วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.ภูเก็ตบุกค้นบริษัททัวร์จีนหลังพบเบาะแสส่อเป็นนอมินี-เลี่ยงภาษี

ตำรวจภูเก็ตสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นบริษัททัวร์จีน หลังพบเบาะแสอาจเป็นนอมินีและเลี่ยงภาษี ขณะที่ผู้จดทะเบียนบริษัทใช้บัตรประชาชนคนไทยปลอมเข้ามอบตัวแล้ว 1 อีก 1 อยู่ระหว่างการติดตามตัว

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย เจ้าหน้าที่ตร.สภ.ภูเก็ต พร้อมด้วยตร.ท่องเที่ยว รวมถึงเจ้าหน้าที่สรรพากรภูเก็ต พาณิชย์ จ.ภูเก็ต และสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า จ.ภูเก็ต เข้าตรวจสอบเอกสารการประกอบธุรกิจของบริษัท ทรานลี่ทราเวิล จำกัด ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายต้องสงสัยประกอบธุรกิจในลักษณะเป็นการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง

สำหรับการดำเนินการในครั้งนี้ได้แบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 ชุด โดยชุดแรกเข้าตรวจสอบอาคารเลขที่ 29/42 หมู่ 1 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด ภายในอาคารดังกล่าวยังมีบริษัทเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวอื่นๆ อีก 7 บริษัท โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลจังหวัดภูเก็ตแสดงต่อผู้จัดการบริษัท เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบเอกสารการประกอบธุรกิจของบริษัท โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังได้มีการเข้าตรวจสอบเอกสารของบริษัท ทีแอลเบทเตอร์เวย์ จำกัด ซึ่งให้บริการรถนำเที่ยว ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับบริษัทดังกล่าวด้วย ส่วนอีก 2 จุด เป็นที่ตั้งของท่าเทียบเรือภายในคลองท่าจีน ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต และบริษัทนำเที่ยวภายในโครงการพูนผลไนท์พลาซ่า อ.เมืองภูเก็ต

พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์ รองบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า การเข้าตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวดัง สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 ก.พ.59 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและควบคุมการประกอบกิจการของคนต่างด้าวในประเทศไทยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบริษัทนำเที่ยวเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ

ทั้งนี้ จ.ภูเก็ต เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมาย โดยรมว.ท่องเที่ยวและกีฬาได้ลงพื้นที่มาประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งรัดดำเนินการในเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการธุรกิจนอมินีเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงได้มีการตรวจสอบบริษัทที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าเข้าข่ายเป็นนอมินี

“กรณีการเข้าตรวจค้นบริษัทดังกล่าว เนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่า หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทจำนวน 2 คนเป็นต่างด้าว ใช้บัตรประชาชนคนไทยนำมายื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เพื่อให้สามารถถือหุ้นได้ 51 % และพบว่าในเครือข่ายนี้มีประมาณ 17-18 บริษัท ทั้งหมดเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น เรือและรถรับส่งนักท่องเที่ยว โรงแรม เป็นต้น ตั้งมาเป็นเวลาร่วม 10 ปีแล้ว มีนายวีระชัย คำไผ่ประพันธ์กุล กับนายกฤชกร รุ่งมงคลนาม เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่”

พ.ต.อ.สมาน กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการสืบเสาะเก็บหลักฐานมาก่อนล่วงหน้าแล้ว ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งบุคคลที่ถูกอ้างชื่อเป็นบิดา-มารดาระบุว่า ชื่อดังกล่าวไม่ใช่บุตรของเขา รวมทั้งได้มีการตรวจสอบไปยังฝ่ายปกครองแล้วเช่นกัน จนทราบว่าทั้งสองคนเป็นต่างด้าว จึงได้ขอออกหมายจับในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานในการนำเอกสารไปยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โดยพบว่าบัตรประชาชนที่เขานำมาใช้เป็นบัตรปลอม ซึ่งบัตรออกที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และนายกฤชกร รุ่งมงคลนามนั้น ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะที่อีกคนได้หลบหนีไปแล้ว

“ในการตรวจสอบเอกสารของบริษัทต่างๆ นั้น เพื่อตรวจสอบว่ามีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่อย่างไร เพราะเบื้องต้นพบว่าน่าจะมีการหลบเลี่ยงภาษี โดยมีการแจ้งยอดการจ่ายภาษีปีละประมาณ 200,000 บาทเท่านั้น จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงว่าจะเกี่ยวข้องกับการเป็นนอมินีหรือไม่อย่างไร ซึ่งต้องรอผลจากการตรวจสอบเอกสารก่อน นอกจากการเข้าตรวจสอบบริษัทดังกล่าวแล้ว ยังจะมีการตรวจสอบบริษัทต้องสงสัยอีกจำนวนร่วม 50 บริษัท” พ.ต.อ.สมาน กล่าว

ตำรวจภูเก็ตสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นบริษัททัวร์จีน หลังพบเบาะแสอาจเป็นนอมินีและเลี่ยงภาษี ขณะที่ผู้จดทะเบียนบริษัทใช้บัตรประชาชนคนไทยปลอมเข้ามอบตัวแล้ว 1 อีก 1 อยู่ระหว่างการติดตามตัว 15 มิ.ย. 2559 20:27 ไทยรัฐ