วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้รับส่วยคือพ่อค้ามนุษย์

การปฏิรูปตำรวจถูกปลุกให้ตื่นอีกครั้ง เมื่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมีมติด้วยเสียงท่วมท้น เห็นชอบรายงานเรื่องการวางแนวมาตรฐานการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยยึดหลักอาวุโส 70% และความรู้ความสามารถ 30% โดยหวังว่าระบบใหม่จะทำให้การเล่นพรรคเล่นพวก การย้ายล้างบาง และการซื้อขายตำแหน่งมลายหายสิ้นไป

แต่มีสมาชิกบางคนท้วงติงว่าไม่ได้ปฏิรูปโครงสร้าง ที่รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ไม่ได้กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น และให้องค์กรยุติธรรมและประชาชนมีส่วน ร่วม จึงไม่ใช่การปฏิรูปตำรวจ และประชาชนยังไม่ได้ประโยชน์ สมาชิกอีกท่านหนึ่งซึ่งเป็นนายตำรวจระดับสูง ถามว่ารายงานนี้ผ่านความเห็นชอบของผู้มีอำนาจและ สตช.หรือยัง หากยังคงยากที่จะสำเร็จ

เรื่องนี้เป็นความจริง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ ที่ให้ปฏิรูปโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้กระจายอำนาจการบริหารไปสู่จังหวัด แยกงานสอบสวนออกจาก สตช.ให้อัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจร่วมสอบสวนด้วย แต่มีเสียงคัดค้านอย่างเซ็งแซ่จากระดับบิ๊กๆใน สตช. ประเด็นนี้จึงตกไป

แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยก็ยัง สานต่อให้ปรับปรุงระบบการสอบสวนให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการ ให้แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับหน้าที่ อำนาจ และภารกิจของตำรวจ และให้แต่งตั้งโยกย้ายและการบำเหน็จความ ชอบตามระบบคุณธรรม แต่ไม่ได้เน้นการกระจายอำนาจ และการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ชัดเจน

ตำรวจเป็นข้าราชการที่อาจให้คุณให้โทษแก่ประชาชนได้มากที่สุด เพราะมีอำนาจสอบสวนดำเนินคดีอาญา สามารถตั้งข้อหาและจับคนเข้าคุกได้ จึงมีเสียงเรียกร้องจากทั่วสารทิศให้ปฏิรูปตำรวจโดยเร่งด่วน แต่รัฐบาล คสช.บอกว่าขอให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดต่อไป ในขณะที่มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหาซื้อขายตำแหน่ง หรือการแต่งตั้งที่ผิดพลาดและล่าช้า

ล่าสุดคือการบุกทลายสถานอาบอบนวดชื่อดัง กลาง กทม.ของกรมการปกครอง ที่จับกุมหญิงบริการจำนวนมาก และพบบัญชีรายชื่อเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานรับส่วย รวมทั้งฝ่ายตำรวจ ผบ.ตร.ชี้แจงว่า ไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของตำรวจ แต่ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีต ผช.อ.ต.ร. บอกว่า “ผมรู้สึกขายหน้าอย่างยิ่ง ทำความเสียหายร้ายแรงให้ สตช.และประเทศไทย”

ที่ว่าเสียหายร้ายแรงต่อประเทศ ไทย อาจเพราะว่าการบุกโรงนวดครั้งนี้ อาจมีการตั้งข้อหาค้ามนุษย์รวมอยู่ด้วย อดีตนายตำรวจยศ พ.ต.อ.วรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เขียนถึง พ.ร.บ.การค้ามนุษย์ 2551 มาตรา 7 ที่บอกว่าผู้รับสินบนจากผู้กระทำผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อให้ผู้กระทำผิดไม่ถูกลงโทษ ถือว่าผู้รับสินบนกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ด้วย พ่อค้ามนุษย์ตัวจริงก็คือผู้รับส่วยจากสถานบริการค้าประเวณี.

15 มิ.ย. 2559 14:05 15 มิ.ย. 2559 14:05 ไทยรัฐ