วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อินดี้ ปัดใช้เส้น พ่อแม่ ดันเข้าวงการ ขอเวลาพิสูจน์ฝีมือ

อินดี้ อินทัช ปัดใช้เส้นพ่อบี๋แม่ฮันนี่เข้าวงการ เผยใช้โอกาสและความสามารถของตัวเองล้วนๆ ดีใจกระแสละครลูกผู้ชายเลือดเดือดแรงเกินคาด รับติดใจงานในวงการหากผู้ใหญ่ให้โอกาสก็จะพัฒนาฝีมือทางการแสดงต่อไป

กลายเป็นนักแสดงหน้าใหม่ของช่อง 3 ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับหนุ่ม อินดี้ อินทัช เหลียวรักวงศ์ ลูกชายคนเดียวของ บี๋ ธีรพงศ์ และ ฮันนี่ ภัสสร ที่ดำเนินตามพ่อกับแม่เข้าวงการบันเทิง ด้วยความที่หนุ่มอินดี้มีรูปร่างหน้าตาที่ถือว่าพร้อมกับการทำงานในวงการบันเทิง จึงไม่แปลกใจที่หนุ่มอินดี้จะได้มีโอกาสมาเล่นละคร แถมยังได้รับบทเด่นในละครเรื่อง ลูกผู้ชายเลือดเดือด ของผู้จัดป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์ ยิ่งทำให้หนุ่มอินดี้ถูกจับตามองมากขึ้นไปอีก

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์จะพาไปพูดคุยทำความรู้จักกับหนุ่มอินดี้ ลูกไม้หล่นใต้ต้นคนนี้ ถึงการเริ่มต้นเข้าวงการและผลงานละครแบบเต็มตัวเรื่องแรกของอินดี้กัน

คนมองว่าอินดี้เป็นเด็กเส้น มีพ่อแม่ช่วยดันเข้าวงการ?
ผมเชื่อว่าแบ็กดีหรือแบ็กไม่ดี สุดท้ายแล้วมันก็ต้องแคสติ้ง การจะได้เล่นละครของผมแต่ละเรื่อง ก็ต้องแคสติ้ง อย่างละครเรื่อง ลูกผู้ชายเลือดเดือด ผมก็ต้องเล่นให้ป้าแจ๋ว ยุทธนา ดู หรือว่าเล่นให้ผู้กำกับดู ซึ่งมันเป็นอะไรที่เด็กเส้นหรือไม่มีเส้นต้องผ่านกัน ทุกบทต้องผ่านการแคสติ้ง ผมเลยเชื่อว่าแม้ว่าแม้จะเป็นนักแสดงมันไม่เป็นผลสำหรับผม ถ้าผมเล่นไม่ได้ เค้าก็ไม่เอา อันนี้ผู้จัดพูดกับผมนะ แต่คนข้างนอกคงไม่ได้ยินว่าจริงๆ แล้วผู้ใหญ่พูดกับผมอย่างนี้นะ เพราะถ้าผมเล่นไม่ได้ เอาผมไปเล่นแล้วโดนด่า มันไม่คุ้ม ยืนยันว่าผมไม่ใช่เด็กเส้น ใช้ความสามารถล้วนๆ แม่ช่วยผมอย่างเดียวคือโปรโมตละครให้ครับ แต่แม่ไม่ได้ไปคุยกับผู้ใหญ่ว่าให้เอาผมไปเล่นละครหน่อย แม่ไม่เคยทำอย่างนี้เลย ส่วนการแสดงแม่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะว่าศาสตร์ที่แม่ได้มาเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวแม่เอง ไม่ได้ผ่านการเรียนแอ็กติ้งเหมือนสมัยนี้ ซึ่งผมก็ชอบที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์ตัวเองเช่นกัน

รู้ตัวเองเมื่อไหร่ ว่าอยากจะเดินตามรอยพ่อกับแม่?
เมื่อไม่นานมานี้เองครับ ตอนที่เริ่มได้เข้าวงการเป็นช่วงนั้นจริงๆ คือไม่เคยคิดว่าจะเข้าวงการตั้งแต่เด็ก ผมไม่ชอบเลยจริงๆ กับการที่จะต้องมาทำอะไรแบบนี้ นั่นเป็นเพราะว่าผมเห็นแค่เปลือกนอก ไม่เคยเห็นเบื้องหลังจริงๆ ตอนเป็นเด็กก็ไม่เคยตามแม่ไปกอง ซึ่งตอนนั้นผมเป็นนักฟุตบอล ก็เลยคิดว่าจะเอาดีทางฟุตบอล แต่มันมีคนเก่งกว่าเราเยอะ (ยิ้ม) และตอนนั้นก็ได้โอกาสจากผู้ใหญ่ที่ชวนไปลองแคสงาน ปรากฏว่าได้ แล้วแม่ก็ถามว่าอยากจะทำงานตรงนี้จริงๆ หรือเปล่า พอได้เข้ามาคลุกคลี เรียนรู้วิธีการทำงานความรู้สึกมันก็เปลี่ยนไป มันไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่เราคิดเอาไว้ตอนนั้น ในมุมมองของผมนะ การได้มาทำงานมันเหมือนการมาโรงเรียนอีกโรงเรียนนึง ได้มาเรียนรู้วิชามันมีความสุขอีกอย่างที่ได้มาเจอะเจอเพื่อน เจอพี่ เจอคนทำงาน ในวันนี้ก็รู้ตัวว่าหลงรักการแสดงเข้าแล้ว

เพราะเป็นลูกของพ่อกับแม่ นักแสดงมีฝีมือ ทุกคนคาดหวังว่าเราจะต้องเล่นได้เหมือนพ่อกับแม่?
อย่างละครเรื่องลูกผู้ชายเลือดเดือด เป็นละครเรื่องแรกที่ผมได้เล่นเต็มตัว การเล่นเรื่องนี้มันมีทั้งโชคดีและโชคร้าย เรื่องโชคดีคือมันเป็นคาแรกเตอร์ที่ไม่ค่อยหนีผมเท่าไหร่ ครึ่งนึงของนิสัยผมคือตัวขุนในละคร ซึ่งมันเป็นเรื่องง่ายในการถ่ายทอดตัวละคร แต่ข้อเสียคือผมต่อยมวยไม่เป็นเลย ประสบการณ์ศูนย์ มันยากสำหรับผม ผมกลัวจะไม่สมบทบาท แต่กว่าที่ผมจะเล่นได้เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่เล่นมันก็ต้องอยู่กับโอกาสที่ผู้ใหญ่จะหยิบยื่นให้เพื่อให้ผมพัฒนาฝีมือไปถึงขั้นนั้น เพราะเล่นเรื่องแรกคงไม่ได้เล่นดีเลย เพราะผมเป็นน้องใหม่ ยังใหม่ แต่ก็พยายามเล่นเต็มที่ ทุ่มเทกับสิ่งที่ได้รับอยู่แล้วครับ

ความยากง่ายของละครเรื่องนี้คืออะไร?
อย่างที่บอกไป สำหรับผมคือการต่อยมวย เพราะผมต่อยมวยไม่เป็นเลย ในเรื่องเราต้องเล่นเป็นนักมวย ถ้าท่าทางเราไม่เหมือน คนก็จะไม่อินแล้ว ดังนั้นป้าแจ๋วก็ส่งพวกเราไปเรียนมวย เพื่อฝึกท่าทางให้เป็นมวย หุ่นไม่ต้องฟิตกล้ามเป็นลูกๆ แต่ขอให้หุ่นดูเป็นนักมวยจริงๆ ก็พอ เน้นเรื่องความแข็งแรง ไม่บังคับว่าจะต้องมีซิกแพ็กห่วงเรื่องท่าต่อยมวยกลัวไม่สมจริงมากกว่า ผมต้องฝึกมวยตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น วิ่งออกกำลังกาย ทำทุกอย่างเหมือนที่นักมวยทำ เพื่อความสมจริง และคาแรกเตอร์ของผมในเรื่องจะต่อยมวยแบบกวนๆ ป้าก็บอกว่าให้ไปดูมูฮัมหมัด อาลี ผมก็ไปศึกษาดู แต่สุดท้ายได้คาแรคเตอร์จากเพลงของ มารูนไฟว์ เอ็มวีเพลง One More Night มาปรับให้เข้ากับตัวขุนในละคร

ป้าแจ๋วดุ และละเอียดในการถ่ายทำ ท้อหรือเหนื่อยบ้างมั้ย?
ขึ้นชื่อว่าป้าแจ๋ว หลายคนคงจะนึกถึงแต่ละครแนวโรแมนติก หรือ ดราม่า ซึ่งฉากที่มันละเอียด หรือว่าล้วงอินเนอร์ของเราออกมา ป้าจะไฮไลต์ฉากพวกนี้เป็นพิเศษมากกว่า เพราะป้าคงไม่อยากให้เสียชื่อเค้า ส่วนฉากอื่นๆ ทั่วไป ผมเชื่อว่าป้าไว้วางใจให้พวกเราถ่ายทอดออกมา ป้าไม่ห่วงตรงนี้ แต่ห่วงเรื่องอารมณ์ดราม่า ก็เลยมีความดุ ดุเลย ไม่มานั่งโอ๋เราเลย คือดุเพื่อให้เราเข้าใจ อธิบายความรู้สึกที่เราพลาดไป มีฉากนึงผมต้องร้องไห้ และผมร้องไห้ยาก แต่ตอนที่ถ่ายอารมณ์มันก็มา น้ำตาไหล แต่พอจะมาถ่ายเพื่ออินเสิร์จ ผมบอกทำไม่ได้ ป้าก็เค้นบอกทำให้ได้ เออ เราก็ทำได้นะ ป้าแจ๋วเหมือนครูที่คอยดุด่าเราเพื่อให้เราได้วิชาความรู้และสอบให้ผ่าน

ละครออนแอร์แล้ว กระแสตอบรับเป็นอย่างไร?
ต้องบอกว่าพวกเราลุ้นกันมากกว่า เพราะนักแสดงเรื่องอื่นๆ ได้มีโอกาสดูเพลย์แบ็ก เล่นเสร็จปุ๊บ ดูปั๊บ ไม่ชอบขอเล่นใหม่ แต่พวกเราไม่มีโอกาสได้ดูเพลย์แบ็กเลย เพราะว่าด้วยความที่เป็นมวยและทุกอย่างมันเร็วมาก มีช่วงพักแค่ 5 นาทีในการที่เค้าย้ายกล้อง เตะต่อยๆ สั่งคัท ดมยาดม ไม่มีแรงเดินไปดูมอนิเตอร์แล้ว ต้องพักเก็บแรงไว้ถ่ายต่อ (หัวเราะ) จะได้ดูก็แค่ซีนอารมณ์ที่ป้าต้องการความละเอียดจริงๆ พอละครออนแอร์ผมก็เลยลุ้นไปด้วยว่าภาพจะออกมาเป็นอย่างไร พอเห็นก็พอใจกับผลงานของตัวเอง ผมกลัวว่าคนจะไม่อินว่าผมไม่เป็นมวย ตอนนี้ไปไหนมาไหน คนก็เริ่มจำได้ เด็กๆ เดินมาเรียกพี่ขุน ผมก็บอกน้องไปว่า อย่าทำตามพี่ในเรื่องนะ เพราะสิ่งที่พี่ทำมันผิดกฎหมายทุกอย่างเลย (หัวเราะ) ดูเอาสนุกนะ แต่อย่าทำตามนะ กลัวเด็กๆ เลียนบอก เพราะว่าผมเป็นตัวละครสายดาร์ก

เล่นเป็นตัวร้าย กลัวคนดูติดภาพมั้ย?
ตอนแรกกลัวมากครับ แต่ตัวละครที่ผมเล่นมันมีที่มาที่ไปมีเหตุผลว่าทำไมผมต้องร้าย และในเรื่อง มีพี่ปู แบล็คเฮด ที่เป็นตัวร้ายเลยกว่า ผมว่าคนที่ได้ดูละครเรื่องนี้จริงๆ ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนจบ ก็จะรู้ว่าผมร้ายเพราะอะไร สิ่งที่ผมทำไปทั้งหมดเพื่อใคร ไม่ได้ทำเพื่อตัวเราเอง คนที่ดูจะรู้ว่าผมไม่ได้ร้ายนะ (ยิ้ม)

อินดี้ อินทัช ปัดใช้เส้นพ่อบี๋แม่ฮันนี่เข้าวงการ เผยใช้โอกาสและความสามารถของตัวเองล้วนๆ ดีใจกระแสละครลูกผู้ชายเลือดเดือดแรงเกินคาด รับติดใจงานในวงการหากผู้ใหญ่ให้โอกาสก็จะพัฒนาฝีมือทางการแสดงต่อไป 15 มิ.ย. 2559 14:17 18 มิ.ย. 2559 15:04 ไทยรัฐ