จริงๆ ความมหัศจรรย์ของความรู้สึกมันเกิดจากตรงนั้นนั่นแหละ นักแสดงจะสามารถพาคนดูให้เข้าไปถึงอีกโลกนึงได้ มันพาเราไปได้จริงๆ คนบางคนยังคิดว่าละครเวทีเป็นการเล่นเว่อร์ๆ แต่จริงๆ มันไม่ใช่ ละครเวทีไม่ได้เล่นเว่อร์ คือละครเวทีมันมีคนดูที่อยู่ทั้งแถวแรกและแถวสุดท้าย 20 กว่าแถว จะทำอย่างไรให้ทุกคนเค้ารู้สึกไปกับคุณมากกว่า ความมหัศจรรย์ของละครเวทีคือความสด มันคือการแสดงสดที่ไม่เหมือนกันทุกรอบ รายละเอียดมันไม่เหมือนกันสักรอบ ความเหมือนมีแค่บทมันเป็นอย่างนี้ แต่สิ่งที่มันไม่เหมือนคือความรู้สึกของแต่ละรอบ เพราะว่าคนดูแต่ละรอบก็ต่างกัน มันเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทางที่มีการตอบสนอง มันไม่เหมือนหนังที่ทุกอย่างอัดอยู่ในแผ่นฉายแล้วเหมือนกันทุกรอบ เมื่อความรู้สึกของคนดูในแต่ละรอบไม่เหมือนกัน คนเล่นความรู้สึกก็จะไม่เหมือนกันแล้ว เสน่ห์ของมันจะอยู่ตรงนั้น"

ละครเวทีเรื่องแรกที่ทำ ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน จำความรู้สึกนั้นได้มั้ย?
"ละครเวทีเรื่องแรกที่ทำคือวิมานเมือง ทำที่ศูนย์วัฒนธรรม ในปี 2540 ตอนนั้นที่ทำละครเวทีเรื่องนี้ ทุกคนแปลกใจ ตกใจและเซอร์ไพรส์ว่ามันมีศิลปะแขนงนี้ด้วยเหรอ ที่รวมเอาทั้งการแสดง การร้องและการเต้นมาอยู่ด้วยกัน และทำออกมาได้สนุกมากในตอนนั้น ทุกอย่างสดหมด คนดูที่มาดูตื่นตาตื่นใจกันมาก เพราะเหตุนี้มันทำให้รู้สึกว่าเราต้องทำละครเวทีต่อไปเรื่อยๆ พอทำมาเรื่อยๆ มันทำให้เราค้นพบบุคลากรเก่งๆ เยอะมาก ที่เค้ามีฝีมือแต่ว่าเค้าไม่มีที่ปล่อยของ เพราะฉะนั้นเราก็เลยคิดว่าเราจะทำให้มันมีความต่อเนื่อง"

คุณบอย เป็นคนแรกๆ ที่บุกเบิกละครเวทีให้เริ่มติดตลาด ตอนนี้เริ่มมีคู่แข่งหันมาผลิตละครเวทีมากขึ้น มีการปรับแผนรับมือคู่แข่งอย่างไรบ้าง?
"ในมุมมองของผมนะ การที่มีคนหันมาทำละครเวทีเพิ่มขึ้น ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ดี มันแปลว่าละครเวทีมันเริ่มแพร่หลาย และถ้ามันเริ่มติดตลาด ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ดีต่อวงการนะครับ ผมไม่อยากมองว่าเรามีคู่แข่ง เพราะตลาดละครเวทีมันยังไม่ใหญ่พอที่จะมีคู่แข่งขนาดนั้น ผมว่าเรากลับต้องช่วยกัน ซัพพอร์ตกัน สนับสนุนกันมากกว่า เพราะว่าคนที่จะเล่นละครเวทีได้ หรือคนที่จะทำละครเวทีได้ ไม่ได้เยอะ ส่วนการจะเพิ่มการผลิตให้มากกว่ามันต้องดูศักยภาพของเราด้วย ว่าเราทำได้แค่ไหน เพราะละครเวทีเรื่องนึงต้องเตรียมงานนาน บางเรื่อง 2 เดือน บางเรื่องก็ 6 เดือน บางเรื่องก็ 1 ปี (หัวเราะ) บางเรื่องก็ปีครึ่ง เริ่มตั้งแต่เขียนบทนู้นนั่นนี่จนถึงการซ้อม"

เศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ค่อยดี มีผลกระทบกับการทำละครเวทีบ้างมั้ย?
"มีครับ เพราะว่าเศรษฐกิจไม่ดี เพราะฉะนั้นคนก็จะเริ่มมองว่าควรจะตัดงบในการใช้ชีวิตประจำวันออกไป อย่างบางคนก็เลือกตัดงบที่จะออกมาเที่ยวนอกบ้าน หรือการไปดูอะไรนอกบ้าน มันก็เป็นเรื่องปกติ ส่วนโปรดักชั่นในการผลิตจะกระทบมั้ย เราต้องหาวิธีที่จะให้มันอยู่ให้ได้ครับ เมืองนอกเค้าก็เป็น เราจะต้องครีเอทีฟเพื่อให้คนดูหันมาโฟกัสที่การแสดงกับเรื่องกับบท คือคนที่มาดูละครเวที เค้ามาเพื่อเสพความมหัศจรรย์บางอย่าง ซึ่งความมหัศจรรย์ของมนุษย์มันอยู่ที่จิตใจ อยู่ที่ความรู้สึก คนมาเสพตรงนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าโปรดักชั่นแสงสีเสียงที่ทำให้คนดูรู้สึกอลังการ สร้างความรู้สึกวูบวาบ แต่สุดท้ายมันอยู่ที่เรื่อง อยู่ที่การแสดง เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องไม่หาย ต่อให้มีงบแค่นี้ก็ต้องทำ ให้ตรงนี้ไม่หายไป"

ละครเวทีแนวไหนที่กระแสตอบรับดีมากจนต้องเพิ่มรอบ?
"ก็เป็นละครแนวมิวสิคัลครับ ส่วนพวกคอเมดี้ ดราม่า โรแมนติก ก็ขายได้ แต่ถ้าแนวไหนขายได้ดี ตอบเลยคือมิวสิคัล และ 4 แผ่นดินเราทำได้ 100 รอบ จากตอนแรกเราตั้งไว้ 50 รอบ แต่มันสามารถทำได้ถึง 100 รอบ และก็กลับมาอีกครั้งก็ 50 รอบ ในการเพิ่มรอบก็ยอมรับว่าคิวของนักแสดงก็มีส่วน ถ้ามันสามารถทำได้ เราก็เพิ่มรอบออกไป"

หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมละครเวทีบัตรถึงแพง?
"เพราะว่าการทำมันแพงมากครับ เราอยากให้คนดูรู้ว่า ต้นทุนในการผลิตละครเวทีเรื่องนึงสูง บัตรก็ควรจะขายตามความเหมาะสม เพราะกว่าจะรวมคน รวมบุคลากรเหล่านี้ได้มันแพงมาก ทำแต่ละเรื่องไม่ใช่ได้กำไรสูงเลยนะครับ คุณกำลังใช้แรงงานของมนุษย์ ในแต่ละรอบ ในแต่ละครั้งซึ่งมันมีการลงทุนค่อนข้างสูงมาก ในเรื่องของการทำบท ในเรื่องของการทำเพลง ในเรื่องของการซักซ้อม การที่จะเอาคน 40-50 คนมาอยู่ด้วยกันเป็นเวลา 4-5 เดือน เพื่อทำอะไรอย่างนึงตรงนี้ทุกอย่างมันเป็นเงินหมดครับ แต่ในมุมของผมมองว่าบัตรละครเวทีถูกกว่าบัตรคอนเสิร์ตหลายๆ คอนเสิร์ตด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นผมมองว่ามันอยู่ที่คนเลือกมากกว่า".

บอย ถกลเกียรติ ยินดีในวันนี้ที่ละครเวที การแสดงที่ยากที่สุด เริ่มตีตลาดได้ ไม่สนใจแม้จะมีคู่แข่งทำละครเวทีเพิ่ม ขอทำต่อไปเพราะใจรัก แม้ทุนจะสูง กลุ่มคนดูจะน้อย ก็ยังเดินหน้าทำงานนี้ต่อไป 16 มิ.ย. 2559 12:22 ไทยรัฐ