วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สวนโหมดประชามติ!

กลับมาเป็นข่าวพาดหัวตัวไม้หนังสือพิมพ์อีกรอบ

กับปฏิบัติการ “กบิล 59” ที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.รุดเข้าร่วมวางแผนกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

จ่อนำกำลังบุกจับกุมตัว “ธัมมชโย” เจ้าสำนักธรรมกาย

ภายหลัง “ล้มโต๊ะ” เจรจา 3 ฝ่ายครั้งสุดท้าย ระหว่างดีเอสไอ วัดพระธรรมกาย และตัวแทนคณะสงฆ์ โดยดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดตามขั้นตอนกฎหมาย

ถวายข้อหาหนัก “ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร”

เหลือทางเลือกแค่ 2 ทางให้พระเดชพระคุณเจ้า คือ มอบตัว กับถูกจับกุมตัว

นั่นก็ทำให้กองทัพ “ธรรมกาย” ถูกปลุกให้พร้อมรบอีกครั้ง หลังมีข่าวบรรดาลูกศิษย์ก็คงต้องระดมพลคุ้มกันเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

อย่างที่มีพวกประกาศพร้อมสู้ตายเพื่อปกป้องหลวงพ่อ

แนวรบด้าน “ธรรมกาย” เข้าสู่ภาวะตึงเครียด

ตามสถานการณ์ที่เชื่อมโยงต่อเนื่องเป็นคนละเรื่องเดียวกันกับยุทธศาสตร์ “ยั่วตบะ”

กับมุกที่ “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ “เดอะเต้น” นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง นปช.นำขบวนบุก “ถ้ำเสือ” กระทรวงกลาโหม เพื่อยื่นหนังสือให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม

ยืนยันการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติไม่เป็นภัยต่อความมั่นคง ไม่ได้มีเจตนาร้าย

ในจังหวะตั้งใจท้าทาย กระตุกหนวดยั่วอารมณ์ของ “พี่ใหญ่” บูรพาพยัคฆ์ ที่ประกาศกร้าวเสียงแข็งไม่ให้กลุ่มเสื้อแดง นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติอย่างเด็ดขาด

ถ้าตั้งจะนำทีมไปไล่รื้อด้วยตัวเอง

และก็รับมุกกับเสียงดุๆของ “บิ๊กป้อม” ทันควัน สารวัตรทหารจากมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง ได้บุกเข้าทำการรื้อป้ายศูนย์ปราบโกงประชามติของแกนนำกลุ่มเสื้อแดงกลางเมืองลำปางหลังขึ้นป้ายได้แค่ 2 วัน

แนวปะทะด้านกลุ่มเสื้อแดง นปช.ก็ส่อยกระดับขึ้นทุกขณะ

และก็เป็นอะไรที่แยกกันไม่ออก “เสื้อแดง–ธรรมกาย” เงื่อนไขไหลรวมได้ตลอดเวลา

โดยจังหวะที่เร้าไปกับบรรยากาศกรุ่นๆปมร้อนๆ

ไม่ว่าจะเป็นกรณีผู้ช่วยนักบิน “นกแอร์” และ “แอร์เอเชีย” แชตไลน์ด้วยอารมณ์ “หมั่นไส้” ใช้ภาษาเรียกอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าเป็น “เหยื่อ” จะพาโหม่งโลก

กลายเป็นปมซีเรียส พรรคเพื่อไทย กองเชียร์ “ยิ่งลักษณ์” กดดันหนัก จนสายการบินต้องขอโทษและสั่งพักงานนักบินที่พฤติกรรมมีปัญหา

แต่ในอารมณ์ของพวกเกลียด “ยิ่งลักษณ์” สุดโต่ง ก็ยุให้ “นกแอร์” ขึ้นแบล็กลิสต์อดีตนายกฯหญิงไม่ให้ใช้บริการไปเลย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับนักบิน

หรือกรณีที่อาจารย์คณะครุศาสตร์จุฬาฯโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “ตั้งแง่รังเกียจ” หน้าตาของแกนนำเยาวชนที่เคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้านรัฐบาลทหาร คสช.ที่กำลังเข้าเป็นนิสิตจุฬาฯ เป็นนัยว่า “หนังหน้า” จะทำให้สถาบันเสียอัตลักษณ์

โดนวิพากษ์วิจารณ์ ด่าหนักจนต้องปิดเฟซบุ๊กหนี

ที่แน่ๆทั้งกรณี “นักบินนกแอร์” และ “อาจารย์จุฬาฯ” ล้วนเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนมาจากอารมณ์เกลียดชังทางการเมืองที่ฝังลึก

จนแยกไม่ออกกับสถานะหน้าที่การงาน

ที่สำคัญมันเป็นหัวเชื้อที่จุดไฟเกลียดชังระหว่างกองเชียร์ขั้วขัดแย้งให้แรงขึ้นมา

ตามสถานการณ์ที่ขัดกับบรรยากาศของประเทศที่กำลังอยู่ในโหมดการเดินหน้าเข้าสู่การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้

แบบที่มีการยืนยันว่า ถ้าไม่เกิดสงครามนิวเคลียร์ก็ไม่เลื่อนแน่.

ทีมข่าวการเมือง

16 มิ.ย. 2559 03:58 ไทยรัฐ