วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ-พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ

ครม.ผ่านร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างการบริหารพัสดุภาครัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะ ให้ครอบคลุมเฉพาะหนี้ที่ ก.การคลัง มีอำนาจบริหารจัดการ และรับผิดชอบ โดยไม่รวมหนี้หน่วยงานภาคการเงิน-หนี้เงินกู้ที่เป็นความเสี่ยง

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 59 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ซึ่งเป็นพัฒนาการจัดซื้อจัดจ้างที่จะนำมาทดแทนแนวทางในอดีตที่เคยใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี, ข้อตกลงคุณธรรม, การเปลี่ยนรูปแบบจาก e-Auctionมาเป็น e-Biding ซึ่งจะช่วยให้การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบการ โดยกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว เตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภานิติบัญญัติต่อไป

"เป็นการยกระดับกฎหมายขึ้นเป็นพระราชบัญญัติ แต่ไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้ทำอะไรเลย มีการปรับระบบการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้นอยู่แล้ว... กฎหมายที่มีอยู่ตามไม่ทัน สิ่งที่เราทำวันนี้จึงปรับกฎหมายจากระเบียบสำนักนายกฯ ให้เป็นพระราชบัญญัติ" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้กับหน่วยงานราชการทุกแห่ง ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ องค์การมหาชน องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานอื่นในกฎกระทรวง เว้นองค์กรตรวจสอบอำนาจตามรัฐธรรมนูญ

"กรณีของ ปตท.ก็มีข้อยกเว้นตามการดำเนินการของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง แต่ไม่ได้หมายความว่าได้รับการยกเว้นทั้งหมด ต้องไปดูในรายละเอียดว่ามีกิจกรรมใดบ้างที่ต้องเสนอต่อคณะกรรมการฯ" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

ทั้งนี้ ตามกฎหมายฉบับดังกล่าวจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 5 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการนโยบาย, คณะกรรมการวินิจฉัยการจัดซื้อจัดจ้าง, คณะกรรมการกำกับราคากลาง, คณะกรรมการร่วมมือป้องกันการทุจริต และคณะกรรมการพิจาณาการอุทธรณ์ ซึ่ง บมจ.ปตท. (PTT) ต้องนำเสนอให้คณะกรรมการฯ ตัดสินว่ามีเรื่องใดที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า สิ่งสำคัญของการจัดซื้อจัดจ้างต่อไปนี้ อยู่ที่ความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ไม่ใช่การคำนึงถึงแต่เรื่องราคาเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต และหากเกิดการอุทธรณ์จะต้องมีการพิจารณาอย่างรวดเร็ว

"สมัยก่อนจะซื้ออะไรสักอย่างหนึ่ง ใครให้ราคาต่ำก็เอาอันนั้น ต่อจากนี้ไม่ใช่แล้ว คำนึงถึงคุณภาพประกอบด้วย ของราคาต่ำคุณภาพไม่ได้มาตรฐานก็ไม่ได้...นี่คือความพยายามของรัฐบาลชุดนี้ที่ต้องการให้เกิดความโปร่งใส" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติอนุมัติและรับทราบ ดังนี้ 1. อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป

ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ... มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 โดยแก้ไขขอบเขตของ "หนี้สาธารณะ" ให้ครอบคลุมเฉพาะหนี้ที่กระทรวงการคลังมีอำนาจบริหารจัดการและรับผิดชอบ โดยไม่รวมหนี้ของหน่วยงานในภาคการเงิน และ "หนี้เงินกู้ที่เป็นความเสี่ยงทางการคลัง" อันได้แก่ หนี้เงินกู้ของหน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลภาระความเสี่ยงทางการคลัง ปรับปรุงองค์ประกอบ และเพิ่มเติมอำนาจของคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนขยายกรอบการลงทุนในประเทศ โดยให้กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ และพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ สามารถลงทุนในตราสารหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยได้

ครม.ผ่านร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างการบริหารพัสดุภาครัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะ ให้ครอบคลุมเฉพาะหนี้ที่ ก.การคลัง มีอำนาจบริหารจัดการ และรับผิดชอบ 14 มิ.ย. 2559 19:18 14 มิ.ย. 2559 22:12 ไทยรัฐ