วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อยากเห็นแก่นมากกว่ากระพี้

โดย สายล่อฟ้า

ได้รับเอกสารชี้แจงจากคุณอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. ในฐานะประธานประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศถึงการดำเนินการเพื่อประสานงานกับภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะรัฐบาล ส่วนราชการ และ สนช. โดยมีกรรมการ 7 คนจาก สปท.ร่วมด้วย

หลังจากทำงานไปได้สักระยะหนึ่งก็ได้มีแนวความคิดข้อหนึ่งคือร่วมมือกับการขับเคลื่อนการปฏิรูปทั่วประเทศเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนเริ่มปฏิรูปตนเองทันทีโดยเฉพาะเริ่มจากองค์กรเครือข่าย

จึงได้มีการทำเอ็มโอยูกับองค์กรเครือข่ายต่างๆ เช่น ที่ประชุม อธิการบดี 38 แห่ง หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย สภาแรงงานทั้งเอกชนและรัฐวิสาหกิจ สภาเกษตรกรแห่งชาติ สมาคมองค์กรปกครองท้องถิ่น

สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (มหาวิทยาลัย 67 แห่ง) สมาคมบัณฑิตสตรี สภาพัฒนาการเมือง เป็นต้น แต่ที่เกี่ยวพันกับข้อเขียนของผมอยู่นั้นมีเพียงประเด็นเดียว

นั่นคือคำว่า “สร้างภาพ” เท่านั้น

ซึ่งเรื่องนี้คุณอลงกรณ์ได้ชี้แจงว่า เพราะมีการเสนอข่าววิพากษ์วิจารณ์ สปท. และตัวเขาแบบเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริงหลายประการ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงซึ่งจะโทษสื่อมวลชนคงไม่ได้

เพราะสื่อมวลชนไม่ได้เขียนข่าวขึ้นมาลอยๆ แต่ในวันลงนามเอ็นโอยู เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา มี สปท.ท่านหนึ่งปล่อยข่าวใส่ร้ายกับสื่อมวลชนที่รัฐสภาในวันถัดๆมา

เป็นคนเดียวกับที่เคยปล่อยข่าวดิสเครดิต สปท. และ ครม.ว่าไม่มี ผลงานจนทำให้ สปท.เสียหายและคอลัมนิสต์บางส่วนก็นำไปวิพากษ์ วิจารณ์ต่อโดยไม่ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งที่ได้ทำงานกันอย่างหนัก

ว่าที่แล้วมา การที่ผมนำข้อมูลเหล่านี้มาพูดถึงก็ไม่มีหรอกครับ... เป็นการแสดงความเห็นด้วยความเป็นห่วงว่า สปท.ซึ่งมีภารกิจสำคัญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศซึ่งเป็นความหวังของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

ถ้ามีเรื่องอย่างนี้ก็เป็นเรื่องไม่สมควรและต้องแก้ไขกันก่อนที่จะเป็นปัญหามากไปกว่านี้ก็อย่างที่คุณอลงกรณ์ว่าเอาไว้นั่นแหละว่าการปฏิรูปประเทศจะต้องช่วยกันทุกฝ่ายที่จะต้องระดมความร่วมมือ เป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

แม้จะพ้นยุคสมัยของ สปท.และแม่นํ้า 4 สายไปแล้วก็ตาม

พร้อมกันนั้นก็ได้รายงานในส่วนแผนการดำเนินงานเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รับรู้กันว่าได้ทำอะไรมาบ้างแล้วและจะทำอะไรต่อไป เช่น

1.ดำเนินการให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง และสถาบันพระปกเกล้าทำหน้าที่เป็น “สถาบันการปฏิรูป” และศูนย์อบรมบ่มเพาะผู้นำการปฏิรูปซึ่งจะมีการทำเอ็มโอยูกันต่อไป รวมถึงการประสานงานกับมหาวิทยาลัยเอกชน 67 แห่ง

เช่น จะให้ ม.หอการค้าเป็นสถาบันการปฏิรูปเศรษฐกิจ

2.ร่วมดำเนินการโครงการพัฒนาผู้นำการปฏิรูปกับสภาพัฒนาการเมือง

3.โครงการ “จังหวัดปฏิรูป” ตามยุทธศาสตร์ “ปฏิรูปทั่วไทย” กับจังหวัดนครราชสีมา

4.เริ่มจัดทำโครงการผู้นำการปฏิรูประดับเยาวชนรุ่นที่ 1 กับสหพันธ์สภานิสิตนักศึกษาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เป้าหมายคือตัวแทนสภานักศึกษา 50 มหาวิทยาลัย

5.เริ่มโครงการพัฒนาผู้นำการปฏิรูปประเทศรุ่นที่ 1 จำนวน 500 คน จัดโดย สปท.ที่รัฐสภาในเดือน ก.ค.ที่จะถึงนี้ รวมถึงสร้างกลไกทุกจังหวัดกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ

ไหนๆก็ชี้แจงมาแล้ว ผมก็ถือโอกาสเอาผลการดำเนินงานของ สปท.มาถ่ายทอดไปถึงประชาชนว่าได้ทำอะไรและจะทำอะไรต่อไป แต่ก็เป็นเพียงขั้นตอนและวิธีการทำงานเท่านั้น

เพราะที่อยากรู้กันมากก็คือสาระและเนื้อหาของการปฏิรูปมากกว่า.

“สายล่อฟ้า”

15 มิ.ย. 2559 13:35 15 มิ.ย. 2559 13:35 ไทยรัฐ