วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ล่าตีนแมว! งัดร้านทองในห้างอุดรฯ ฉกทอง-เงินสด วงจรปิดจับภาพได้แค่เงา

ล่าตีนแมว! งัดร้านทองในห้างอุดรฯ ฉกทอง-เงินสด วงจรปิดจับภาพได้แค่เงา

  • Share:

ตีนแมวย่องงัดห้างทองในห้างดังเมืองอุดรฯ ฉกทองรูปพรรณ-เงินสดของพนักงานขาย ลอยนวล โอดเก็บมาทั้งชีวิต คิดว่าร้านทองต้องปลอดภัยกว่าเก็บไว้กับตัว ขณะที่วงจรปิด จับภาพได้แค่เงา-แสงไฟฉาย ตร.เร่งเก็บหลักฐาน ล่าตัว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มิถุนายน พ.ต.ท.พิทักษ์ วาปีทะ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดห้างทองคูลินจิวเยาวราช ภายในห้างสรรพสินค้าหงี่สุน ซุปเปอร์สโตร์ ถนนสายอุดรธานี–หนองบัวลำภู ต.นาดี อ.เมืองอุดรธานี จึงออกไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรานี ตำรวจสืบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน

ที่เกิดเหตุพบประตูเลื่อนหน้าร้านทองถูกคนร้ายงัด โดยบริเวณหน้าร้านเจ้าหน้าที่ห้าง ได้มีนำกล่องกระดาษมาวางกั้นรักษาพื้นที่เอาไว้ พบ นางประภัสศร จินต์นำโอฬาร อายุ 31 ปี เจ้าของห้างทอง พร้อมพนักงาน ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่

เบื้องต้น พบร่องรอยคนร้ายใช้ของแข็งงัดประตูกระจกด้านนอกห้าง ซึ่งอยู่ด้านหลังห้องจุดแลกของแถมของห้างสรรพสินค้า เปิดเข้ามาภายในห้าง ก่อนที่จะเข้าไปงัดประตูเหล็กหน้าร้านทองคูลินจิว เยาวราช ภายในห้างทอง พบร่องรอยรื้อค้นลิ้นชักโต๊ะเคาน์เตอร์ ก่อนเข้าไปในห้องเก็บตู้เซฟ พยายามใช้รหัสเปิดเซฟ แต่สามารถไม่เปิดออกได้ ตรวจสอบทรัพย์สินภายในร้าน มีสร้อยคอทองรูปพรรณ หนัก 1 บาท จำนวน1 เส้น, สร้อยคอทองคำ หนัก 50 สตางค์ จำนวน1 เส้น สร้อยข้อมือทองคำ หนัก 50 สตางค์ จำนวน 2 เส้น เงินสด 1 หมื่นบาท และเงินยูโร 50 ยูโร ซึ่งเป็นของ นางลำพัน ณ หนองคาย อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/31 ต.หมากแข้ง พนักงานขาย ที่เก็บใส่ถุงพลาสติกมัดด้วยหนังยางไว้ภายในลิ้นชักเคาน์เตอร์หายไป นอกจากนี้ ยังพบชะแลง ซึ่งคาดว่า เป็นอุปกรณ์ที่คนร้ายใช้งัดประตูห้างเข้ามา วางอยู่ใต้ตู้โชว์ทอง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวน นางประภัสศร ให้การว่า ปกติจะมีพนักงานขายทองอยู่ที่ร้าน จำนวน 3 คน โดยทุกวันจะเปิดให้บริการ เวลา 09.00 น. และปิดร้านเวลา 18.00 น. ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ปิดร้านตามปกติไม่มีอะไรผิดสังเกต กระทั่งเช้าวันนี้ พนักงานมาเปิดร้าน แล้วได้โทรมาบอกตนว่า ร้านโดนงัด จึงได้เดินทางมาดู ส่วนทองรูปพรรณทั้งหมดในร้านจะทำการเก็บไว้ในตู้เซฟ ซึ่งมีทองมากกว่า 100 บาท โชคดีที่คนร้ายไม่สามารถเปิดตู้เซฟไปได้ ส่วนกล้องวงจรภายในร้านไม่สามารถบันทึกภาพได้ เนื่องจากเวลาปิดร้านจะยกสะพานไฟลง เพราะช่วงกลางคืนมี รปภ. เฝ้าห้างฯ ถึง 2 คน

“ซึ่งก่อนหน้านี้ ช่วงเย็นวันที่ 17 กรกฎาคม 2557 เคยถูกคนร้ายถือระเบิดปลอมและปืน บุกเดี่ยวเข้ามาชิงทองรูปพรรณไปได้ จำนวน 88.5 บาท มูลค่า 1.7 ล้านบาท ซึ่งคนร้ายได้ทิ้งลูกระเบิดปลอมเอาไว้บนตู้โชว์ให้ดูต่างหน้า กระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้” นางประภัสศร กล่าว

ด้าน นางลำพัน ณ หนองคาย พนักงานขายห้างทอง ให้การว่า ตนทำงานอยู่กับเจ้าของร้านทองมานานกว่า 10 ปี ส่วนเงินสดและสร้อยทองรูปพรรรที่คนร้ายลักเอาไปนั้น ตนได้เก็บสะสมเอาไว้มาทั้งชีวิตการทำงาน เพราะคิดว่าเอาไว้ร้านทองจะปลอดภัยมากกว่าที่จะเก็บเอาไว้กับตัว และที่บ้าน พอมารู้ว่าคนร้ายได้ทองกับเงินของตนไปถึงกับเข่าอ่อนและเสียใจจนพูดไม่ออก

ด้าน พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สส.ฯ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้าง พบว่าคนร้าย จำนวน 1 คน เข้ามาลงมือก่อเหตุเวลา 04.00 น. ภาพในกล้องวงจรปิด เห็นเพียงแค่แสงไฟฉายของคนร้ายเท่านั้น ไม่สามารถระบุตำหนิรูปพรรณของคนร้ายเอาไว้ได้ ซึ่งภายในห้างสรรพสินค้าช่วงกลางคืนไม่มีแสงสว่าง อีกทั้งกล้องวงจรปิดก็อยู่ไกล พบเห็นเพียงเงาของคนร้าย คาดว่าเป็นผู้ชายที่เข้ามาก่อเหตุเพียงลำพัง

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี และบริเวณรอบห้างอีกครั้ง ตรงจุดประตูกระจกด้านนอกห้างที่คนร้ายใช้เป็นทางเข้า คาดว่าคนร้ายต้องมาดูลาดเลาก่อนลงมือ ส่วนจะมีใครรู้เห็น หรือร่วมมือกับคนร้ายหรือไม่ อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวน เก็บหลักฐานลายนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอ ของคนร้ายในที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามจับกุม มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.





คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้