วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุบายกดราคาสินค้าเกษตร

โดย สะ-เล-เต

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หน.คสช. มีนโยบายให้เติมรายได้แก่เกษตรกรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อน...แต่ดูเหมือนกลไกข้าราชการในภาคปฏิบัติกลับสวนทาง

ณ วันนี้ เป็นที่รู้กันดี สินค้าเกษตรหลายตัวในบ้านเรา ราคาไม่ขยับขึ้นแบบฝืนกฎธรรมชาติ ทั้งที่มีภัยแล้ง ผลผลิตออกมาน้อย ราคาน่าจะดีดตัวสูงขึ้น แต่กาลกลับตาลปัตร...เมื่อวานได้ชี้ให้เห็นปัญหา เกิดจากกระทรวงพาณิชย์มีการอนุญาตให้นำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์เข้ามามากแบบผิดสังเกต

นำเข้าข้าวสาลีและกากข้าวโพดเอทานอล (DDGS)

ทั้งที่ประเทศไทยเราผลิตได้เอง ไม่ว่าจะเป็น รำข้าว ปลายข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง สามารถนำมาใช้ผลิตอาหารสัตว์ได้เหมือนข้าวสาลี และ DDGS

จริงอยู่แม้วัตถุดิบบางตัวเราผลิตได้ไม่พอ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รายงานของสำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์ระบุประเทศไทยต้องการใช้ข้าวโพดในการผลิตอาหารสัตว์ปีละ 5.6-6 ล้านตัน แต่ผลผลิตข้าวโพดที่ไทยทำได้มีแค่ 4-4.5 ล้านตัน

ดังนั้น ความจำเป็นในการนำเข้าวัตถุดิบอื่นมาทดแทนข้าวโพด ไม่ควรจะเกินกว่า 2 ล้านตัน

แต่ทำไมปีที่แล้วถึงอนุญาตให้นำเข้าข้าวสาลีและ DDGS มากถึง 3.9 ล้านตัน เกินความต้องการไปเกือบเท่าตัว

เพื่อประโยชน์ของใคร หรือต้องการอำนวยความสะดวกแก่พ่อค้าให้ใช้อุบายกดราคาสินค้าเกษตรได้สะดวก

เพราะเมื่อนำเข้าได้มาก โรงงานผลิตอาหารสัตว์ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อวัตถุดิบผลิตภายในประเทศ

นายทุนผู้ทำมาค้าขายผลิตอาหารสัตว์ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำไปยันปลายน้ำ เพียงแค่นั่งกระดิกเท้า สั่งลูกน้องในเครือข่ายยกเลิกการรับซื้อผลิตผลของเกษตรกร ผลที่ตามมาเกษตรกรไม่รู้จะเอาผลผลิตไปขายที่ไหน

ได้แต่นั่งรอ...รอให้พ่อค้ากดราคารับซื้อจนหนำใจ

เมื่อกดราคาได้จนถึงจุดที่ผลผลิตทางการเกษตรถูกกว่านำเข้าเมื่อไร เมื่อนั้นถึงจะเปิดรับซื้อสินค้าจากเกษตรกร...นี่แหละเหตุผล ทั้งที่ภัยแล้ง ผลผลิตน้อย แต่ทำไมราคาถึงไม่ค่อยขยับ.

สะ–เล–เต

15 มิ.ย. 2559 13:15 ไทยรัฐ