วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กระชากหน้ากาก เผยโฉม 'เค สไปเดอร์แมน' ทำดี ตัวอย่างดีสังคมมีหวัง

กระชากหน้ากาก เผยโฉม 'เค สไปเดอร์แมน' ทำดี ตัวอย่างดีสังคมมีหวัง

  • Share:

เรื่องราวดีๆ ยังมีอยู่ในรั้วสถาบันการศึกษา วันนี้ "สวัสดีแคมปัส" พาไปรู้จัก หนุ่มน้อยสไปเดอร์แมน แห่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หลังเป็นข่าวฮือฮามาสักพัก ว่าเค้าเป็นใคร ใส่ชุดสไปเดอร์แมนไปนั่งเรียนหนังสือ หวือหวาแปลกใจกันไป แต่พี่แคมปัสมีโอกาสได้สัมภาษณ์พูดคุยกับเค้าในแบบพิเศษ พร้อมกับได้เห็นความตั้งใจในสิ่งที่เค้าทำด้วย เดียวเราไปฟังเรื่องราวของเค้าพร้อมๆ กัน และไปดูว่าเค้าไปทำอะไรมา!!!

กฤช พงษ์ชัยอัศวิน ชื่อเล่นว่า เค อายุ 22 ปี ปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ผมเรียนอยู่คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ ที่เลือกเรียนแบบนี้เพราะตั้งใจจะไปทำธุรกิจกับที่บ้านครับ ไปบริหารธุรกิจร่วมกับพ่อ ช่วยพ่อทำงานไปในตัวครับ

วิชาที่เรียน
วิชาพวกนี้มีประโยชน์ต่อผมในอนาคต สามารถนำไปใช้ในการบริหารงานต่างๆ โดยเอาแนวทางมาประยุกต์ใช้ในแบบที่เราถนัด สามารถบ่งบอกถึงความสามารถการทำงานต่างๆ ได้ ว่าควรจะทำอย่างไรต่อ แก้ไขปัญหาอะไรยังไง แบบนี้อะครับ

ยากมั้ย
สำหรับผมยากครับ เพราะผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ บางวิชาเป็นพวกตัวเลขการคำนวณ ผมไม่ค่อยถูกกับอะไรแบบนี้

แรงไปมั้ยคำถาม
กลางๆ ครับผม ผมไม่ได้เรียนเก่ง 2 กว่าๆ ครับ ไม่เป็นไรครับผมยินดีตอบ ความจริงคือความจริงครับ

สไปเดอร์แมนนั่งเรียน
ปกติผมแต่งตัวไปเรียนด้วยชุดนักศึกษาโดยตลอด แต่วันนั้นที่ใส่ชุดสไปเดอร์แมนไปเรียน เพราะผมรับปากเพื่อนว่า หากชุดที่ผมสั่งทำเสร็จ ผมจะใส่มาหาเพื่อนมาเรียน มันเป็นคำสัญญาครับ โดยปกติผมจะไม่ผิดคำพูดกับเพื่อนๆ แล้วชุดผมก็มาจริงๆ ผมก็ใส่ไปเรียนเซอร์ไพรส์เพื่อนๆ ตามสัญญาครับ ไม่ได้มีอะไร

ฮือฮามากๆ
เพื่อนคาดไม่ถึงครับ ผมเองไม่ได้ใส่ใจคนรอบข้าง แต่ผมรู้สึกว่ามีคนจ้องมอง ประมาณว่า เรากล้าเนอะ อะไรแบบนี้อะครับ แต่ผมเชื่อว่าคนที่เห็น เค้าคงตั้งคำถามเยอะว่าทำไม ส่วนเพื่อนๆ ยินดีและก็ชมว่ากล้าใส่มา บางคนก็พยายามหาตัวผม อยากรู้ว่าคนใส่คือใคร ใครพบเจอมีความชอบในฮีโร่ ก็มาถ่ายรูปด้วยครับ

จิ้งจกทัก
ฮ่าๆ ไม่ใช่ครับ ผมใส่ที่ห้องน้ำมหา’ลัย แล้วเข้าไปเรียน เข้าไปก็ไปนั่งที่ประจำ ส่วนขากลับก็ใส่กลับบ้านเลย นั่งวินมอเตอร์ไซค์กลับบ้านครับผม เพื่อนๆในกลุ่มมาส่ง มีคนถ่ายคลิปลงโซเชียล เลยดังเลยทีนี้

อาจารย์เรียก สไปดี้
อาจารย์เห็นครับ ตอนผมเดินเข้าไปนั่งที แต่ก็สอนต่อ เค้าดีใจมากครับ ส่วนตัวผมและก็เพื่อนๆ จะรู้ครับว่าอาจารย์ใจดี เค้าเรียนนอก แล้วผมก็มีถ่ายรูปคู่กับอาจารย์ครับ อาจารย์พูดประมาณว่า เห้ยมีสไปดี้มาเรียน ผมก็จับมือกับท่านแล้วก็กลับบ้าน

ที่มาของสไปดี้
ก็ผมใส่ชุดสไปดี้ครับน่าจะนะครับ ไม่ครับเรียกเหมือนกันครับ แต่วิชาที่ผมเรียนเป็นวิชาความท้าทายการเป็นผู้นำ เรียกสไปเดอร์สไปดี้ ประมาณนี้ครับ แล้วแต่คนจะเรียก

ชุดนี้ได้ แต่ใดมา
สั่งตัดจากต่างประเทศครับ ส่วนราคาผมต้องขอไม่บอกนะครับ ผมติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสไปเดอร์แมนมาเยอะกว่า 10 ปี การมีชุดในครอบครองและใส่ได้แค่คนเดียว ผมดีใจมากครับ

ใส่เพื่อการค้า??
ผมใส่จากความชอบมากว่า การใส่ชุดของผม ไม่มีผลประโยชน์ในเชิงการค้า ผมทำเพียงเพราะความชอบของตัวผม อยากใส่เพื่อทำประโยชน์ให้กับคนอื่น พวกเด็กที่ขาดความหวัง ผมอยากเป็นความหวังให้กับหลายๆ คน

พี่เชื่อผม
คนเราอะ ใครๆ ก็อยากมีความหวังความชัดเจน ทุกคนต้องการความชัดเจน ไม่ว่าเรื่องอะไร ถ้าเราสามารถเป็นความหวัง เป็นแรงผลักดันได้ ถ้าเรามีโอกาส ทำไมเราไม่ทำ ผมจะยินดีมาก ถ้าคนคนนึงวันนั้น ที่ผมทำให้เขาอยากเป็นเหมือนเรา คนดีๆ จะมีอีกมาก ผมมองว่าคนไม่ดีเยอะ ภายใต้หน้ากากเช่นกัน

ภายใต้หน้ากาก
คนไม่ดีก็มีเยอะ ผมเองโดนด่า บางคนไม่ชอบ บางคนไม่ชอบในสิ่งที่ผมทำ มองว่าผมแปลกแยก อยากเด่น คนใส่คอสเพลย์มีมาก ปิดหน้า เปิดหน้า บางคนก็ทำประโยชน์ บางคนก็ใส่เฉยๆ ครับ

รู้จักสไปเดอร์แมน
ผมดูเรื่องแรกเลย ฮีโร่ตัวแรกที่ดูในโรงภาพยนตร์ ตอนที่ผมดูจบ ผมรู้สึกว่า คนคนนึงทำเพื่อคนอื่นๆ โดยที่ไม่ได้อะไรตอบแทน แต่ก็ยังพยายาม

ความชื่นชอบ
ผมดูหลายภาค ทั้ง 1, 2 และ 3 รีใหม่ 1 และ 2 ผมชอบสุดภาค 2 ที่สู้กับด็อกอ็อค ผมชอบมานานนะ ประมาณตั้งแต่ สิบกว่าปีได้

ฉากที่ประทับใจ
ผมชอบฉากนึง ฉากที่ปะทะกันบนขบวนรถไฟ ที่คันเร่งถูกเร่งให้ความไวสูงสุด แล้วไม่มีคันเร่ง เพราะถูกผู้ร้ายดึงออก เขาเอาตัวหยุดรถไฟที่ไม่สามารถประเมินความเร็วได้ ในขบวนรถมีคนกว่า 100 คน เขาทุ่มพลังทั้งหมดในการหยุดรถไฟ ใช้ใยแมงมุมพลังของตัวเองในการหยุด เค้าเห็นล่วงหน้า ถ้าไม่สามารถหยุดรถไฟได้คนจะตายหมด เพราะเส้นทางอยู่ในระหว่างการซ่อม และรถไฟจะตกลงสู่ทะเล ผมมองว่า มันเป็นฉากที่ทำร้ายตัวเค้า แล้วก็เป็นฮีโร่มากๆ ที่ใครคนนึงจะทำเพื่อใครอีกหลายคน เป็น 100 คน หาไม่มีหรอกครับ ใช้ตัวเข้าแลก แล้วก็ไม่ได้อะไรด้วย ผมมองว่า เค้านี่แหละคนที่ควรเอาแบบอย่าง

ถ้าสไปเดอร์แมนมีจริง
มันคือตัวละคร ผมเอามาประยุกต์ใช้บางอย่าง ความคิด การแสดงออก ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา เราเลือกได้เสมอ สิ่งที่ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ สอนผม คือ เชื่อในตัวเรา คนเราเลือกทำได้เสมอ มีพลัง ไม่มีพลัง ก็ทำดีได้

เมื่อใส่ชุด พลังมา
ครับ ผมเองก็ตั้งใจที่จะใส่ชุดนั้น เพื่อทำประโยชน์ครับ ปกติผมชอบให้อยู่แล้ว ผมไม่ชอบติดใคร ผมมองว่ามันแย่กับตัวผม ผมชอบคิดเป็นหนี้บุญคุณอะครับ ผมจึงเลือกที่จะเป็นผู้ให้ สบายใจกว่า ผมอยากใส่ทำประโยชน์มากกว่าใส่โชว์เท่ๆ เด่นๆ ผมเชื่อว่า ทุกคนอยากมีฮีโร่ปกป้องเราในทุกเรื่อง แต่ถ้าเลือกได้ เป็นฮีโร่ซะเองจะดีกว่า

ทำดีที่ว่า
ผมตั้งใจไว้ว่า ถ้าได้ชุดมา จะไปทำความดี ด้วยการไปให้ความหวังน้องๆ ที่ขาดโอกาส ผมเริ่มใส่ชุดไปรับบริจาคหลายที่ครับ ก่อนจะได้เงินมา เพื่อนำไปซื้อของมาให้เด็กๆ ที่มูลนิธิเซนต์มาร์ติน

โดนด่าสารพัด
ผมโดนด่าสารพัด ไปยืนตรงไหน ก็ลำบากครับ เค้าไม่เข้าใจผมเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไรครับ ผมก็เปลี่ยนที่ยืน สุดท้ายก็ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง

บ้านแห่งความหวัง
ผมติดต่อไปยังมูลนิธินี้สักพักหนึ่งครับ ผมเจอบ้านแห่งความหวัง ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งของมูลนิธินี้ครับ บ้านแห่งความหวังเป็นโครงการให้ที่พักพิงสำหรับเด็กด้อยโอกาส ที่ไม่มีความพร้อมในการศึกษาเล่าเรียน หรือผู้ปกครองประสบปัญหาที่ไม่สามารถดูแลลูกได้ เด็กที่เข้ามาอยู่ จะมีอายุตั้งแต่ 1 ขวบ ถึง 16 ปีครับ มีทั้งชายและหญิง

สไปเดอร์แมนปะทะเด็ก
น้องๆ ที่มูลนิธิน่าสงสารครับ เป็นเด็กกำพร้า บางคนมีครอบครัวแต่ว่าครอบครัวแตกแยก บิดามารดาติดคดี ผมไปให้กำลังใจ ไปให้รอยยิ้มน้องๆ ผมว่าให้ต่อสู้อุปสรรคปัญหาต่างๆ ให้มีแรงใจในการใช้ชีวิตจะดีที่สุดครับ และน้องๆ ทุกคนมีความสามัคคีกัน ผมว่าถ้าถูกผลักดันในทางที่ดี ทุกคนก็เป็นคนดีมีชีวิตที่ดี

ฝากถึงน้องๆ
หลังจากเคมอบเงินบริจาคให้ทางมูลนิธิๆ น้องๆ ก็จัดแสดงเต้นให้ดู พอจบการแสดง เคก็พูดให้กำลังใจ และให้พวกเขาให้ตั้งใจเรียน และบอกว่า เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกทำได้ อย่าดื้ออย่าซน เชื่อฟังพี่ๆ เค้า น้องๆ ก็ตั้งใจฟังมากๆ เลยครับ

ทำแบบนี้อีกมั้ย??
โดยรวมแล้วมาครั้งนี้ ผมโอเคมาก แน่นอนผมต้องทำอีก แต่อาจจะไปที่อื่นๆ เพราะถ้าถามว่า ผมได้อะไรกลับมา ผมได้ประสบการณ์ได้รอยยิ้ม ตอนที่ผมออกมา น้องๆ เค้ามองกันตาละห้อย คงคิดว่าผมจะไม่กลับมาแล้ว

พี่แคมปัสไม่รู้จักเคเป็นการส่วนตัว แต่เรารู้จักกันด้วยการพูดคุยสัมภาษณ์ สิ่งที่พี่รับรู้ คือ เคตั้งใจจะทำดี นี่ไม่ใช่การสร้างภาพ แต่เคอยากสร้างความหวังให้กับคนอื่น ในวันที่เคยังทำดีได้

เรื่องราวของเคอาจไม่แปลกสำหรับคนพบเห็น แต่ใครจะรู้ หัวใจผู้ให้ มันเป็นอย่างไร?

เค สไปเดอร์แมนทำดี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้