วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟ้อง'ธัมมชโย' หนาหมื่นหน้า ดีเอสไอส่ง 'อัยการ'

ร่วมศุภชัยฟอกเงิน นัดฟังคำสั่ง13ก.ค.

คณะพนักงานสอบสวนดีเอส-ไอส่งสำนวนคดี “ศุภชัย-พระธัมมชโย” พร้อมพวกรวม 5 คน ฟอกเงิน ให้อัยการสูงสุดแล้ว “ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์” อัยการสูงสุด ตั้งคณะทำงานดำเนินการพิจารณาสำนวนคดีทันทีว่าจะสั่งฟ้องตามความเห็นของดีเอสไอหรือไม่ ส่วนผู้ต้องหาที่ยังไม่ส่งตัวมาให้อัยการ ดีเอสไอมีหน้าที่ไปตามตัวมาให้ได้ ด้าน “พระพุทธะอิสระ” เข้ามอบตัวตำรวจแล้ว หลังถูก ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายร้องทุกข์ข้อหาหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ผิดมาตรา 157 ทันที ส่วนคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายไปถอนบันทึกประจำวันคดีพระพยอมที่โรงพักคลองหลวงแล้ว

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มารับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร หลังรับเงินบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ กว่า 2,000 ล้านบาท มีการต่อรองการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาหลายครั้งอ้างว่าป่วย จนพนักงานสอบสวนดีเอสไอและอัยการตัดสินใจขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ แต่ยังไม่เดินทางไปจับกุม เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงนั้น

ความคืบหน้าจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า ตนเซ็นอนุมัติความเห็นสั่งฟ้องคดีนี้ไปแล้ว มอบหมายให้ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน นำสำนวนพร้อมหลักฐานส่งอัยการคดีพิเศษเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนกรณีพระธัมมชโย ดีเอสไอดำเนินการตามขั้นตอนทางสงฆ์ผ่านการเจรจาของเจ้าคณะปกครองทางสงฆ์อยู่ วันที่ 14 มิ.ย. เวลา 10.0 น. คณะพนักงานสอบสวนจะประชุมหารือในเรื่องดังกล่าวด้วย

ด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ หัวหน้าชุดเจรจาเผยว่า การสั่งฟ้อง 5 ผู้ต้องหาคดีสหกรณ์ยูเนี่ยนฯ คณะพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนสรุปสำนวนส่งให้อัยการตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนอัยการจะมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ ไม่สามารถก้าวล่วงได้ ส่วนกรณีพนักงานสอบสวนไม่สามารถนำพระธัมมชโย 1 ในผู้ต้องหาคดีมาสั่งฟ้องได้นั้น สามารถทำได้เนื่องจากศาลอาญาออกหมายจับพระธัมมชโยแล้ว คดีนี้อายุความ 15 ปี คณะพนักงานสอบสวนกำลังเจรจาอยู่ วันที่ 14 มิ.ย.จะเดินทางไปที่วัดเขียนเขต เพื่อเจรจารอบ 3 ตามที่นัดหมายไว้

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อเวลา 14.45 น. ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการ สูงสุด และนายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ แถลงข่าวคดีนายธรรมนูญ อัตโชติ กับพวกรวม 49 คน กล่าวหา นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พระเทพญาณมหามุนี หรือนายไชยบูรณ์ สุทธิผล หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย น.ส.ศรัณยา มานหมัด นางทองพิน กันล้อม และนางศศิธร โชค ประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 1- 5 ตามลำดับคดีร่วมกันฟอกเงิน

ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอนำสำนวนการสอบสวนและเอกสารหลักฐาน 32 แฟ้ม 10,672 หน้า พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายศุภชัย ผู้ต้องหาที่ 1 น.ส.ศรัณยา ผู้ต้องหาที่ 3 และนางทองพิน ผู้ต้องหาที่ 4 ข้อหาร่วมกันสมคบการฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และสมควรสั่งฟ้องพระธัมมชโย ผู้ต้องหาที่ 2 กับนางศศิธร ผู้ต้องหาที่ 5 ฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร มาส่งให้นายภาณุพงษ์ โชติสิน อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ พนักงานสอบสวนดีเอสไอแจ้งว่า นายศุภชัย ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกควบคุมตามคำสั่งศาลในคดีแดงที่ อ.706/2559 ส่วน น.ส.ศรัณยา และนางทองพิน ผู้ต้องหาที่ 3-4 วันนี้เดินทางมาพบพนักงานอัยการจึงปล่อยตัวชั่วคราว นัดมาฟังการสั่งคดีวันที่ 13 ก.ค.เวลา 10.00 น.

ร.ท.สมนึก กล่าวต่อไปว่า ส่วนพระธัมมชโยและนางศศิธร ผู้ต้องหาที่ 2 และ 5 อยู่ระหว่างถูกศาล อาญาออกหมายจับ พนักงานสอบสวนอ้างว่า เชื่อว่าคงได้ตัวมา จึงไม่ได้นำตัวมาพร้อมสำนวนและความเห็นสมควรฟ้องวันนี้ เบื้องต้นพนักงานอัยการรับสำนวนไว้ และนัดฟังคำสั่งในวันเดียวกัน (13 ก.ค.) เรื่องนี้ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ทราบถึงการส่งสำนวนคดีแล้ว มอบหมายให้นายภาณุพงษ์ โชติสิน อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษเร่งดำเนินการ กำชับให้ทำงานโดยเร็ว โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ยึดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นสำคัญ นายภาณุพงษ์มีคำสั่งตั้งนายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีนายนภดล บุญศร อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 และพนักงานอัยการอีก 3 คน เป็นคณะทำงานรวม 5 คน

ด้านนายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่า สำหรับมูลค่าทรัพย์สินคดีฟอกเงินยังไม่ทราบว่า แยกสำนวนในกลุ่มของวัดพระธรรมกายเป็นจำนวนเงินเท่าใด เพราะคดีนี้เป็นส่วนต่อเนื่องมาจากคดีลักทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท คดีหลักอัยการยื่นฟ้องนายศุภชัยไปแล้ว มีพฤติการณ์ลักเอาเงินจากสหกรณ์ออกมาแล้วไปแจกจ่ายให้บุคคลรวม 7 กลุ่ม สำนวนคดีฟอกเงินวันนี้เป็น 1 ใน 7 กลุ่มคดีดังกล่าว การพิจารณาสำนวนต้องดูว่า พฤติการณ์เป็นการรับของโจร ฟอกเงิน หรือรับไว้โดยอำพรางแหล่งที่มา เพื่อจะช่วยเหลือนายศุภชัยหรือปกปิดการกระทำหรือไม่

“คดีนี้มีผู้ต้องหา 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีตัวประกอบด้วยนายศุภชัย ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ น.ส.ศรัณยา และนางทองพิน ผู้ต้องหาที่ 3 และ 4 วันนี้ดีเอสไอนำตัวมาส่งให้อัยการด้วย ส่วนกลุ่มที่สองดีเอสไอยังไม่ได้ส่งตัวมา ประกอบด้วย พระธัมมชโย ผู้ต้องหาที่ 2 และนางศศิธร ผู้ต้องหาที่ 5 แต่มีหมายจับส่งมาให้อัยการ การส่งสำนวนจึงเป็นการส่งแบบไม่มีตัวผู้ต้องหา มีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง การมีหมายจับส่งมาให้แสดงให้เห็นว่า มีทางที่จะติดตามตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมาได้ อัยการจึงรับสำนวนไว้ได้ วันที่ 13 ก.ค. อัยการจะมีความเห็นสั่งคดีของผู้ต้องหาทั้งหมดว่า ต้องสอบสวนเพิ่มเติมหรือสั่งฟ้องเลย หรือสั่งไม่ฟ้อง ถ้าสั่งฟ้องในส่วนผู้ต้องหาที่มีตัว อัยการยื่นฟ้องศาลได้ทันที แต่ในส่วนพระธัมมชโยและนางศศิธรที่ยังไม่มีตัว ถ้าเห็นว่า พอฟ้องได้อัยการจะมีความเห็นว่า สมควรสั่งฟ้องไว้ก่อน และแจ้งให้ดีเอสไอแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 2 ตามขั้นตอน ส่วนอายุความคดีรับของโจรและฟอกเงิน 15 ปี โทษจำคุก 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท” นายชาติพงษ์กล่าว

รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวด้วยว่า แต่พฤติการณ์รับของโจรและฟอกเงินจะเริ่มเมื่อใด ต้องดูข้อเท็จจริงจากวันและเวลาในการรับเช็ค ที่ได้มาจากการกระทำผิด อย่างไรก็ดี หากพระธัมมชโยหรือนางศศิธรจะยื่นร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการสามารถทำได้ เพราะเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ส่วนขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาและขั้นตอนการได้ตัวมา เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนดีเอสไอที่จะหาวิธีการนำตัวมาเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา

ต่อข้อถามเกี่ยวกับการแจ้งข้อกล่าวหาพระธัมมชโยสามารถแจ้งที่วัดได้หรือไม่ นายประยุทธ รองโฆษกฯกล่าวว่า ถ้าดูตาม ป.วิอาญามาตรา 130 การสอบสวนสามารถจะทำที่ไหน เวลาใด ยังไงก็ได้ ส่วนกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นกระบวนการสอบสวนตาม ป.วิ.อาญามาตรา 134 ถ้ามีตัวผู้ต้องหาอยู่หน้าพนักงานสอบสวน สามารถแจ้งข้อกล่าวหา หรือแจ้งข้อเท็จจริงทางคดีเพื่อสอบสวนต่อไปได้ แต่ทั้งนี้เป็นเพียงความเห็นในข้อกฎหมาย อาจตีความแตกต่างกันได้ แต่ทางปฏิบัติจะถือเป็นดุลพินิจของดีเอสไอ อัยการจะไม่ก้าวล่วง การตามจับไม่ใช่หน้าที่ของอัยการ

ถามต่อว่า หากพระธัมมชโยมามอบตัว อำนาจการปล่อยชั่วคราวต้องไปขอในชั้นศาลหรือไม่ นายประยุทธกล่าวว่า เป็นอำนาจของคณะทำงานอัยการเจ้าของสำนวนใช้ดุลพินิจว่า จะให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ มี 2 แนวทางคือ ให้ปล่อย หรือไม่ให้ปล่อย ชั้นพนักงานอัยการได้เลย หรือนำตัวมาฝากขังที่ศาลอาญาแล้วให้ศาลเป็นผู้ใช้ดุลพินิจ แต่ปกติแล้วสิทธิการปล่อยชั่วคราวถือเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องหา หากไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หรือยุ่งเหยิงพยานหลักฐานย่อมให้ปล่อยชั่วคราวได้ ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะทำงานอัยการเจ้าของสำนวนไม่อาจก้าวล่วงได้

ที่ บก.ภ.จ.ปทุมธานี วันเดียวกัน พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธะอิสระ พร้อมทนายความและคณะกว่า 40 คนเข้าให้ปากคำ และรับทราบข้อกล่าวหากรณีที่เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายอัยย์ เพชรทอง ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ดำเนินคดีพระพุทธะอิสระข้อหาหมิ่น ประมาท หลังเขียนข้อความลงเฟซบุ๊กทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมี พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.สุนทร โตรอด รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.คลองหลวง และ พ.ต.ท.บุญยิ่ง บัณฑิตไทย รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.ธัญบุรี ร่วมสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา

ขณะเดียวกัน พระพุทธะอิสระได้แจ้งความดำเนินคดีกับพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และเจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต และละเมิดพระราชบัญญัติคณะสงฆ์พุทธศักราช 2505 มาตรา 45

พระพุทธะอิสระกล่าวว่า ที่ผ่านมาพระธัมมชโยประพฤติผิดด้านวินัยสงฆ์และคดีอาญา ข้อกล่าวหารับของโจรกรณีสหกรณ์ยูเนี่ยนฯ แต่พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ไม่ได้เรียกพระธัมมชโยมาไต่สวนเรื่องราวความผิด ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พฤติการณ์ของพระเทพรัตนสุธีถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ และละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ทั้งยังมีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยให้เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและพวกเรี่ยไร ผิด กฎหมายพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไรไปทั่วประเทศมาเป็นเวลาแรมปีโดยไม่ว่ากล่าวตักเตือน และปล่อยให้เจ้าอาวาสวัดธรรมกายและพวกอวดอุตริมนุษยธรรม

พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี กล่าวว่า การให้พระพุทธะอิสระเดินทางมาที่ บก.ภ.จ.ปทุมธานีแทน สภ.คลองหลวง เพื่อความสะดวกหลายด้าน ป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หรือพบกับคณะศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกาย การที่พระพุทธะอิสระมารับทราบข้อกล่าวหา คณะพนักงานสอบสวนจะพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้งว่า เข้าตามข้อกล่าวหาหรือไม่ ส่วนการแจ้งความเอาผิดกับเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี รับแจ้งตามเอกสารหลักฐานที่นำมาแสดง และจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ที่ สภ.คลองหลวง น.ส.กรรณิการ์ อยู่ศรี รองโฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายเข้าพบ พ.ต.ต.สุวิทย์ ปะกำแหง สว. (สอบสวน) สภ.คลองหลวง ขอยกเลิกบันทึกประจำวันที่เคยแจ้งไว้เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. กรณีความเข้าใจผิดในบทสัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนของพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี แต่ภายหลังพระพยอมตรวจสอบข้อความแล้วพบว่า เป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจึงออกมาขอโทษ คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายรู้สึกซาบซึ้งต่อคุณธรรม และความรับผิดชอบของพระพยอมเป็นอย่างยิ่ง จึงเดินทางมายกเลิกบันทึกประจำวัน

“ตอนนี้มีผู้ไม่หวังดีพยายามสร้างความแตก แยกให้เกิดในสังคม ทำให้ชาวพุทธเกิดความไม่สามัคคี และขอร้องผู้ไม่หวังดีบางกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหว อย่าโยงวัดพระธรรมกายเข้าไปเกี่ยวข้องให้เกิดความวุ่นวาย เรื่องนี้จุดเริ่มต้นมาจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นเท่านั้น แต่มีบุคคลไม่หวังดีพยายามโยงวัดพระธรรมกายเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงเกิดความวุ่นวายมาถึงทุกวันนี้ ส่วนอาการของพระธัมมชโย ตอนนี้ขายังบวมอยู่ แพทย์ได้ฉีดยาลดลิ่มเลือดแล้ว” น.ส.กรรณิการ์กล่าว

คณะพนักงานสอบสวนดีเอส-ไอส่งสำนวนคดี “ศุภชัย-พระธัมมชโย” พร้อมพวกรวม 5 คน ฟอกเงิน ให้อัยการสูงสุดแล้ว “ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์” อัยการสูงสุด ตั้งคณะทำงานดำเนินการพิจารณาสำนวนคดีทันทีว่าจะสั่งฟ้องตามความเห็นของดีเอสไอ 14 มิ.ย. 2559 07:51 ไทยรัฐ